พรทิวาอึกอักออกกม.ค้าปลีก-ฟังความเห็นอีก8ครั้ง
(Dowload ต้นฉบับ190952)
นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ระบุ ยังตอบไม่ได้ ไทยต้องออก กม.ค้าปลีก หรือไม่ อ้างฟังเสียงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก่อน พร้อมเดินหน้าประชาพิจารณ์ทั่วประเทศ 8 ครั้ง ด้านผู้รับผลกระทบเตรียมยกร่างกฎหมายฉบับประชาชน …
วันนี้ (18 ก.ย.) นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยระหว่างเปิดงานสัมมนา “พ.ร.บ.ค้าปลีก กติกาอยู่ร่วมกันในยุคทุนไร้พรมแดน” จัดโดยกรมการค้าภายใน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่า ประเทศไทยควรมีกฎหมายการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งหรือไม่ เพราะหลายฝ่ายยังมีความเห็นแย้งกันอยู่ จึงต้องระดมความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาปรับปรุงกฎหมาย ซึ่งกรมการค้าภายในกำหนดเปิดระดมความคิดเห็นทั่วประเทศ 8 ครั้ง จากนั้น จะนำผลสรุปที่ได้มารวบรวมเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเข้าสู่กระบวนการออกเป็นกฎหมายต่อไป ปัจจุบัน ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งมีมูลค่าตลาด 1.4 ล้านล้านบาท คิดเป็น 15% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) และมีการจ้างงานกว่า 6 ล้านคน
นายวิเชียร ตั้งธรรมสถิต นายกสมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย กล่าวว่า กฎหมายค้าปลีกควรมีมานานแล้ว การใช้กฎหมายผังเมืองควบคุมการขยายสาขาไม่เพียงพอในทางปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม สมาคมเตรียมยกร่างกฎหมายฉบับประชาชน ควบคู่ไปกับร่างของกระทรวงพาณิชย์ ที่มีข้อบกพร่องอยู่มาก โดยเบื้องต้นจะกำหนดให้ธุรกิจที่เข้าข่ายเป็นห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ต้องมีพื้นที่ทุกสาขารวมกันไม่เกิน 100,000 ตารางเมตร ซึ่งรวมถึงธุรกิจค้าปลีกค้าส่งรูปแบบอื่นที่ใช้สัญลักษณ์ (โลโก้) ใกล้เคียงกัน หรือ มีระบบบริหารจัดการที่ทำให้เชื่อได้ว่าเป็นธุรกิจเจ้าของเดียวกัน และมีรายได้เกิน 1,000 ล้านบาท
นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย กล่าวว่า หากรัฐต้องการดูแลปัญหาค้าปลีกอย่างจริงจัง ควรนำมติ ครม.เดิมที่เห็นชอบให้ห้างค้าปลีกทุกรายชะลอการขยายสาขาชั่วคราว มาบังคับใช้ไปก่อน จนกว่ามีกฎหมายบังคับใช้ ซึ่งสมาคมอยู่ระหว่างหารือกับสมาคมที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมคุ้มครองผู้บริโภค สมาคมคุ้มครองการทำกินของไทย เพื่อจัดทำหนังสือถึง รมว.พาณิชย์ และนายกรัฐมนตรี ผลักดันอีกครั้งในเร็วๆ นี้
นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ที่ปรึกษาสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า การออกฎหมายค้าปลีกอาจไม่เกิดประโยชน์ต่อภาพรวมธุรกิจ เพราะปัจจุบันมีกฎหมายผังเมืองดูแลอยู่แล้ว นอกจากนี้ ร่างกฎหมายค้าปลีกที่มีอยู่ไม่มีความชัดเจนว่าธุรกิจใดเข้าข่ายต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนแนวทางการพัฒนาโชห่วยก็ไม่ได้ช่วยทุกราย เป็นการช่วยแบบมีเงื่อนไข เพื่อให้คุ้มการลงทุนให้ความรู้ และพัฒนา
ไทยรัฐ วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ.2552 หย้า 8
ภาพถ่ายวิทยากรบนเวที
กรรมการสมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทยก็เข้าร่วมสัมมนา สมาชิกจากเขตสายไหม กรุงเทพฯ
กรรมการสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพก็เข้าร่วมสัมนาด้วย ภาพถ่ายผู้ร่วมสัมนาเต็มห้อง
โดยมีกำหนดการ
08.00-09.00 ลงทะเบียน
09.00-0915 พิธีเปิดการสัมมนา โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางพรทิวา นาคาศัย)
0915-1230 การอภิปราย เรื่อง “พ.ร.บ. ค้าปลีก : กติกาการอยู่ร่วมกันในยุคทุนไรพรมแดน ? ” ผู้อภิปรายประกอบด้วย
- ดร.ฉัตรขัย ตวงรัตนพันธื ที่ปรึกษาสมาคมผู้ค้าปลีกไทย
- นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมการค้าปลีก-ค้าส่งไทย
- นายวิเชียร ตั้งธรรมสถิตย์ นายกสมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย
- นายมานิต รัตนสุวรรณ นักวิชาการด้านธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง
- ผศ.ดร.เผ่าภัค ศิริสุข นักวิชาการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร
ดำเนินการอภิปราย โดย ดร.ชยงการ ภมรมาศ รองคณบดีคณะบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร
12.30-13.30 รับทาอาหารกลางวัน
หมายเหตุ พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม เวลา 10.15-10.30



