ธุรกิจโชห่วย ดาวอับแสงปี55 หลังแข่งยักษ์ใหญ่ไม่ได้

Thairath  วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ.2555  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผย 10 ธุรกิจดาวเด่นปี 55 การแพทย์-ความงาม มาแรงสุด หลังคนใส่ใจสุขภาพ-ทำศัลยกรรมความงามมากขึ้น ส่วนดาวร่วงปีหน้าโชห่วยนำโด่ง หลังแข่งยักษ์ใหญ่ไม่ได้

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึง 10 อันดับธุรกิจเด่นปี 55 ว่า ศูนย์ได้จัดอันดับธุรกิจดาวเด่นในปี 55 จากการให้คะแนนใน 5 ด้านคือ ด้านยอดขาย ต้นทุน ส่วนต่างของยอดขายต่อต้นทุน (กำไรสุทธิ) ความสามารถในการรับผลจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และความสอดคล้องกับกระแสนิยม รวม 50 คะแนน รวมถึงประเมินจากสถานการณ์เศรษฐกิจ 55 ปัจจัยสนับสนุน และปัจจัยบั่นทอนในการทำธุรกิจ ซึ่งพบว่าธุรกิจดาวเด่น 10 อันดับ 12 ธุรกิจ ได้แก่ 1.ธุรกิจบริการทางการแพทย์ และความงาม 45.1 คะแนน 2.อุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาล 44 คะแนน

3.ธุรกิจปูนซีเมนต์และผลิตภัณฑ์คอนกรีต 43.9 คะแนน 4.สถานีบริการ/จำหน่ายน้ำมัน ก๊าซเอ็นจีวี และแอลพีจี 43.8 คะแนน 5.สถาบันการเงิน 43.5 คะแนน 6.เทคโนโลยีสื่อสาร 43.3 คะแนน 7.ธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต 43.2 คะแนน ส่วนอันดับ 8 มีคะแนนเท่ากันที่ 42.7 คะแนนใน 2 ธุรกิจคือ ธุรกิจวัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร และธุรกิจก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง 9.ธุรกิจพลังงานและพลังงานทดแทน ขณะที่อันดับ 10 มี 2 ธุรกิจที่คะแนนเท่ากันที่ 42.4 คะแนนคือ ธุรกิจเคมีภัณฑ์ และธุรกิจอาหาร

ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึง 10 ธุรกิจดาวร่วงปี 55 หรือธุรกิจที่มีโอกาสทำธุรกิจน้อย และผู้ประกอบการจะต้องเร่งปรับปรุงศักยภาพ ได้แก่ 1.ร้านค้าดั้งเดิม (โชห่วย) 15.9 คะแนน 2.ผักและผลไม้อบแห้ง 16.7 คะแนน 3.หัตถกรรม (จักสาน งานไม้) 17.1 คะแนน 4.เครื่องหนัง (งานไม้เน้นฝีมือ งานเครื่องหนังทั่วไป) 17.2 คะแนน 5.เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย (ไม่เน้นงานฝีมือ) 18.4 คะแนน 6. สิ่งทอผ้าผืน (งานไม้เน้นฝีมือ ตัดเย็บทั่วไป) 18.7 คะแนน 7.เหล็กและการผลิตเหล็ก 19.9 คะแนน 8.อุตสาหกรรมฟอกย้อม 20.7 คะแนน 9.ธุรกิจประมง 24.1 คะแนน และ 10.อสังหาริมทรัพย์ (บ้านแนวราบ) 24.9 คะแนน

“ธุรกิจดาวร่วง ที่ศูนย์ให้คะแนนนั้น จะดูจากผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น จนทำให้ผู้ประกอบการแข่งขันไม่ได้ เช่น ค่าแรงสูง ผลกระทบจากน้ำท่วม รวมถึงสินค้าที่มีรูปแบบล้าสมัย ไม่ตอบสนองความต้องการผู้บริโภค โดยเฉพาะเครื่องหนัง หัตถกรรม เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย” นายธนวรรธน์ กล่าว

สำหรับธุรกิจเด่นหลังน้ำลด ได้แก่ ธุรกิจทำความสะอาด ธุรกิจเคลื่อนย้ายสิ่งของ วัสดุก่อสร้าง โรงรับจำนำ และธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ส่วนธุรกิจเด่นในช่วงครึ่งหลังปี 55 ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ร้านทอง สื่อสิ่งพิมพ์และการบันเทิง ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง โดยอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์นั้น แม้ไตรมาสแรกปี 55 จะมีความต้องการมากขึ้น แต่ผู้ผลิตไม่สามารถเดินเครื่องผลิตได้ตามความต้องการ เพราะยังฟื้นฟูโรงงานและเครื่องจักรได้เต็มที่ คาดจะกลับมาเดินเครื่องเป็นปกติในครึ่งหลังของปี และทำให้ธุรกิจฟื้นตัวได้ครึ่งหลังของปีเช่นกัน.

ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/eco/226355

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>