คาร์ฟูร์เตรียมถอนตัวออกจากไทย

07 กรกฎาคม 2553 เวลา 07:01 น. http://www.posttoday.com “คาร์ฟูร์” เชนซูเปอร์สโตร์ ชื่อดังของฝรั่งเศสเตียมถอนธุรกิจจาก 3 ประเทศในเอเชียตะวันอออกเฉียงใต้ บลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า “คาร์ฟูร์” เชนซูเปอร์สโตร์ ชื่อดังของฝรั่งเศสเตียมถอนธุรกิจจาก 3 ประเทศในเอเชียตะวันอออกเฉียงใต้ ได้แก่ไทย มาเลเซีย และ สิงคโปร์ แล้ว โดยในระหว่างนี้อยู่ในระหว่างการทาบทามกับผู้ซื้ออยู่แหล่งข่าว ระบุว่า ผู้ที่อาจจะเข้าซื้อต่อนั้น มีทั้ง เทสโก ของอังกฤษ, อิออน ของญี่ปุ่น, เดรี ฟาร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิง ของฮ่องกง และบิ๊กซี ของไทย แต่ทว่า การขายในครั้งนี้ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนแต่อย่างใดทั้งนี้ มูลค่าธุรกิจของคาร์ฟูร์ในไทยอยู่ที่ระหว่าง 500-600 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนในมาเลเซีย และสิงคโปร์ รวมกันอยู่ที่ 350-400 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยคาร์ฟูร์ ยังตั้งใจที่จะคงธุรกิจไว้ในจีน และอินโดนีเซียต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทางด้าน ฟลอเรนซ์ โคเฮน โฆษกหญิงของคาร์ฟูร์ สำนักงานใหญ่ในกรุงปารีส ยังปฏิเสธไม่ให้ความเห็นต่อเรื่องนี้ ทางด้าน ฟาบิโอ ฟัซซารี นักวิเคราะห์จาก อิควิตา ซฺม ในนครมิลาน ของอิตาลีให้ความห็นว่า ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่มาถูกทางของคาร์ฟูร์แล้ว เพราะว่าแนวทางการบริหารใหม่ของคาร์ฟูร์ ได้เน้นการลงทุนที่ไม่ใช่ธุรกิจค้าปลีกมากขึ้น และคาร์ฟูร์กำลังกำจัดสินทรัพย์ที่ทำผลงานต่ำออกไป

รัฐบาลไทยลั่นพร้อมช่วยคาร์ฟูร์ ชงเข้า ครม.สัปดาห์หน้า

ไทยรัฐ  วันที่ 8 กรกฎาคม 2553

“อลงกรณ์” ลั่น รบ.ไทยพร้อมช่วย “คาร์ฟูร์” หากได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การเมือง จ่อชง ครม.สัปดาห์หน้า ด้านซีอีโอเผยยังไม่มีแผนถอนการลงทุน ยาหอมเชื่อมั่นการประกอบธุรกิจในไทย

เมื่อ วันที่ 8 ก.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จากกรณีกระแสข่าวห้างสรรพสินค้าคาร์ฟูร์ของฝรั่งเศส เตรียมถอนการลงทุนจากไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย เพื่อไปลงทุนในจีน และอินโดนีเซียนั้น ได้สอบถามไปยังนายเอริค แมกซ์ อูว์ซอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) บริษัท เซ็นคาร์ จำกัด ผู้บริหารห้างคาร์ฟูร์ (ประเทศไทย) ได้รับการยืนยันว่า คาร์ฟูร์ไม่มีแผนจะถอนหุ้น ถอนการลงทุนในไทย และยังเชื่อมั่นต่อการประกอบธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งทางบริษัทฯ กำลังติดต่อขอทราบข้อมูลของนโยบายบริษัทแม่ในฝรั่งเศส คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้จะทราบความชัดเจน และยังฝากให้ประธานหอการค้าฝรั่งเศสตรวจสอบในเรื่องนี้ ขณะที่หอการค้าฝรั่งเศสยังไม่ยืนยันกระแสข่าวดังกล่าว เพราะรัฐบาลวิตกกังวลว่าจะเป็นการส่งสัญญาณไม่ดีต่อภาพพจน์ของไทย ในขณะที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวและสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจหลังเหตุการณ์ รุนแรงทางการเมืองผ่านพ้นไป

