<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย &#187; คุ้มครองผู้บริโภค</title>
	<atom:link href="http://retailthai.com/index.php/tag/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%84/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://retailthai.com</link>
	<description>คุ้มครองผู้บริโภค ต้านการค้าที่ไม่เป็นธรรม สงวนอาชีพของคนไทย</description>
	<lastBuildDate>Tue, 24 Aug 2010 02:04:20 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>วิทยุ CRI ของจีนเสนอข่าวสมาคมฯ</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/301</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/301#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 Sep 2009 11:23:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[การค้าไม่เป็นธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การทำกิน]]></category>
		<category><![CDATA[ฃื้อของไทย]]></category>
		<category><![CDATA[คุ้มครองผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ต้านห้างต่างชาติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=301</guid>
		<description><![CDATA[สำนักข่าว cri ของประเทศจีน (GMT+08:00) 2009-09-15 16:00:10 http://thai.cri.cn/1/2009/09/15/42s157859.htm
สมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทยรวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอแก้ไขกฎหมายป้องกันต่างชาติผูกขาดการค้าในไทย นาย วิเชียร ตั้งธรรรมสถิตย์ นายกสมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวซีอาร์ไอ ว่า ในช่วง 10 ปีมานี้ บริษัทข้ามชาติได้เข้ามาทำธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งในเมืองไทยมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยประมาณ 2 ล้านราย ไม่เฉพาะร้านขายของชำเท่านั้น แต่ร้านขายสินค้าและบริการอื่น ๆ ล้วนได้รับผลกระทบ ทำให้ส่วนหนึ่งต้องปิดกิจการ หรือ ลดขนาดลง ส่งผลให้มีผู้ว่างงานมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ เมื่อวันที่ 14 กันยายนสมาคมฯ ได้จัดการประชุมสมาชิกสมาคมฯ จากทั่วประเทศ ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา  โดยมีมติจะรวบรวมรายชื่อประมาณ 20,000 รายชื่อ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อเสนอต่อรัฐสภาให้ร่างกฎหมายที่จะมีผลต่อการจำกัดพื้นที่การทำธุรกิจค้า ปลีกและค้าส่งของบริษัทข้ามชาติ
นายกสมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทยย้ำว่า การดำเนินการดังกล่าวมิได้มีวัตถุประสงค์ที่จะขับไล่ผู้ประกอบการต่างชาติ เพียงแต่ต้องการสงวนอาชีพให้คนไทยได้ทำมาหากินและป้องกันไม่ให้ต่างชาติมา ผูกขาดการค้าในประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับหลักการขององค์การการค้าโลก
ภาพการประชุม

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><a href="http://www.cri.cn" target="_blank">สำนักข่าว cri ของประเทศจีน </a>(GMT+08:00) 2009-09-15 16:00:10<a href="http://thai.cri.cn/1/2009/09/15/42s157859.htm" target="_blank"> http://thai.cri.cn/1/2009/09/15/42s157859.htm</a></div>
<p><strong>สมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทยรวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอแก้ไขกฎหมายป้องกันต่างชาติผูกขาดการค้าในไทย </strong>นาย วิเชียร ตั้งธรรรมสถิตย์ นายกสมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวซีอาร์ไอ ว่า ในช่วง 10 ปีมานี้ บริษัทข้ามชาติได้เข้ามาทำธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งในเมืองไทยมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยประมาณ 2 ล้านราย ไม่เฉพาะร้านขายของชำเท่านั้น<span id="more-301"></span> แต่ร้านขายสินค้าและบริการอื่น ๆ ล้วนได้รับผลกระทบ ทำให้ส่วนหนึ่งต้องปิดกิจการ หรือ ลดขนาดลง ส่งผลให้มีผู้ว่างงานมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ เมื่อวันที่ 14 กันยายนสมาคมฯ ได้จัดการประชุมสมาชิกสมาคมฯ จากทั่วประเทศ ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา  โดยมีมติจะรวบรวมรายชื่อประมาณ 20,000 รายชื่อ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อเสนอต่อรัฐสภาให้ร่างกฎหมายที่จะมีผลต่อการจำกัดพื้นที่การทำธุรกิจค้า ปลีกและค้าส่งของบริษัทข้ามชาติ</p>
<p>นายกสมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทยย้ำว่า การดำเนินการดังกล่าวมิได้มีวัตถุประสงค์ที่จะขับไล่ผู้ประกอบการต่างชาติ เพียงแต่ต้องการสงวนอาชีพให้คนไทยได้ทำมาหากินและป้องกันไม่ให้ต่างชาติมา ผูกขาดการค้าในประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับหลักการขององค์การการค้าโลก</p>
<h3>ภาพการประชุม</h3>
<p><a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/DSC000021.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-297" title="DSC00002" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/DSC000021.jpg" alt="DSC00002" width="700" height="473" /></a><a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/DSC00009.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-298" title="DSC00009" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/DSC00009.jpg" alt="DSC00009" width="700" height="517" /></a><a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/DSC00007.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-296" title="DSC00007" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/DSC00007.jpg" alt="DSC00007" width="700" height="315" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/301/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เข้าชื่อเสนอกฎหมายค้าปลีก</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/make-law</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/make-law#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Sep 2009 10:07:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[การค้าไม่เป็นธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การทำกิน]]></category>
		<category><![CDATA[ฃื้อของไทย]]></category>
		<category><![CDATA[คุ้มครองการทำกิน]]></category>
		<category><![CDATA[คุ้มครองผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ต้านค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ต้านห้างต่างชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[โชวห่วยม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=236</guid>
		<description><![CDATA[สมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทยจัดสัมมนาการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย
ในวันจันทร์ที่  14 ก.ย. 52 นี้ สมาคมฯจะจัดให้มีการสัมมนาการเข้าขื่อเสนอร่างกฎหมาย พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง พ.ศ. &#8230;&#8230;. ณ ภูวนาลีรีสอร์ท ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ตั้งแต่เวลา  10.00น. เป็นต้นไป โดยมีวิทยากรจากสภาผู้แทนราษฎร ผ.อ. ทองคำ แก้งพรม และที่มงานนิติกร กลุ่มงานเข้าชื่อเสนอกฎหมาย  ภาคบ่าย  หลังอาหารแล้ว สัมมนาเรือง ค้าปลีกยักษ์กับรายย่อยอยู่ร่วมกันได้จริงหรือ? โดยอาจารย์อ ดร.อัมรินทร์ คอมันต์ และ รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ  มีสารสำคัญของกฎหมาย และกำหนดการ ดังต่อไปนี้(ดาวน์โลดแบบเข้าขื่อ Form001[กข.๑]  และสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. Retail Law หรือ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับเต็ม Retai Law Full ถ้า IE รุ่นเก่า เปิดไม่ได้ ก็ให้ใช้คลิกขวา แล้ว Save As ลง HD.ในเครือง) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>สมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทยจัดสัมมนาการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย</h2>
<p><strong>ในวันจันทร์ที่  14 ก.ย. 52 นี้</strong> สมาคมฯจะจัดให้มีการสัมมนาการเข้าขื่อเสนอร่างกฎหมาย <strong>พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง พ.ศ. &#8230;&#8230;.</strong> ณ ภูวนาลีรีสอร์ท ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ตั้งแต่เวลา  10.00น. เป็นต้นไป โดยมีวิทยากรจากสภาผู้แทนราษฎร ผ.อ. ทองคำ แก้งพรม และที่มงานนิติกร กลุ่มงานเข้าชื่อเสนอกฎหมาย <strong> ภาคบ่าย  หลังอาหารแล้ว </strong>สัมมนาเรือง <strong>ค้าปลีกยักษ์กับรายย่อยอยู่ร่วมกันได้จริงหรือ? </strong>โดยอาจารย์อ ดร.อัมรินทร์ คอมันต์ และ รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ  มีสารสำคัญของกฎหมาย และกำหนดการ ดังต่อไปนี้<span style="color: #ff0000;"><strong>(ดาวน์โลดแบบเข้าขื่อ</strong> <a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/Form001.pdf">Form001</a>[กข.๑]<a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/Form001.pdf"></a> </span><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #339966;"> </span>และ<strong>สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.</strong> </span><a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/Retail-Law.pdf"><span style="color: #339966;">Retail Law</span></a><span style="color: #ff0000;"> หรือ <strong>ร่าง พ.ร.บ. ฉบับเต็ม</strong> </span><a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/Retai-Law-Full.pdf"><span style="color: #339966;">Retai Law Full</span></a><span style="color: #ff0000;"> ถ้า IE รุ่นเก่า เปิดไม่ได้ ก็ให้ใช้คลิกขวา แล้ว <strong>Save As</strong> ลง <strong>HD.ในเครือง)</strong> </span><span id="more-236"></span></p>
<h3 style="text-align: center;">กำหนดการสัมมนา</h3>
<h3 style="text-align: center;">เรื่อง  ค้าปลีกยักษ์กับรายย่อยอยู่ร่วมกันได้จริงหรือ?</h3>
<h3 style="text-align: center;">(ราชสีห์กับลูกแกะอยู่ร่วมกันได้จริงหรือ?)</h3>
<h3 style="text-align: center;">ณ ภูวนาลีรีสอร์ท ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา</h3>
<p align="center"><strong>วันจันทร์ที่  14 กันยายน 2552</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211; </strong><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>10.00 น.                ลงทะเบียน</p>
<p>11.00 น.                วิธีการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย โดย ผ.อ. ทองคำ แก้วพรม และทีมนิติกร</p>
<p>12.00 น.                 รับทานอาหารกลางวัน</p>
<p>13.00 น.                ค้าปลีกยักษ์กับรายย่อยอยู่ร่วมกันได้จริงหรือ?  โดย รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ</p>
<p>14.00 น.                ค้าปลีกยักษ์กับรายย่อยอยู่ร่วมกันได้จริงหรือ?  โดย อาจารย์ อัมรินทร์ คอมันต์</p>
<p>15.00 น.                ประชุมแบ่งกลุ่มวางเครือข่ายรวบรวมรายชื่อเสนอกฎหมาย</p>
