ตัวแทนจากสมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย เสนอแนวปรองดองแห่งชาติ ต่อรัฐบาลตามแผนของ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะในข้อสองเกี่ยวกับความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ ตอนเช้าท่านนายกได้มีบัญชาให้ รัฐมนตรีพาณิชย์ พรทิวา นาคาศัย ลงมาพบที่หน้าประตู 4 ของทำเนียบ ได้พูดคุยกันประมา 20 นาที่ และยื่นหนังสือลงรับหนังสือที่สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเรียบร้อย งานนี้ทุกคนเป็นปลื้มที่ท่านรัฐมนตรีกรุณาลงรับด้วยตนเอง แต่ก็มีบางท่านในคณะบ่นว่าถ้าเป็นผู้บริหารห้างต่างชาติท่านคงจะให้ ไปคุยที่ห้องรับแขกมีแอร์เย็นๆ แต่เมื่อท่านรัฐมนตรีได้กล่าวว่าขออภัยด้วยที่มารับตรงนี้ พวกเราก็ตอบไปว่าไม่เป็นไรครับ เพราะเมื่อก่อนนี้เราเคยมากันเต็มถนนหน้าทำเนียบตากแดดก็เคนมาแล้วและก็ทนได้ วันนี้อยู่ในร่มดีกว่าเมื่อก่อนปี2550แล้ว หนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเรื่องแผนปรองดอง วันที่ 22 มิ.ย.53 และเอกสารประกอบ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง ของสมาคมฯ บันทึกประชุมกรรมาธิการ 6 พ.ค.53 มติครม.8 พ.ค.50 และ บันทึกข้อตกลง 14ส.ค.50 ระหว่างผู้ค้าปลีกกับรัฐบาล ตอนบ่ายเห็นว่าหลายพวกเราหลายคนเดินทางมาใกลหลายร้อยกิโลเมตรเดินทางด้วยรถไฟเกิน 5-7 ชั่วโมง จึงอยากได้พบนายกรัฐมนตรีรูปหล่อสักหน่อย จึงไปดักรอที่พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านนายกรัฐมนตรี สักสองถีงสามนาทีได้ถ่ายรูปร่วมกันและท่านได้บอกว่ารับทราบเรื่องของเราแล้ว ตอนนี้พวกเราก็คงต้องกลับไปบ้านนอนรอฟังว่า แผนปรดองดองขอรัฐบาลจะสำเร็จโดยมีแผนของเราร่วมอยู่ด้วยหรือเปล่านะครับ ดูรูป
รอหน้าประตูทำเนียบเพื่อประสานให้รัฐมนตรีออกมารับเรื่อง ตามคำสังนายกรัฐมนตรี
อธิบายให้รัฐมนตรีฟังถึงแนวทางและผลที่จะได้รับหากรับแผนปรองดองด้านความเป็นธรรมทางด้านเศรษฐกิจ
ถ่ายรูปร่วมกันกับรัฐมนตรี เพื่อหากปัญหานี้ได้รับการแก้ไขได้สำเร็จก็เป็นประโชน์กับประเทศชาติและประชาชนไทย วันนั้นรูปนี้จะมีค่ามาก
รูปนี้ก็เหมือนกันท่านรัฐมนตรีช่วย พณ. ก็ร่วมถ่ายรูปไว้ด้วย
ถ่ายรูปกับนายกด้วยแต่ทำไมไม่มีรูปไม่รู้อยู่กล้องใคร

ได้ภาพนี้จากน้องเจี๊ยบ เสียดายที่เห็นพวกเราน้อยไปหน่อย เพื่อนหลุดกรอบไปหมด
เสร็จงานยังมีเวลาเหลือจึงปรึกษากันว่าของแถมไปลงนามถวายพระพรด้วยจะได้มี ความสุขกลับบ้านโดยไม่กลับบ้านมือเปล่าได้แผ่นพิมพ์พระราชดำรัสในงานพระราช พิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2552 ซึ่งจัดทำโดยสำนังนายกรัฐมนตรี กลับบ้านด้วนความสุขและปราบปลื้มใจ
แน่ๆ ไม่กลับบ้านมือเปล่า









เห็นด้วย