“หากเป็นการถอนการลงทุนเป็นเรื่องการ บริหารงานเฉพาะภายในองค์กรคาร์ฟูร์เอง ก็ไม่มีปัญหา แต่หากเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับไทย ก็พร้อมจะแก้ไขให้เพื่อให้คงการลงทุนในไทยต่อไป เพราะฝรั่งเศสเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจและสัมพันธ์ที่ดีกับไทยมากว่า 230 ปี และที่ผ่านมาคาร์ฟูร์มีผลประกอบการดีมาตลอดทำรายได้กว่า 2.5 หมื่นล้านบาทในปีที่ผ่านมาจากสาขา 39 แห่ง และมีทุนจดทะเบียน 10,000 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 61 หรือประมาณ 6,100 ล้านบาท ลงทุนโดยฝรั่งเศส” นายอลงกรณ์ กล่าว

นอกจากนี้ นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ยังได้หารือถึงความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทย-ฝรั่งเศส จากปัจจุบันที่มีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท และยังเสนอให้สลับการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า (บิสซิเนสฟอรัม) เพื่อเป็นเวทีหารือระหว่างนักลงทุนไทย-ฝรั่งเศส โดยเพิ่มเวทีประชุมในระหว่างการจัดงานแสดงสินค้าอาหาร โดยมีกำหนดเริ่มการประชุมครั้งแรกในเดือนตุลาคมนี้ ที่ฝรั่งเศส อีกทั้งเสนอให้ทั้งสองประเทศเพิ่มความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ด้านทรัพย์สินทางปัญญา สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) และอุตสาหกรรมบันเทิงระหว่างกันด้วย

นายอลงกรณ์ กล่าวยืนยันด้วยว่า รัฐบาลไทยจะให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการฝรั่งเศสที่ได้รับผลกระทบจาก เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเหมือนกับผู้ประกอบการไทย โดยการประชุม ครม.สัปดาห์หน้าจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือธุรกิจต่างชาติที่ลงทุนใน ประเทศไทย และให้สินเชื่อพนักงานที่ถูกเลิกจ้างหรือต้องการเปลี่ยนงานเข้าสู่ธุรกิจแฟรนไชส์และขายตรง.

จ้องฮุบคาร์ฟูร์ “เจริญ-บิ๊กซี”พร้อมซื้อกิจการ

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 9 กรกฎาคม 2553 06:25 น.

ASTVผู้จัดการรายวัน – จับตา “บิ๊กซี-เบอร์ลี่” จ้องฮุบซื้อกิจการคาร์ฟูร์ในไทย หลังบริษัทแม่คาร์ฟูร์ฝรั่งเศสส่งสัญญาณถอนทัพหนีไทยแน่นอน ด้านซีอีโอในไทยยันไม่ถอน แต่อ้อมแอ้มรอคำตอบบริษัทแม่ก่อน “กรณ์” เชื่อ ไม่เกี่ยว พรบ.ค้าปลีก ขณะที่ “อลงกรณ์” ยัน พร้อมช่วยเหลือหากมีปัญหา สั่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรวจสอบ

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนนี้ โดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า คาร์ฟูร์เครือข่ายค้าปลีกรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก และรายใหญ่สุดของทวีปยุโรป วางแผนจะขายทิ้งกิจการในไทย มาเลเซีย และ สิงคโปร์ โดยขณะนี้กำลังมองหาผู้ซื้อที่มีศักยภาพอยู่ และอาจขอให้มีการเสนอราคาซื้อกิจการดังกล่าวภายในต้นเดือนกันยายนนี้ แต่ยังไม่ได้เปิดเผยกระบวนการอย่างเป็นทางการซึ่งการขายกิจการครั้งนี้อาจทำ เงินให้คาร์ฟูร์ประมาณ 800-1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม คาร์ฟูร์ยังจะเดินหน้าลงทุนในประเทศจีนและอินโดนีเซีย โดยเมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา นายลาร์ส โอลอฟสัน หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) คาร์ฟูร์ ประกาศกลางที่ประชุมผู้ถือหุ้น ว่า ในปี 2553 นี้ บริษัทมีแผนจะเปิดไฮเปอร์มาร์เก็ต 22 แห่ง และดิสเคานต์สโตร์อีก 140 แห่งในจีน และตั้งเป้าเปิดสาขาอีก 13 แห่งในอินโดนีเซียด้วย