<p>16.00 น.                 แจกแบบเข้าชื่อเสนอกฎหมาย<a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/map-Poowanaree.jpg"><img class="size-medium wp-image-286 alignright" title="map Poowanaree" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/map-Poowanaree-261x300.jpg" alt="map Poowanaree" width="261" height="300" /></a></p>
<h3>กรุณาจองด่วนเพื่อเตรียมอาหารให้พอจำนวนคน</h3>
<p>นายสมาคมฯ                 โทร. 08 1803 2444</p>
<p>อุปนายกที่ 1                โทร. 08 1879 9098</p>
<p>อุปนายกที่ 2                โทร. 08 1828 4545</p>
<p>เลขาฯ                     โทร. 08 9900 1032</p>
<h2 style="text-align: center;">สรุปสาระสำคัญ</h2>
<p align="center"><strong>ร่าง พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง พ.ศ&#8230;.. </strong></p>
<p align="center"><strong>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-</strong></p>
<h4 style="text-align: center;">หลักการ</h4>
<p><strong>ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ในหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา ๘๔  กำหนดให้ความคุ้มครองการประกอบอาชีพของประชาชนให้แข่งขันได้อย่างเสรีและเป็นธรรม และป้องกันการผูกขาดตัดตอน จากผู้มีอำนาจมากและมีทุนขนาดใหญ่เข้ามาผูกขาดสินค้าอุปโภคและบริโภคอันอาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่งคงแห่งรัฐจึงต้อง</strong>ให้มีกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง</p>
<h4 style="text-align: center;">เหตุผล</h4>
<p>โดยที่ธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและมีบทบาทสำคัญในการกระจายรายได้ ปัจจุบันได้มีการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก อันส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งดั้งเดิมที่มีขนาดเล็ก<strong>ไม่สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรมต้องเลิกกิจการไปจำนวนมากและป้องกันมิให้ธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งขนาดใหญ่ผูกขาดตลาดของประเทศ ทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถพัฒนาตนเพื่อแข่งขันได้อย่างเสรีและเป็นธรรม</strong> สมควรมีการจัดระเบียบการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง เพื่อให้การประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งทุกประเภททุกขนาดดำรง<strong>อยู่ร่วมกัน</strong>ได้ตามสภาพเศรษฐกิจการค้าและสภาพแวดล้อมในแต่ละท้องถิ่น รวมทั้งควรมีมาตรการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งรายย่อยดั้งเดิม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้</p>
<p>พรบ.นี้ไม่ให้ใช้บังคับแก่การประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น การขายยาตามกฎหมายว่าด้วยยา  การค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง การขายหนังสือ การขายของที่ระลึกตามแหล่งท่องเที่ยว การขายอัญมณีหรือเครื่องประดับ การขายอาหารที่ปรุงสำเร็จให้ผู้ซื้อสามารถบริโภคได้ทันที การขายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชนเป็นหลัก <strong>การขายสินค้าของร้านค้า สหกรณ์ตามกฎหมายว่าด้วย สหกรณ์ หรือ </strong>การขายสินค้าอื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา</p>
<p><strong>ให้มีคณะกรรมการการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง </strong>จำนวน<strong>19 คน</strong>มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี มาจากส่วนราชการ<strong> </strong>ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานกรรมการ,  ปลัดกระทรวงพาณิชย์ , ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า , อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นกรรมการและเลขานุการ<strong> รวม 8 คน</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ </strong>ครม.แต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีความรู้ ด้านกฎหมาย, ด้านการค้าปลีกหรือค้าส่ง, ด้านการบริหารธุรกิจ และด้านการค้าระหว่างประเทศ  ด้านละหนึ่งคน(ต้องไม่เป็นข้าราขการ)<strong> จำนวน 4 คน</strong></p>
<p><strong>กรรมการผู้แทนสถาบันหรือองค์กรเอกชน</strong> ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย<strong> ผู้แทนสมาคมเกษตรกร ผู้แทนสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ</strong> ผู้แทนสมาคมการค้าที่มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง แห่งละหนึ่งคน ผู้แทนสมาคมที่มีวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองผู้บริโภค หรือต้านการค้าที่ไม่เป็นธรรม จำนวนสองคน รวม<strong> 7 คน</strong></p>
<p><strong>คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ </strong>กำหนดนโยบาย มาตรการและแผนการจัดระบบการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง การป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง ผู้ผลิตสินค้า เกษตรกร หรือความเป็นอยู่ของประชาชน ชุมชนและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดนโยบายสนับสนุน ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งรายย่อยดั้งเดิมให้มีการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายธุรกิจหรือรวมกลุ่มดำเนินกิจกรรมทางการตลาด</p>
<p>เชิญบุคคลหนึ่งบุคคลใดมาให้คำอธิบาย คำแนะนำ หรือความเห็น มีคำสั่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริงหรือทำคำชี้แจงเป็นหนังสือ</p>
<h4 style="text-align: center;">พรบ.นี้ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่</h4>
