<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย &#187; ค้าปลีก</title>
	<atom:link href="http://retailthai.com/index.php/tag/%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%81/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://retailthai.com</link>
	<description>คุ้มครองผู้บริโภค ต้านการค้าที่ไม่เป็นธรรม สงวนอาชีพของคนไทย</description>
	<lastBuildDate>Tue, 24 Aug 2010 02:04:20 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เข้าชื่อเสนอกฎหมายค้าปลีก</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/make-law</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/make-law#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Sep 2009 10:07:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[การค้าไม่เป็นธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การทำกิน]]></category>
		<category><![CDATA[ฃื้อของไทย]]></category>
		<category><![CDATA[คุ้มครองการทำกิน]]></category>
		<category><![CDATA[คุ้มครองผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ต้านค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ต้านห้างต่างชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[โชวห่วยม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=236</guid>
		<description><![CDATA[สมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทยจัดสัมมนาการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย
ในวันจันทร์ที่  14 ก.ย. 52 นี้ สมาคมฯจะจัดให้มีการสัมมนาการเข้าขื่อเสนอร่างกฎหมาย พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง พ.ศ. &#8230;&#8230;. ณ ภูวนาลีรีสอร์ท ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ตั้งแต่เวลา  10.00น. เป็นต้นไป โดยมีวิทยากรจากสภาผู้แทนราษฎร ผ.อ. ทองคำ แก้งพรม และที่มงานนิติกร กลุ่มงานเข้าชื่อเสนอกฎหมาย  ภาคบ่าย  หลังอาหารแล้ว สัมมนาเรือง ค้าปลีกยักษ์กับรายย่อยอยู่ร่วมกันได้จริงหรือ? โดยอาจารย์อ ดร.อัมรินทร์ คอมันต์ และ รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ  มีสารสำคัญของกฎหมาย และกำหนดการ ดังต่อไปนี้(ดาวน์โลดแบบเข้าขื่อ Form001[กข.๑]  และสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. Retail Law หรือ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับเต็ม Retai Law Full ถ้า IE รุ่นเก่า เปิดไม่ได้ ก็ให้ใช้คลิกขวา แล้ว Save As ลง HD.ในเครือง) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>สมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทยจัดสัมมนาการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย</h2>
<p><strong>ในวันจันทร์ที่  14 ก.ย. 52 นี้</strong> สมาคมฯจะจัดให้มีการสัมมนาการเข้าขื่อเสนอร่างกฎหมาย <strong>พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง พ.ศ. &#8230;&#8230;.</strong> ณ ภูวนาลีรีสอร์ท ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ตั้งแต่เวลา  10.00น. เป็นต้นไป โดยมีวิทยากรจากสภาผู้แทนราษฎร ผ.อ. ทองคำ แก้งพรม และที่มงานนิติกร กลุ่มงานเข้าชื่อเสนอกฎหมาย <strong> ภาคบ่าย  หลังอาหารแล้ว </strong>สัมมนาเรือง <strong>ค้าปลีกยักษ์กับรายย่อยอยู่ร่วมกันได้จริงหรือ? </strong>โดยอาจารย์อ ดร.อัมรินทร์ คอมันต์ และ รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ  มีสารสำคัญของกฎหมาย และกำหนดการ ดังต่อไปนี้<span style="color: #ff0000;"><strong>(ดาวน์โลดแบบเข้าขื่อ</strong> <a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/Form001.pdf">Form001</a>[กข.๑]<a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/Form001.pdf"></a> </span><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #339966;"> </span>และ<strong>สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.</strong> </span><a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/Retail-Law.pdf"><span style="color: #339966;">Retail Law</span></a><span style="color: #ff0000;"> หรือ <strong>ร่าง พ.ร.บ. ฉบับเต็ม</strong> </span><a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/Retai-Law-Full.pdf"><span style="color: #339966;">Retai Law Full</span></a><span style="color: #ff0000;"> ถ้า IE รุ่นเก่า เปิดไม่ได้ ก็ให้ใช้คลิกขวา แล้ว <strong>Save As</strong> ลง <strong>HD.ในเครือง)</strong> </span><span id="more-236"></span></p>
<h3 style="text-align: center;">กำหนดการสัมมนา</h3>
<h3 style="text-align: center;">เรื่อง  ค้าปลีกยักษ์กับรายย่อยอยู่ร่วมกันได้จริงหรือ?</h3>
<h3 style="text-align: center;">(ราชสีห์กับลูกแกะอยู่ร่วมกันได้จริงหรือ?)</h3>
<h3 style="text-align: center;">ณ ภูวนาลีรีสอร์ท ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา</h3>
<p align="center"><strong>วันจันทร์ที่  14 กันยายน 2552</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211; </strong><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>10.00 น.                ลงทะเบียน</p>
<p>11.00 น.                วิธีการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย โดย ผ.อ. ทองคำ แก้วพรม และทีมนิติกร</p>
<p>12.00 น.                 รับทานอาหารกลางวัน</p>
<p>13.00 น.                ค้าปลีกยักษ์กับรายย่อยอยู่ร่วมกันได้จริงหรือ?  โดย รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ</p>
<p>14.00 น.                ค้าปลีกยักษ์กับรายย่อยอยู่ร่วมกันได้จริงหรือ?  โดย อาจารย์ อัมรินทร์ คอมันต์</p>
<p>15.00 น.                ประชุมแบ่งกลุ่มวางเครือข่ายรวบรวมรายชื่อเสนอกฎหมาย</p>
<p>16.00 น.                 แจกแบบเข้าชื่อเสนอกฎหมาย<a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/map-Poowanaree.jpg"><img class="size-medium wp-image-286 alignright" title="map Poowanaree" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/map-Poowanaree-261x300.jpg" alt="map Poowanaree" width="261" height="300" /></a></p>
<h3>กรุณาจองด่วนเพื่อเตรียมอาหารให้พอจำนวนคน</h3>
<p>นายสมาคมฯ                 โทร. 08 1803 2444</p>
<p>อุปนายกที่ 1                โทร. 08 1879 9098</p>
<p>อุปนายกที่ 2                โทร. 08 1828 4545</p>
<p>เลขาฯ                     โทร. 08 9900 1032</p>
<h2 style="text-align: center;">สรุปสาระสำคัญ</h2>
<p align="center"><strong>ร่าง พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง พ.ศ&#8230;.. </strong></p>
<p align="center"><strong>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-</strong></p>
<h4 style="text-align: center;">หลักการ</h4>
<p><strong>ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ในหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา ๘๔  กำหนดให้ความคุ้มครองการประกอบอาชีพของประชาชนให้แข่งขันได้อย่างเสรีและเป็นธรรม และป้องกันการผูกขาดตัดตอน จากผู้มีอำนาจมากและมีทุนขนาดใหญ่เข้ามาผูกขาดสินค้าอุปโภคและบริโภคอันอาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่งคงแห่งรัฐจึงต้อง</strong>ให้มีกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง</p>
<h4 style="text-align: center;">เหตุผล</h4>
<p>โดยที่ธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและมีบทบาทสำคัญในการกระจายรายได้ ปัจจุบันได้มีการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก อันส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งดั้งเดิมที่มีขนาดเล็ก<strong>ไม่สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรมต้องเลิกกิจการไปจำนวนมากและป้องกันมิให้ธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งขนาดใหญ่ผูกขาดตลาดของประเทศ ทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถพัฒนาตนเพื่อแข่งขันได้อย่างเสรีและเป็นธรรม</strong> สมควรมีการจัดระเบียบการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง เพื่อให้การประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งทุกประเภททุกขนาดดำรง<strong>อยู่ร่วมกัน</strong>ได้ตามสภาพเศรษฐกิจการค้าและสภาพแวดล้อมในแต่ละท้องถิ่น รวมทั้งควรมีมาตรการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งรายย่อยดั้งเดิม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้</p>
<p>พรบ.นี้ไม่ให้ใช้บังคับแก่การประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น การขายยาตามกฎหมายว่าด้วยยา  การค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง การขายหนังสือ การขายของที่ระลึกตามแหล่งท่องเที่ยว การขายอัญมณีหรือเครื่องประดับ การขายอาหารที่ปรุงสำเร็จให้ผู้ซื้อสามารถบริโภคได้ทันที การขายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชนเป็นหลัก <strong>การขายสินค้าของร้านค้า สหกรณ์ตามกฎหมายว่าด้วย สหกรณ์ หรือ </strong>การขายสินค้าอื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา</p>
<p><strong>ให้มีคณะกรรมการการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง </strong>จำนวน<strong>19 คน</strong>มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี มาจากส่วนราชการ<strong> </strong>ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานกรรมการ,  ปลัดกระทรวงพาณิชย์ , ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า , อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นกรรมการและเลขานุการ<strong> รวม 8 คน</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ </strong>ครม.แต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีความรู้ ด้านกฎหมาย, ด้านการค้าปลีกหรือค้าส่ง, ด้านการบริหารธุรกิจ และด้านการค้าระหว่างประเทศ  ด้านละหนึ่งคน(ต้องไม่เป็นข้าราขการ)<strong> จำนวน 4 คน</strong></p>
<p><strong>กรรมการผู้แทนสถาบันหรือองค์กรเอกชน</strong> ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย<strong> ผู้แทนสมาคมเกษตรกร ผู้แทนสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ</strong> ผู้แทนสมาคมการค้าที่มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง แห่งละหนึ่งคน ผู้แทนสมาคมที่มีวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองผู้บริโภค หรือต้านการค้าที่ไม่เป็นธรรม จำนวนสองคน รวม<strong> 7 คน</strong></p>