ขณะที่ นางฟลอเรนซ์บาราเนส โคเฮน โฆษกคาร์ฟูร์ ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นต่อรายงานข่าวดังกล่าว
แหล่งข่าวเผยด้วยว่า คาร์ฟูร์ อาจพิจารณาที่จะขายกิจการใน 3 ประเทศข้างต้น แบบแยกขายตามประเทศ เพราะผู้ที่สนใจซื้ออาจไม่ต้องการที่จะซื้อกิจการรวมกันทั้งหมด โดยธุรกิจของคาร์ฟูร์ในไทยอาจมีมูลค่าการขายอยู่ที่ราว 500-600 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ธุรกิจในมาเลเซีย และสิงคโปร์ อาจมีมูลค่าราว 350-400 ล้านดอลลาร์

ทางบริษัทแม่ได้เปลี่ยนทีมผู้บริหารใหม่และได้เน้นนโยบายเรื่องการถอนการลง ทุนจากประเทศที่ไม่มีกำไร เบื้องต้นคาร์ฟูร์มีสาขาอยู่ในประเทศไทยจำนวน 30 สาขา คาดว่าจะต้องใช้เงินทุนประมาณ 15,000 ล้านบาทในการเข้าซื้อ สำหรับบริษัท เซ็นคาร์ จำกัด มีทุนจดทะเบียน 10,000 ล้านบาท มีฝรั่งเศสถือหุ้น 61% หรือ 6,100 ล้านบาท

**** ลือสะพัด” เจริญ” จ้องตาเป็นมัน
ล่าสุด มีกระแสข่าวลือสะพัดในตลาดหุ้นของไทยว่า บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC มีความสนใจที่จะเข้าไปเทกโอเวอร์กิจการ โดยทีมผู้บริหารบินไปต่างประเทศเพื่อเจรจาแล้ว และคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะกลับมาถึงประเทศไทย พร้อมคาดการณ์ว่า อาจมีการยื่นประมูลห้างคาร์ฟูร์ที่จะถอนการลงทุนจากประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์และไทย หลังธุรกิจประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่องจนกระทบต่อฐานะทางการเงินของ บริษัทแม่

ขณะที่วงการค้าปลีก ยอมรับว่า ข่าวดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูง เพราะทางผู้บริหารคาร์ฟูร์ได้เคยยื่นข้อเสนอไปทาง คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของและผู้ถือหุ้นใหญ่ของเบอร์ลี่ด้วย และยังมีกิจการอีกหลายแห่งที่ยื่นข้อเสนอเข้ามา แต่เรื่องนี้ยังไม่มีการตัดสินใจ เนื่องจากต้องศึกษาให้รอบคอบ

***จับตาบิ๊กซีจ้องซื้อคาร์ฟูร์
ด้านสถาบันวิจัยนครหลวงไทย (SCRI) ประเมินว่า มีความเป็นไปได้ที่บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIG C และกลุ่ม BJC จะทำการซื้อกิจการคาร์ฟูร์ในประเทศไทย โดยประเมินว่ารูปแบบการดำเนินธุรกิจของ BIGC จะเหมาะสมกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของคาร์ฟูร์มากที่สุด เนื่องจากในปัจจุบัน (สิ้นปี 2552) คาร์ฟูร์มีจำนวนสาขารวม 39 แห่งและร้านสะดวกซื้อ 1 แห่ง ซึ่งจะทำให้จำนวนสาขาของ BIGC เพิ่มขึ้นและครองส่วนแบ่งตลาดไฮเปอร์มาร์เกตเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ในปัจจุบัน BIGC มีสาขารวม 68 แห่ง และคาดจะเพิ่มเป็น 71 แห่ง ณ สิ้นปี 2553

อย่างไรก็ตาม SCRI ประเมินว่า ในกรณีที่ BIGC สนใจซื้อกิจการคาร์ฟูร์จริงจะต้องใช้เงินลงทุนมูลค่ากว่า 1.5 – 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีความเสี่ยงที่ BIGC จะต้องกู้ยืมและ/หรือเพิ่มทุน นอกจากนี้การที่ธุรกิจของคาร์ฟูร์เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ BIGC ทำให้อาจเกิดการ Canibalized (แย่งชิงลูกค้า) กันเองระหว่างสาขาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน

ด้านราคาหุ้น BJC ดีดบวกถึง 23.70% มาอยู่ที่ 16.70 บาท เพิ่มขึ้น 3.20 บาท มูลค่าซื้อขาย 270.17 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.08 น.โดยเปิดตลาดที่ 14.40 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 17.50 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 14.40 บาท

*** เซเว่นฯยังไม่สนใจ
นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เปิดเผยถึงกรณีที่กลุ่มคารฟูร์จะถอนการลงทุนจากประเทศไทยว่า ข่าวนี้ไม่เป็นเรื่องที่น่าตกใจเท่าไร เพราะมีความเคลื่อนไหวมาก่อนนี้แล้ว อีกทั้งไม่ได้เป็นผลกระทบมาจากปัญหาด้านการเมืองหรือเศรษฐกิจของไทยแต่อย่าง ใด
แต่เป็นเพราะนโยบายของบริษัทแม่คาร์ฟูร์ในต่างประเทศเอง ที่ต้องการถอนการลงทุนในตลาดที่เล็กแต่มีการแข่งขันที่รุนแรงและมียอดขาย น้อย ซึ่งไทยก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย เพื่อที่จะหันไปเน้นในการลงทุนในตลาดที่ใหญ่และมียอดขายสูงเช่น ประเทศอินโดนีเซีย หรือจีน เป็นต้น
“เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกหรือกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่าง ประเทศ อีกทั้งธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ตในไทยก็ยังมีโอกาสที่เติบโตดีอยู่ ส่วนคาร์ฟูร์จะถอนการลงทุนในไทย ก็ไม่ได้ส่งผลบวกหรือผลลบอะไรกับเซเว่นอีเลฟเว่น เพราะเป็นคนละธุรกิจอยู่แล้ว”

อย่างไรก็ตาม กลุ่มเซเว่นฯที่เป็นธุรกิจในเครือซีพีสนใจที่จะซื้อธุรกิจของกคารฟูร์หรือ ไม่นั้น นายปิยะวัฒน์ กล่าวในเชิงที่ไม่ปฎิเสธและไม่ได้ตอบรับว่า ข่าวนี้เพิ่งออกมา ยังไม่มีใครติดต่อมาทางเซเว่นฯ ส่วนเซเว่นฯเองก็ไม่ได้เสนออะไรไป ข่าวเพิ่งออกมา เรื่องนี้เราคงต้องเอาข้อมูลมาศึกษาให้รอบคอบ ต้องปรึกษาผู้ใหญ่ ต้องปรึกษาบอร์ดว่าจะสนใจหรือไม่ต้องศึกษาให้ดี

คนวงในค้าปลีกให้ความเห็นว่า ปัญหาหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจก็คือ เรื่องของการเข้มงวดเกี่ยวกับกฎหมายผังเมืองและพรบ.ค้าปลีกที่จะคุมเข้มใน เรื่องของการขยายสาขาของธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ซึ่งจะทำให้ยากต่อการขยายตัวมากขึ้น ทำให้คาร์ฟูร์เองได้รับผลกระทบตรงนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา คาร์ฟูร์มีธุรกิจในไทยที่เป็นสโตร์ขนาดใหญ่มาตลอด ซึ่งมาเพียงช่วงหลังนี้เองที่เพิ่งเริ่มปรับตัวเปิดสโตร์ขนาดเล็กใช้พื้นที่ น้อย แต่ก็ยังมีความเสียเปรียบคู่แข่งรายอื่นที่ทำมาก่อนหน้านี้แล้ว

*** “กรณ์” เชื่อไม่เกี่ยว พรบ.ค้าปลีก
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า คงไม่ถึงขั้นถอนการลงทุนจากไทย แต่อาจจะเป็นการขายหรือโอนกิจการให้ผู้อื่นเข้ามาบริหารงานแทน และเชื่อว่าไม่ได้เกิดจากผลกระทบของพรบ.ค้าปลีก พร้อมยืนยันว่า กรณีดังกล่าวไม่มีความกังวลที่นักลงทุนต่างชาติจะถอนการลงทุนในไทย เพราะมองว่าประเทศไทยยังเป็นเป้าหมายสำคัญที่นักลงทุนต่างชาติจะเข้ามาเจาะ ตลาดการค้าปลีก โดยเฉพาะภาคที่ไทยมีการบริโภคภายในประเทศ และเป็นตลาดที่ใหญ่จากจำนวนประชากรกว่า 60 ล้านคน ที่มีรายได้มากขึ้น
“ผมมองว่า ธุรกิจค้าปลีกในไทย ที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จมาก ดูตัวอย่างกรณีห้างเทสโก้ โลตัส ที่การแข่งขันดี จนทำให้เกิดปัญหากระทบต่อผู้ค้าปลีกรายย่อย มีขนาดการบริโภคภายในประเทศที่ใหญ่ ประชากรมีรายได้สูงขึ้น ถือว่ามีศักยภาพด้านการตลาด”

*** อลงกรณ์พร้องแก้ไขปัญหา
นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สอบถามไปยังประธานเจ้าหน้าบริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัท เซ็นคาร์ จำกัด ผู้บริหารห้างคาร์ฟูร์ในไทยแล้ว ในเบื้องต้นได้รับการยืนยันว่ายังไม่ถอนการลงทุนจากไทย เพราะการทำธุรกิจค้าปลีกในไทยยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้ จะต้องรอความชัดเจนจากบริษัทแม่ก่อน

“ใน 1-2 วันนี้จะขอความชัดเจนจากผู้บริหารคาร์ฟูร์ในไทยอีกครั้ง หากการถอนการลงทุนเป็นเรื่องของธุรกิจก็ไม่มีปัญหา แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับไทย เราก็พร้อมจะแก้ไขให้ เพื่อให้ยังลงทุนต่อไป เพราะฝรั่งเศสกับไทยเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ และมีความสัมพันธ์กันมากว่า 230 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน” นายอลงกรณ์กล่าว

ส่วนการหารือกับหอการค้าฝรั่งเศส-ไทยนั้น นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ได้หารือเรื่องดังกล่าวเช่นกัน แต่ประธานหอการค้าฝรั่งเศส-ไทย ยังไม่ยืนยันข่าวดังกล่าว

นายฟรอง ฟูแชร์ ประธานหอการค้าฝรั่งเศส-ไทย กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าคาร์ฟูร์จะถอนการลงทุนในไทยว่า ขณะนี้ ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่จะสอบถามไปยังผู้บริหารบริษัท เซ็นคาร์ เร็วๆ นี้ ส่วนการตัดสินใจจะลงทุนต่อหรือไม่เป็นเรื่องของผู้บริหารในบริษัทแม่ สำหรับผู้ประกอบการฝรั่งเศสที่ได้รับผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมืองของ ไทยนั้น คาดว่าจะมีไม่ถึง 10 รายที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ และไม่สามารถทำธุรกิจต่อไปได้

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9530000094219&Keyword=%a1%c3%b3%ec

Tags: , , , , , ,

2 Responses to “คาร์ฟูร์เตรียมถอนตัวออกจากไทย”

  1. admin says:

    ยังไม่มีกฎหมายควบคุม เดี๋ยว Lotus ก็ซื้อเป็นสาขาหมด ผูกขาดประเทศไทย แน่นอน

  2. admin says:

    รัฐมนตรีช่วยคาร์ฟูร์แก้ปัญหาจะเสนอเข้า ครม.อย่างเร่งด่วน เกรงว่า ห้างต่างชาติจะไม่ลงทุน เรายังไม่มีรัฐมนตรีช่วยโชว์ห่วย เรื่องปัญหาโชว์ห่วยจึงไม่เคยได้รับการช่วยเหลือ จากรัฐบาล วันหน้าขอรัฐมนตรีช่วยโชว์ห่วยสักคนได้ไหม พีน้องเอย……….

Leave a Reply