<p>มีหนังสือเรียกผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งหรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ แจ้งข้อเท็จจริงหรือทำคำชี้แจงเป็นหนังสือ รวมทั้งให้ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีก หรือค้าส่ง ส่งบัญชี ทะเบียน เอกสารหรือหลักฐานเพื่อตรวจสอบหรือประกอบการพิจารณา</p>
<p>เข้าไปในสถานที่ทำการ สถานที่ประกอบธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งในระหว่างเวลาทำการ เพื่อตรวจสอบให้การเป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ในการนี้ ให้มีอำนาจสอบถามข้อเท็จจริงหรือเรียกบัญชี ทะเบียนเอกสารหรือหลักฐานอื่นจากผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งหรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง</p>
<p>ออกคำสั่งเตือนเป็นหนังสือให้ผู้รับใบอนุญาตแก้ไขหรือปฏิบัติการให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาตหรือตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงภายในระยะเวลาที่กำหนด</p>
<p>ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้กรรมการ อนุกรรมการและพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา</p>
<h4 style="text-align: center;">การควบคุมประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง</h4>
<p><strong>ห้ามไม่ให้ประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งที่มีพื้นที่ทุกสาขารวมกันแล้วเกินกว่าหนึ่งแสนตารางเมตรโดยนับรวมกับธุรกิจที่ผู้ประกอบการฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเข้าถือหุ้นเกินกว่าหนึ่งในห้าส่วนของธุรกิจนั้นหรือได้อนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา หรือสิทธิอย่าอื่นในการประกอบธุรกิจนั้น</strong></p>
<p>ธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งที่มีขนาดพื้นที่ของสถานประกอบธุรกิจขายสินค้า<strong>รวมกันทุกสาขาตั้งแต่ หนึ่งหมื่นตราเมตรขึ้นไป หรือ</strong> ธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งที่มียอดรายได้หรือประมาณการรายได้ของทุกสาขารวมกันตั้งแต่หนึ่งพันล้านบาทขึ้นไป <strong>ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจ</strong></p>
<p>ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนด กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งในแต่ละประเภทแยกต่างหากจากกัน หรือกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับบริเวณที่ตั้งสถานประกอบธุรกิจ วันและเวลาเปิดปิดของสถานประกอบธุรกิจ การจัดสิ่งอำนวยความสะดวกเท่าที่จำเป็นแก่ผู้บริโภค และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขอื่นๆโดยให้คำนึงถึงลักษณะของธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งแต่ละประเภท วัฒนธรรม ประเพณี และสภาพสังคมในแต่ละท้องถิ่น</p>
<p>ใบอนุญาตจะโอนกันไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตหรือเป็นการตกทอดทางมรดก</p>
<p>คำสั่งไม่ออกใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ ไม่อนุญาตให้ตั้งสาขาหรือไม่อนุญาตให้โอนกิจการ ผู้ขออนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลปกครองได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง</p>
<p>โทษฐานประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งตามโดยไม่ได้รับใบอนุญาตหรือตั้งสาขาโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละสองแสนบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่</p>
<h4 style="text-align: center;">บทเฉพาะกาล</h4>
<p><strong>ให้ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งที่มีพื้นที่รวมทุกสาขาเกินหนึ่งแสนตรางเมครอยู่ในวันก่อนกฎหมายมีผลบังคับจะได้รับใบอนุญาตได้อีกหนึ่งปี และจะต่อได้อีกรวมแล้วไม่เกินสามปี </strong></p>
<p>สำหรับผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งที่มีพื้นที่รวมทุกสาขาเกินกว่าหนึ่งหมื่นตารางเมตรแต่ไม่เกินหนึ่งแสนตารางเมตรต้องให้ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตให้โดยไม่ชักช้า ในระหว่างนั้นให้ประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งนั้นต่อไปได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/make-law/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กันโชห่วยออกจากกฎหมายค้าปลีก</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/lawretail</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/lawretail#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 Sep 2009 14:38:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[การค้าไม่เป็นธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การทำกิน]]></category>
		<category><![CDATA[ฃื้อของไทย]]></category>
		<category><![CDATA[คุ้มครองผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ต้านห้างต่างชาติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=178</guid>
		<description><![CDATA[หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ที่ 58 ฉบับที่ 17922 วันพฤหัสบดี ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2550 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ภายหลังจากที่คณะทำงานศึกษาวิเคราะห์ พิจารณา กำหนดรูปแบบ วิธีการในการกำกับดูแลและส่งเสริมธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ที่มีนายสมภพ อมาตยกุล เป็นประธาน ได้ยกร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกค้าส่ง พ.ศ. &#8230;เสร็จแล้วและได้นำเสนอต่อนายเกริกไกร จีระแพทย์ รมว.พาณิชย์ ไปแล้วนั้น ขณะนี้คณะทำงานต้องนำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวกลับมาแก้ไขปรับปรุงใหม่อีกครั้ง เพื่อให้กฎหมายสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมากที่สุด และจะนำเสนอให้นายเกริกไกรพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 15 ก.พ.นี้