<p><strong>คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ </strong>กำหนดนโยบาย มาตรการและแผนการจัดระบบการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง การป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง ผู้ผลิตสินค้า เกษตรกร หรือความเป็นอยู่ของประชาชน ชุมชนและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดนโยบายสนับสนุน ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งรายย่อยดั้งเดิมให้มีการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายธุรกิจหรือรวมกลุ่มดำเนินกิจกรรมทางการตลาด</p>
<p>เชิญบุคคลหนึ่งบุคคลใดมาให้คำอธิบาย คำแนะนำ หรือความเห็น มีคำสั่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริงหรือทำคำชี้แจงเป็นหนังสือ</p>
<h4 style="text-align: center;">พรบ.นี้ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่</h4>
<p>มีหนังสือเรียกผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งหรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ แจ้งข้อเท็จจริงหรือทำคำชี้แจงเป็นหนังสือ รวมทั้งให้ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีก หรือค้าส่ง ส่งบัญชี ทะเบียน เอกสารหรือหลักฐานเพื่อตรวจสอบหรือประกอบการพิจารณา</p>
<p>เข้าไปในสถานที่ทำการ สถานที่ประกอบธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งในระหว่างเวลาทำการ เพื่อตรวจสอบให้การเป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ในการนี้ ให้มีอำนาจสอบถามข้อเท็จจริงหรือเรียกบัญชี ทะเบียนเอกสารหรือหลักฐานอื่นจากผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งหรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง</p>
<p>ออกคำสั่งเตือนเป็นหนังสือให้ผู้รับใบอนุญาตแก้ไขหรือปฏิบัติการให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาตหรือตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงภายในระยะเวลาที่กำหนด</p>
<p>ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้กรรมการ อนุกรรมการและพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา</p>
<h4 style="text-align: center;">การควบคุมประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง</h4>
<p><strong>ห้ามไม่ให้ประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งที่มีพื้นที่ทุกสาขารวมกันแล้วเกินกว่าหนึ่งแสนตารางเมตรโดยนับรวมกับธุรกิจที่ผู้ประกอบการฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเข้าถือหุ้นเกินกว่าหนึ่งในห้าส่วนของธุรกิจนั้นหรือได้อนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา หรือสิทธิอย่าอื่นในการประกอบธุรกิจนั้น</strong></p>
<p>ธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งที่มีขนาดพื้นที่ของสถานประกอบธุรกิจขายสินค้า<strong>รวมกันทุกสาขาตั้งแต่ หนึ่งหมื่นตราเมตรขึ้นไป หรือ</strong> ธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งที่มียอดรายได้หรือประมาณการรายได้ของทุกสาขารวมกันตั้งแต่หนึ่งพันล้านบาทขึ้นไป <strong>ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจ</strong></p>
<p>ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนด กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งในแต่ละประเภทแยกต่างหากจากกัน หรือกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับบริเวณที่ตั้งสถานประกอบธุรกิจ วันและเวลาเปิดปิดของสถานประกอบธุรกิจ การจัดสิ่งอำนวยความสะดวกเท่าที่จำเป็นแก่ผู้บริโภค และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขอื่นๆโดยให้คำนึงถึงลักษณะของธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งแต่ละประเภท วัฒนธรรม ประเพณี และสภาพสังคมในแต่ละท้องถิ่น</p>
<p>ใบอนุญาตจะโอนกันไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตหรือเป็นการตกทอดทางมรดก</p>
<p>คำสั่งไม่ออกใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ ไม่อนุญาตให้ตั้งสาขาหรือไม่อนุญาตให้โอนกิจการ ผู้ขออนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลปกครองได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง</p>
<p>โทษฐานประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งตามโดยไม่ได้รับใบอนุญาตหรือตั้งสาขาโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละสองแสนบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่</p>
<h4 style="text-align: center;">บทเฉพาะกาล</h4>
<p><strong>ให้ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งที่มีพื้นที่รวมทุกสาขาเกินหนึ่งแสนตรางเมครอยู่ในวันก่อนกฎหมายมีผลบังคับจะได้รับใบอนุญาตได้อีกหนึ่งปี และจะต่อได้อีกรวมแล้วไม่เกินสามปี </strong></p>
<p>สำหรับผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งที่มีพื้นที่รวมทุกสาขาเกินกว่าหนึ่งหมื่นตารางเมตรแต่ไม่เกินหนึ่งแสนตารางเมตรต้องให้ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตให้โดยไม่ชักช้า ในระหว่างนั้นให้ประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งนั้นต่อไปได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/make-law/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
