บทความค้าปลีก
กฎหมายค้าปลีก
พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ www.peerapong.com
Email: peerapong@consultant.com
ตั้งแต่ปี 2543 มา แล้วที่ชาวธุรกิจค้าปลีกต่างๆ พยายามและรอคอยความหวังว่ารัฐนั้นจะหาทางแก้ไขปัญหาด้านค้าปลีกที่มีความ สลับซับซ้อนกอปรไปด้วยผลประโยชน์และเทคนิคทางการค้าหลายชั้น แล้ว ในที่สุดของช่วงนั้นการแก้ปัญหาที่เรียกได้ว่าเป็นการเอาตัวรอดของแต่ละฝ่าย ก็เกิดขึ้น การสร้างกฎหมายที่น่าจะเป็นรูปร่างก็ไม่ได้ลงมือทำ การจัดการกับปัญหาด้านนี้กลายเป็นว่าเอาเรื่องกฎหมายผังเมืองมาปรับใช้ ซึ่งในความเป็นจริงไม่สามารถบังคับใช้ได้รวมทั้งไม่เกิดประโยชน์ในการพัฒนา ธุรกิจค้าปลีกต่างๆ ในภาพรวมด้วย กฎหมายผังเมืองในกรณีนี้ก็เท่ากับฝังผู้ค้าปลีกรายย่อยให้จมลึกไปกับสงคราม ค้าปลีกที่มีรายใหญ่คุมตลาดต่อไป
พอ มาในปัจจุบันปีที่ภาวะการเมืองอึมครึมคาดการณ์ได้ยากที่มีรัฐบาลรักษาการณ์ ดูแล ก็ยังดีที่มีดำริที่จะผลักดันกฎหมายค้าปลีกให้เกิดขึ้นให้ได้ แม้ว่าจะกระท่อนกระแท่น และกลัวจะแท้งกลางทางเป็นที่หวาดเสียวต้องมีการให้กำลังใจสลับประท้วงเล็ก น้อยอย่างเป็นระยะๆ มีคนหลายคนสงสัยสอบถามมาอย่างมากให้ช่วยขยับเล่าเรื่องราวรายละเอียดเชิง วิเคราะห์ให้มองให้ชัดขึ้นมากกว่าตามข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่อาจจะขาดราย ละเอียดไปบ้างตามข้อจำกัดต่างๆ ซึ่งครั้งนี้ผมเองลองขยับดูตามความสามารถถ้าผิดพลาดไปบ้างต้องขออภัยเนื่อง จากไม่ได้เป็นนักกฎหมายนะครับ
เริ่ม จากแนวคิดเสียก่อนว่าการสร้างกฎหมายค้าปลีกขึ้นมานั้นต้องคิดเสมอว่า จะช่วยพัฒนาระบบธุรกิจค้าปลีกทั้งหมดได้จริงหรือไม่ ถ้ามีแล้วดีมีเถอะแต่ถ้าไม่ได้วางไว้ให้เกิดผลต่อเนื่องที่ช่วยให้ระบบ ธุรกิจพัฒนาก็จะต้องมองกันอีกที การส่งเสริมและการสร้างวิธีการพัฒนาธุรกิจของคนไทยคือ ความหวังที่แฝงไว้กับการจัดการครั้งนี้ เรื่องของการส่งเสริมนั้นเป็นภารกิจที่ต้องจัดทำไม่ว่าจะผลักดันให้เกิดองค์ ความรู้ด้านค้าปลีกเพิ่มขึ้น หรือการส่งเสริมเรื่องการให้สินเชื่อที่จะต่อลมหายใจให้ธุรกิจค้าปลีกของคน ไทยที่ตอนนี้ถึงกับต้องหยอดน้ำเกลือกันแล้วให้มีชีวิตลุกขึ้นสู้อีกที บางครั้งเรื่องของกฎเกณฑ์จะช่วยให้เกิดการรวมตัวของคนที่มีอาชีพอย่างนี้ได้ ด้วยแต่ให้รวมตัวกันอย่างมีเป้าหมายเป็นไปทางบวก รวมถึงการให้เกียรติแก่นักธุรกิจและผู้เกี่ยวข้องสร้างให้วิชาชีพยกระดับ ขึ้นมาเป็นกำลังการพัฒนาธุรกิจไทยต่อไป อย่าลืมนะครับว่าธุรกิจค้าปลีกคือ เครื่องมือการกระจายสินค้าระบบอุตสาหกรรมด้านต่างๆ พร้อมทั้งกลายเป็นหน้าต่างของการค้าขายส่งออกไปด้วยใครจะหาสินค้าสร้างความ นิยมต่างก็ต้องทดลองดูเอาจากร้านค้าปลีกทั่วไปก่อนที่จะกลายเป็นสินค้าที่ กระจายข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังต่างบ้านต่างเมือง
วิธี การรวมตัวของธุรกิจที่สามารถเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบในเชิงกฎหมายนั้นอาจจะ เป็นการสร้างองค์กรขึ้นมาโดยได้รับหน้าที่ทางกฎหมายที่กำหนดขึ้นมาควบคุม ซึ่งวิธีนี้แหละที่หน่วยงานของรัฐวางรูปแบบกำหนดให้เกิดคณะกรรมการกำกับดูแล ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งขึ้นมา เพื่อกลายเป็นหน่วยงานจัดการระเบียบให้กับธุรกิจค้าส่งค้าปลีกของประเทศซึ่ง ในระดับแรกขณะนี้จะเน้นงานที่เกี่ยวข้องกับร้านค้าอุปโภคบริโภคเท่านั้นยัง ไม่รวมค้าปลีกอื่นในระบบทั่วไปไม่ว่าจะเป็น ร้านยา ร้านเสื้อผ้าหรือขายเฟอร์นิเจอร์ ปัมพ์น้ำมัน ซึ่งในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะต้องเข้ามาดูแลพัฒนาด้วย เรียกได้ว่าตอนนี้สาระสำคัญของกฎหมายยังดูธุรกิจโชห่วย และพวกห้างร้านขายสินค้าเท่านั้น