สำหรับ สิ่งที่ต้องนำกลับมาแก้ไขใหม่ คือจะต้องเขียนข้อความลงไปในกฎหมายโดยระบุว่า ผู้ประกอบการค้าปลีกบางรายจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งจะแบ่งแยกจากรายได้ของร้านหรือของสาขาเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้คณะทำงานกำลังพิจารณาว่าจะกำหนดรายได้อย่างไร เช่น จะกำหนดเป็นรายได้เดียวแล้วใช้กับค้าปลีกทุกประเภท หรือกำหนดรายได้ตามประเภทของค้าปลีก หรือจะให้อำนาจคณะกรรมการกลางกำหนดดูแลธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง (กกค.) เป็นผู้กำหนด ซึ่งหากผู้ประกอบการรายใดที่เข้าตามเงื่อนไขที่กำหนดและต้องการขยายสาขาก็จะ ต้องขออนุญาตด้วย แต่หากไม่เข้าเงื่อนไขก็ไม่ต้องขออนุญาต
โดย สาเหตุที่จะต้องให้มีการยกเว้นเป็นเพราะทางการไม่ต้องการจำกัดสิทธิการทำ ธุรกิจของร้านค้าปลีกรายย่อย (โชห่วย) ที่ไม่ได้เป็นผู้สร้างปัญหาและยังเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการขยายสาขา อย่างรวดเร็วของค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งรัฐบาลต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุด นอกจากนี้ ยังปรับปรุงให้ กกค. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ</strong> ที่ 58 ฉบับที่ 17922 วันพฤหัสบดี ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2550 <strong>ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า</strong> ภายหลังจากที่คณะทำงานศึกษาวิเคราะห์ พิจารณา กำหนดรูปแบบ วิธีการในการกำกับดูแลและส่งเสริมธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ที่มีนายสมภพ อมาตยกุล เป็นประธาน ได้ยกร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกค้าส่ง พ.ศ. &#8230;เสร็จแล้วและได้นำเสนอต่อนายเกริกไกร จีระแพทย์ รมว.พาณิชย์ ไปแล้วนั้น ขณะนี้คณะทำงานต้องนำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวกลับมาแก้ไขปรับปรุงใหม่อีกครั้ง เพื่อให้กฎหมายสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมากที่สุด และจะนำเสนอให้นายเกริกไกรพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 15 ก.พ.นี้<span id="more-178"></span></p>
<p>สำหรับ สิ่งที่ต้องนำกลับมาแก้ไขใหม่ คือจะต้องเขียนข้อความลงไปในกฎหมายโดยระบุว่า ผู้ประกอบการค้าปลีกบางรายจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งจะแบ่งแยกจากรายได้ของร้านหรือของสาขาเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้คณะทำงานกำลังพิจารณาว่าจะกำหนดรายได้อย่างไร เช่น จะกำหนดเป็นรายได้เดียวแล้วใช้กับค้าปลีกทุกประเภท หรือกำหนดรายได้ตามประเภทของค้าปลีก หรือจะให้อำนาจคณะกรรมการกลางกำหนดดูแลธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง (กกค.) เป็นผู้กำหนด ซึ่งหากผู้ประกอบการรายใดที่เข้าตามเงื่อนไขที่กำหนดและต้องการขยายสาขาก็จะ ต้องขออนุญาตด้วย แต่หากไม่เข้าเงื่อนไขก็ไม่ต้องขออนุญาต</p>
<p>โดย สาเหตุที่จะต้องให้มีการยกเว้นเป็นเพราะทางการไม่ต้องการจำกัดสิทธิการทำ ธุรกิจของร้านค้าปลีกรายย่อย (โชห่วย) ที่ไม่ได้เป็นผู้สร้างปัญหาและยังเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการขยายสาขา อย่างรวดเร็วของค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งรัฐบาลต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุด นอกจากนี้ ยังปรับปรุงให้ กกค. ต้องปลอดจากการเมือง โดยจะต้องระบุในกฎหมายว่าต้องไม่เป็นข้าราชการทางการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งในทางการเมือง หรือกรรมการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง</p>
<p>จากหนังสือพิมพ์ <strong>ไทยรัฐ</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/lawretail/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มาร์คห่วงโชห่วย-ดันคลอดกฎหมายค้าปลีก</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/mark-say</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/mark-say#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 Sep 2009 14:27:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[การค้าไม่เป็นธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การทำกิน]]></category>
		<category><![CDATA[ฃื้อของไทย]]></category>
		<category><![CDATA[คุ้มครองผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ต้านห้างต่างชาติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=172</guid>
		<description><![CDATA[โดย ข่าวสด วัน เสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 09:50 น.  เมื่อ วันที่ 3 ก.ค. คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การพาณิชย์ และอุตสาหกรรม วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือเรื่องการผลักดันเสนอร่างพ.ร.บ.กีดกันทางการค้า โดยนายบุญชัย โชควัฒนา ส.ว.สรรหา ประธานคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ หารือว่าได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยที่ได้รับผลกระทบ จากธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่โดยกลุ่มทุนต่างชาติ อยากให้รัฐบาลออกพ.ร.บ.ค้าปลีก เพื่อแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมทางการค้า
ส่วนนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนฯ กล่าวว่า เคยมีร่างกฎหมายนี้เสนอในสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อยากให้รัฐบาลนำมาทบทวน เพราะหากปล่อยให้ไม่มีกฎหมายใดๆ มาแก้ไขปัญหาจะทำให้ผู้ค้าปลีกรายย่อย หรือโชห่วยอยู่ไม่ได้
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหานี้ยืดเยื้อมากว่า 1 ปีแล้ว โดยเฉพาะกรณีมาตรการการให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นไม่เกิน 49% ตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ส่วนมาตรการควบคุมเงินทุนต่างๆ ต้องพิจารณาว่าทำอย่างไรให้การค้าสมัยใหม่ ทั้งผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่และผู้ประกอบการรายเล็กอยู่ด้วยกันได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โดย <strong>ข่าวสด</strong> วัน เสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 09:50 น.  <strong>เมื่อ วันที่ 3 ก.ค. คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การพาณิชย์ และอุตสาหกรรม วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา</strong> ได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือเรื่องการผลักดันเสนอร่างพ.ร.บ.กีดกันทางการค้า <span id="more-172"></span>โดยนายบุญชัย โชควัฒนา ส.ว.สรรหา ประธานคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ หารือว่าได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยที่ได้รับผลกระทบ จากธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่โดยกลุ่มทุนต่างชาติ อยากให้รัฐบาลออกพ.ร.บ.ค้าปลีก เพื่อแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมทางการค้า</p>
<p>ส่วนนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนฯ กล่าวว่า เคยมีร่างกฎหมายนี้เสนอในสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อยากให้รัฐบาลนำมาทบทวน เพราะหากปล่อยให้ไม่มีกฎหมายใดๆ มาแก้ไขปัญหาจะทำให้ผู้ค้าปลีกรายย่อย หรือโชห่วยอยู่ไม่ได้</p>
<p>ขณะที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหานี้ยืดเยื้อมากว่า 1 ปีแล้ว โดยเฉพาะกรณีมาตรการการให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นไม่เกิน 49% ตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ส่วนมาตรการควบคุมเงินทุนต่างๆ ต้องพิจารณาว่าทำอย่างไรให้การค้าสมัยใหม่ ทั้งผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่และผู้ประกอบการรายเล็กอยู่ด้วยกันได้ ส่วนการเสนอร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวรัฐบาลจะเร่งรัดให้ โดยจะพยายามเสนอให้ทันในสมัยประชุมสภาฯหน้า ซึ่งตนมอบให้นายเกียรติ สิทธีอมร ผู้แทนการค้าไทย ติดตามปัญหานี้อยู่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/mark-say/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กอร์ปศักดิ์ ดองกฎหมายค้าปลีก ย้ำไม่ช่วยให้ธุรกิจอยู่กรอบกฎหมายได้</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/kobsak</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/kobsak#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 Sep 2009 13:11:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[การค้าไม่เป็นธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การทำกิน]]></category>
		<category><![CDATA[ฃื้อของไทย]]></category>
		<category><![CDATA[คุ้มครองผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ต้านห้างต่างชาติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=150</guid>
		<description><![CDATA[กอร์ปศักดิ์ ดองกฎหมายค้าปลีก ย้ำไม่ช่วยให้ธุรกิจอยู่กรอบกฎหมายได้ กรุงเทพฯ 21 ส.ค. 52 นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในโอกาสเป็นประธานงานกาลาดินเนอร์ 25 ปี สมาคมผู้ค้าปลีกไทยร่วมใจพัฒนาเศษฐกิจ 
โดยกล่าวย้ำว่าแม้ทางกระทรวงพาณิชย์จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติค้าปลีกที่กำลังดำเนิน การอยู่ แต่ตนเห็นว่าแม้จะมีกฎหมายออกมาบังคับใช้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ระบบค้าส่ง ค้าปลีก อยู่ในกรอบของกฎหมายเสมอไป ดังนั้นจึงไม่อยากให้คำนึงข้อกฎหมายมากจนเกินไป และการร่างพระราชบัญญัติค้าปลีกต้องใช้เวลานาน จึงเห็นว่าภาครัฐจะต้องมากำหนดแนวทางที่จะให้ภาคธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ทั้งรายเล็กรายใหญ่ สามารถเกื้อกูลซึ่งกันและกันได้ น่าจะมีความเหมาะสมมากกว่าการใช้กฎหมาย

รัฐบาลอยากฝากให้ภาคธุรกิจ ดำเนินการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรมทั้งต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภค ซึ่งในช่วง 8 เดือนที่รัฐบาลได้บริหารประเทศ ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงแก้ไขปัญหาในระบบต่าง ๆ มากมาย จนขณะนี้รัฐบาลสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ และเศรษฐกิจของไทยกำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี ซึ่งในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ โครงการไทยเข้มแข็งจะเดินหน้า และภายใน 3 ปีข้างหน้า จะสามารถสร้างงานให้เกิดขึ้นได้ไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านตำแหน่ง ซึ่งไม่เพียงด้านธุรกิจเท่านั้น การดูแลด้านสังคมไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียนฟรี ดูแล

ผู้สูงอายุ ดูแลด้านสุขภาพ รัฐบาลใช้งบประมาณมหาศาลที่จะเข้าไปดูแล ดังนั้น เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น ภาคธุรกิจมีผลกำไรสูงขึ้น ก็ย่อมจะทำให้ภาครัฐสามารถเก็บภาษีในรูปแบบต่าง ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span><strong>กอร์ปศักดิ์ ดองกฎหมายค้าปลีก ย้ำไม่ช่วยให้ธุรกิจอยู่กรอบกฎหมายได้</strong></span> <span>กรุงเทพฯ 21 ส.ค. 52</span><span> </span><span>นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในโอกาสเป็นประธานงานกาลาดินเนอร์ 25 ปี สมาคมผู้ค้าปลีกไทยร่วมใจพัฒนาเศษฐกิจ <span id="more-150"></span></span></p>
<p><span>โดยกล่าวย้ำว่า</span><span>แม้ทางกระทรวงพาณิชย์จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติค้าปลีกที่กำลังดำเนิน การอยู่ แต่ตนเห็นว่าแม้จะมีกฎหมายออกมาบังคับใช้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ระบบค้าส่ง ค้าปลีก อยู่ในกรอบของกฎหมายเสมอไป ดังนั้นจึงไม่อยากให้คำนึงข้อกฎหมายมากจนเกินไป และการร่างพระราชบัญญัติค้าปลีกต้องใช้เวลานาน จึงเห็นว่าภาครัฐจะต้องมากำหนดแนวทางที่จะให้ภาคธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ทั้งรายเล็กรายใหญ่ สามารถเกื้อกูลซึ่งกันและกันได้ น่าจะมีความเหมาะสมมากกว่าการใช้กฎหมาย</span></p>
<p><a rel="attachment wp-att-151" href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/kobsak/attachment/279065_200"><img class="alignleft size-full wp-image-151" title="279065_200" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/279065_200.jpg" alt="279065_200" width="194" height="144" /></a></p>
<p>รัฐบาลอยากฝากให้ภาคธุรกิจ ดำเนินการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรมทั้งต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภค ซึ่งในช่วง 8 เดือนที่รัฐบาลได้บริหารประเทศ ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงแก้ไขปัญหาในระบบต่าง ๆ มากมาย จนขณะนี้รัฐบาลสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ และเศรษฐกิจของไทยกำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี ซึ่งในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ โครงการไทยเข้มแข็งจะเดินหน้า และภายใน 3 ปีข้างหน้า จะสามารถสร้างงานให้เกิดขึ้นได้ไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านตำแหน่ง ซึ่งไม่เพียงด้านธุรกิจเท่านั้น การดูแลด้านสังคมไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียนฟรี ดูแล</p>
<p><a rel="attachment wp-att-151" href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/kobsak/attachment/279065_200"></a></p>
<p>ผู้สูงอายุ ดูแลด้านสุขภาพ รัฐบาลใช้งบประมาณมหาศาลที่จะเข้าไปดูแล ดังนั้น เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น ภาคธุรกิจมีผลกำไรสูงขึ้น ก็ย่อมจะทำให้ภาครัฐสามารถเก็บภาษีในรูปแบบต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน. -สำนักข่าวไทยอัพเดตเมื่อ 2009-08-21 19:47:31</p>
<table border="0" width="98%" align="center">
<tbody>
<tr>
<td width="75%" align="right"><span>ที่มา : สำนักข่าวไทย </span></td>
<td width="25%" align="center"><a title="Link MCOT" href="http://www.mcot.net/" target="_blank"><img src="http://news.impaqmsn.com/images/providerMCOT.gif" border="0" alt="MCOT" width="90" height="107" /> </a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/kobsak/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/history</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/history#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Sep 2009 15:02:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[การค้าไม่เป็นธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การทำกิน]]></category>
		<category><![CDATA[ฃื้อของไทย]]></category>
		<category><![CDATA[คุ้มครองผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ต้านห้างต่างชาติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=78</guid>
		<description><![CDATA[ชื่อภาษาอังกฤษ Association for the Protection of Thai Occupation

จดทะเบียนก่อตั้ง เมื่อวันที่ 9 กรฏาคม 2552 นี้
อยู่บ้านเลขที่ 339/4-5 ถนนนิคมลำตะคอง ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30130
E-mail : hs2cr@hotmail.com , wichienlab@gmail.com โทร. 081-803-2444, 081-879-9098, Facebook

ก่อตั้งขึ้นมาจากการรวมตัวผู้ซึ่งรวมกันต่อต้านการเข้ามาของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่(Modern trad) ซึ่งเข้ามาในประเทศไทยประมาณกว่า 20 ปีมาแล้ว ในระยะแรกเราไม่ได้เห็นถึงผลกระทบต่อความเป็นอยู่คนในขาติและคิดว่ามันเป็นความเจริญที่เกิดขึ้นตามยุกตามสมัย แต่เวลาผ่านมาระยะหนึ่งก็เริ่มมองเห็นถึงผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และความมั่งคงของชาติ
ต่อมาเริ่มมีการให้ข้อมูลตวามรู้ถึงผลกระทบของการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่มากขึ้นและได้มีนักวิชาการก็ได้หาข้อมูลเสริมให้ประชาชนและผู้ประกอบการมากขึ้นและมากขึ้น มีนักวิชาการท่านหนึ่ง(ดร.อัมรินทร์ คอมันต์) ได้นำตัวอย่างการล่มสลายของประเทศอาร์เย็นติน่าร์มาเปรียบเทียบก็ยิ่งทำให้เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น จึงมีการรวมตัวเป็นกลุ่มต่างๆ หลายจังหวัดและมีการประสานกันอย่างเป็นระบบแต่เป็นการรวมตัวกันโดยธรรมชาติ มีการจัดชุมนุมประท้วงหลายครั้งหลายจังหวัดแต่ก็ไม่ได้ผลนักส่วนใหญ่แล้วจะแพ้เพราะนักการเมืองเห็นชอบต่อการขยายตัวของห้างเหล่านี้ และห้างเหล่านี้ ก็ได้ใช้วิธีการผิดกฎหมายโดยจ่ายเงินหรือให้ผลประโยชน์กับผู้บริหารท้องถิ่นและข้าราชการบางคนเผื่อให้ได้รับอนุญาตก่อสร้างห้างหรือแก้ไขอาคารเก่าให้เป็นห้างสมัยใหม่ กลุ่มผู้ต่อต้านพยามใช้สิทธิทากฎหมายก็ไม่ได้ผล เพราะนำคดีไปฟ้องศาลศาลก็ไม่รับฟ้องเพราะว่าผู้ฟ้องไม่ใช่ผู้เสียหายจึงมามีอำนาจฟ้องคดีเหล่านั้นต่อศาล เนื่องกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจฟ้องคดีอยู่ประชาชนในกรณีนี้ ทำให้ผู้ที่ร่วมต่อสู้ต้องใช้จ่ายเงินไปในการต่อสู้มากและหมดกำลังใจที่จะต่อสู้ต่อไปก็ต้องยอมเลิกหรือเปลียนอาชีพไปทำอาชีพอื่นๆ
แต่การูกราญ ของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ยิ่งรุนแรงยิ่งขึ้นและยิ่งใช้กลยุทธ์ต่างๆ มากขึ้น รูแบบห้างมีขนาดหลายขนาดมากขึ้น ลงไปสร้างถึงพื้นที่ขนาดหมู่บ้านเล็กก็เปิด และทุกที่ทีไปเปิดก็จะทำให้วิถีชีวิตในชุมชนนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด
จากการต่อสู้ที่กล่าวมานั้นทำให้กลุ่มผู้ต่อต้านก็กลับมาคิดถึงผลการต่อสู้ที่ว่าต้องรวบรวมผู้ซึ่งต้านการขยายสาขาของห้างสมัยใหม่ให้มารวมกันตั้งเป็นสมาคมโดยมีวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองผู้บริโภค ต้านการค้าที่ไม่เป็นธรรม และสงวนอาชีพ โดยการรวมตัวกันช่วยกันเองแบบพึงตัวเองในรูปแบบสมาคมที่มีกฎหมายรองรับ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4>ชื่อภาษาอังกฤษ Association for the Protection of Thai Occupation</h4>
<p><a rel="attachment wp-att-108" href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/history/attachment/pic002"><img class="aligncenter size-full wp-image-108" title="Pic002" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/Pic002.jpg" alt="Pic002" width="680" height="329" /></a></p>
<p>จดทะเบียนก่อตั้ง เมื่อวันที่ 9 กรฏาคม 2552 นี้</p>
<p>อยู่บ้านเลขที่ <strong>339/4-5 ถนนนิคมลำตะคอง ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30130</strong></p>
<p>E-mail : <a href="mailto:hs2cr@hotmail.com">hs2cr@hotmail.com</a> , <a href="mailto:wichienlab@gmail.com">wichienlab@gmail.com</a> โทร. 081-803-2444, 081-879-9098, <a href="http://www.facebook.com/wichienlab#!/group.php?gid=116750421706629&amp;ref=ts">Facebook</a></p>
<p><span id="more-78"></span></p>
<p>ก่อตั้งขึ้นมาจากการรวมตัวผู้ซึ่งรวมกันต่อต้านการเข้ามาของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่(Modern trad) ซึ่งเข้ามาในประเทศไทยประมาณกว่า 20 ปีมาแล้ว ในระยะแรกเราไม่ได้เห็นถึงผลกระทบต่อความเป็นอยู่คนในขาติและคิดว่ามันเป็นความเจริญที่เกิดขึ้นตามยุกตามสมัย แต่เวลาผ่านมาระยะหนึ่งก็เริ่มมองเห็นถึงผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และความมั่งคงของชาติ</p>
<p>ต่อมาเริ่มมีการให้ข้อมูลตวามรู้ถึงผลกระทบของการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่มากขึ้นและได้มีนักวิชาการก็ได้หาข้อมูลเสริมให้ประชาชนและผู้ประกอบการมากขึ้นและมากขึ้น มีนักวิชาการท่านหนึ่ง(ดร.อัมรินทร์ คอมันต์) ได้นำตัวอย่างการล่มสลายของประเทศอาร์เย็นติน่าร์มาเปรียบเทียบก็ยิ่งทำให้เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น จึงมีการรวมตัวเป็นกลุ่มต่างๆ หลายจังหวัดและมีการประสานกันอย่างเป็นระบบแต่เป็นการรวมตัวกันโดยธรรมชาติ มีการจัดชุมนุมประท้วงหลายครั้งหลายจังหวัดแต่ก็ไม่ได้ผลนักส่วนใหญ่แล้วจะแพ้เพราะนักการเมืองเห็นชอบต่อการขยายตัวของห้างเหล่านี้ และห้างเหล่านี้ ก็ได้ใช้วิธีการผิดกฎหมายโดยจ่ายเงินหรือให้ผลประโยชน์กับผู้บริหารท้องถิ่นและข้าราชการบางคนเผื่อให้ได้รับอนุญาตก่อสร้างห้างหรือแก้ไขอาคารเก่าให้เป็นห้างสมัยใหม่ กลุ่มผู้ต่อต้านพยามใช้สิทธิทากฎหมายก็ไม่ได้ผล เพราะนำคดีไปฟ้องศาลศาลก็ไม่รับฟ้องเพราะว่าผู้ฟ้องไม่ใช่ผู้เสียหายจึงมามีอำนาจฟ้องคดีเหล่านั้นต่อศาล เนื่องกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจฟ้องคดีอยู่ประชาชนในกรณีนี้ ทำให้ผู้ที่ร่วมต่อสู้ต้องใช้จ่ายเงินไปในการต่อสู้มากและหมดกำลังใจที่จะต่อสู้ต่อไปก็ต้องยอมเลิกหรือเปลียนอาชีพไปทำอาชีพอื่นๆ</p>
<p>แต่การูกราญ ของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ยิ่งรุนแรงยิ่งขึ้นและยิ่งใช้กลยุทธ์ต่างๆ มากขึ้น รูแบบห้างมีขนาดหลายขนาดมากขึ้น ลงไปสร้างถึงพื้นที่ขนาดหมู่บ้านเล็กก็เปิด และทุกที่ทีไปเปิดก็จะทำให้วิถีชีวิตในชุมชนนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด</p>
<p>จากการต่อสู้ที่กล่าวมานั้นทำให้กลุ่มผู้ต่อต้านก็กลับมาคิดถึงผลการต่อสู้ที่ว่าต้องรวบรวมผู้ซึ่งต้านการขยายสาขาของห้างสมัยใหม่ให้มารวมกันตั้งเป็นสมาคมโดยมีวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองผู้บริโภค ต้านการค้าที่ไม่เป็นธรรม และสงวนอาชีพ โดยการรวมตัวกันช่วยกันเองแบบพึงตัวเองในรูปแบบสมาคมที่มีกฎหมายรองรับ และนำไปสู่การใช้สิทธิทางกฎหมายในการฟ้องคดีต่างด้วยตัวเองหากหน่วยงานของรัฐไม่ให้ความช่วยเหลือเราก็จะดำเนินงานทางกฎหมายด้วยพวกเราเองเท่าที่มีเรากำลังมีสมาชิกใหม่ที่มีความรู้ทางกฎหมายเข้ามาร่วมกันที่จะปกป้องอาชีพ วัฒนธรรม จารีตประเพณี ตลอดถึงเศรษฐกิจและความมั่นคงชาติ เราได้ยื่นจดทะเบียนมาเป็นเวลานานหลายเดื่อนแต่ก็ได้รับอนุญาตจดทะเบียบแล้ว เมื่อ 9 กรกฎาคม 2552</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/history/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