กฎหมายค้าปลีกครั้งนี้มีแนวคิดที่มาจากการมองเรื่องของ การแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมและเรื่องของกฎหมายต่างด้าว ที่เน้นไปกับผู้ประกอบการที่เป็นคนต่างประเทศและมาดำเนินการเปิดร้านค้าปลีก ที่กลายเป็นยักษ์ใหญ่ด้วยเงินทุนและความรู้ที่มีมากกว่า คณะที่ร่วมทำงานสร้างกฎหมายค้าปลีกครั้งนี้ถึงแม้จะระดมมาจากหลายส่วนงานแต่ ประเด็นที่ถกกันจึงวนเวียนว่า ทำอย่างไรถึงจะให้รายใหญ่ที่เป็นชาวต่างชาติไม่เอาเปรียบธุรกิจคนไทยที่มี ขนาดเล็กกว่า จึงตกประเด็นสำคัญที่ว่าจะวางแผนแนวทางการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกของคนไทยได้ ด้วยวิธีไหน เมื่อคณะทำงานร่วมรัฐและเอกชนวางแนวทางกฎหมายออกมากจึงเน้นเรื่องการแข่งขัน ทางการค้ายึดกฎหมายปี 2542 เข้า มาช่วยเป็นแนวทำให้เกิดมาตรการรักษาผลประโยชน์ของผู้ผลิตสินค้าที่ต้องอาศัย ห้างขนาดใหญ่กระจายขายของให้ แต่วันนี้มีการเอาเปรียบกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกดราคา การสร้างวิธีการเก็บผลประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงผู้ผลิต การเอาเปรียบเรื่องการคืนสินค้า การฝากขาย เก็บค่าบริการต่างๆ ซึ่งอย่างนี้ทำให้ขาดความเป็นธรรมไป ส่วนที่เป็นกฎหมายแนวทางที่เรียกว่า ไกด์ไลน์ Guide Line แบบนี้ก็เกิดขึ้น
ส่วนตัวกฎหมายที่เป็นเรื่องการจัดตั้งคณะกรรมการที่เรียกสั้นๆ ว่า กกค. ก็เกิดขึ้นไปด้วยเพื่อกำหนดการจัดตั้งจึงมีการสร้างกฎหมายไว้ทั้งหมด 5 หมวดประกอบด้วย 66 มาตรา มีรายละเอียดเรื่องการตั้งกรรมการสรรหามาจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลธุรกิจ ค้าปลีกค้าส่งขึ้นมาแล้วสรรหา กกค. โดยมีคณะกรรมการจังหวัดที่เรียกว่า กจค. ไว้ด้วย การจัดตั้งคณะกรรการเหล่านี้เน้นจุดประสงค์ที่จะกำกับดูแลไม่ให้มีการเติบโต ของธุรกิจด้านนี้มีการขยายตัวเร็วเกินไปอาจจะกระทบทั้งเรื่องการแข่งขันและ ทำให้ประชาชนใช้จ่ายเกินตัวไม่เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงเน้นเรื่องการสร้างความเป็นธรรมให้กับธุรกิจของคนไทยที่มีความสามารถ ต่ำกว่าขยายตัวได้ช้าไปด้วย ในรายละเอียดของกฎหมายทั้ง 5 หมวดจึงมีเรื่อง วิธีการจัดตั้งคณะกรรมการเป็นหมวดที่ 1 ส่วน ต่อมาเป็นเรื่องของการจัดตั้งสำนักงานเลขาฯ คณะกรรมการซึ่งก็คือ ภาครัฐที่เป็นผู้ดูแลงานด้านนี้คือ กระทรวงพาณิชย์ และกรมการค้าภายใน ส่วนที่ 3 เป็นเรื่องการจัดพื้นที่หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า โซนนิ่ง Zoning เพื่อเป็นการจัดเกณฑ์การควบคุมการเปิดสาขาในพื้นที่และเวลาทำการ ส่วนที่ 4 ว่าด้วยแนวทางการอุทธรณ์ถ้ามีปัญหาว่าต้องทำอย่างไร และสุดท้ายคือแนวทางการลงโทษเมื่อมีผู้ทำผิดกฎหมาย
ราย ละเอียดของกฎหมายไม่มีอะไรมากแต่ผลที่จะเกิดขึ้นนั้นจะต้องรอดูวิธีการทำงาน ของคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นมาว่า ท่านเหล่านั้นจะออกระเบียบย่อยต่างๆ มาอย่างไร ถ้าไม่ได้ทำอะไรหรือไม่มีมาตรการออกมากฎหมายนี้ก็จะไม่เกิดผลทางปฏิบัติ หรืออีกทางถ้าออกระเบียบต่างๆ มาแต่ผิดแนวทางไปไม่สอดคล้องกลายเป็นดองธุรกิจไม่ให้เติบโตขยับตัวกันไม่ออก คนที่เปิดสาขาไว้แล้วก็จะสบายตัวไปเพราะรายใหม่ไม่ว่าไทยหรือเทศ จะทำการเปิดตัวเปิดสาขาไม่ได้ง่ายๆ เหมือนเมื่อก่อน พอเป็นอย่างนี้ก็สบายใจยักษ์ใหญ่รายเก่าโรงเรียนอังกฤษ และฝรั่งเศสไป.
http://www.vcharkarn.com/varticle/34546
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้ รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
สงวนสิทธิ์ภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง