<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย</title>
	<atom:link href="http://retailthai.com/index.php/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://retailthai.com</link>
	<description>คุ้มครองผู้บริโภค ต้านการค้าที่ไม่เป็นธรรม สงวนอาชีพของคนไทย</description>
	<lastBuildDate>Sun, 20 May 2012 01:43:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>AEC คือ</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/aec-020455</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/aec-020455#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 02 May 2012 03:58:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wichien</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=2122</guid>
		<description><![CDATA[Asean Economics Community คือการรวมตัวของชาติใน Asean 10 ประเทศ โดยมี ไทย, พม่า, ลาว, เวียดนาม, มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, กัมพูชา, บรูไน เพื่อที่จะให้มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน จะมีรูปแบบคล้ายๆ กลุ่ม Euro Zone นั่นเอง จะทำให้มีผลประโยชน์, อำนาจต่อรองต่างๆ กับคู่ค้าได้มากขึ้น และการนำเข้า ส่งออกของชาติในอาเซียนก็จะเสรี ยกเว้นสินค้าบางชนิดที่แต่ละประเทศอาจจะขอไว้ไม่ลดภาษีนำเข้า (เรียกว่าสินค้าอ่อนไหว)Asean จะรวมตัวเป็น ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและมีผลจริงๆจังๆ ณ วันที่ 1 มกราคม 2558 ณ วันนั้นจะทำให้ภูมิภาคนี้เปลี่ยนไปอย่างมาก &#8230; <a href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/aec-020455">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Asean Economics Community</strong><strong> คือการรวมตัวของชาติใน Asean 10 ประเทศ</strong> โดยมี ไทย, พม่า, ลาว, เวียดนาม, มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, กัมพูชา, บรูไน เพื่อที่จะให้มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน จะมีรูปแบบคล้ายๆ กลุ่ม Euro Zone นั่นเอง จะทำให้มีผลประโยชน์, อำนาจต่อรองต่างๆ กับคู่ค้าได้มากขึ้น และการนำเข้า ส่งออกของชาติในอาเซียนก็จะเสรี ยกเว้นสินค้าบางชนิดที่แต่ละประเทศอาจจะขอไว้ไม่ลดภาษีนำเข้า (เรียกว่าสินค้าอ่อนไหว)Asean จะรวมตัวเป็น ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและมีผลจริงๆจังๆ ณ วันที่ 1 มกราคม 2558 ณ วันนั้นจะทำให้ภูมิภาคนี้เปลี่ยนไปอย่างมาก (อย่างที่คุณคิดไม่ถึงทีเดียว)<span id="more-2122"></span></p>
<p><a href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/aec-020455/attachment/aec-asean" rel="attachment wp-att-2123"><img class=" wp-image-2123 alignright" title="AEC-ASEAN" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/AEC-ASEAN.jpg" alt="" width="265" height="162" /></a><strong>blue print (แบบพิมพ์เขียว) หรือแนวทางที่จะให้ AEC เป็นไปคือ</strong><br />
1. การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน<br />
2.การเป็นภูมิภาคที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง<br />
3. การเป็นภูมิภาคที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน<br />
4. การเป็นภูมิภาคที่มีการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก</p>
<p><strong>โดยให้แต่ละประเทศใน </strong><strong>AEC ให้มีจุดเด่นต่างๆดังนี้</strong><br />
พม่า : สาขาเกษตรและประมง<br />
มาเลเซีย : สาขาผลิตภัณฑ์ยาง และสาขาสิ่งทอ<br />
อินโดนีเซีย : สาขาภาพยนต์และสาขาผลิตภัณฑ์ไม้<br />
ฟิลิปปินส์ : สาขาอิเล็กทรอนิกส์<br />
สิงคโปร์ : สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ และสาขาสุขภาพ<br />
ไทย : สาขาการท่องเที่ยว และสาขาการบิน (ประเทศไทยอยู่ตรงกลาง ASEAN)</p>
<p><strong>การเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นได้ชัดๆใน </strong><strong>AEC เล่าให้ฟังแบบง่ายๆคือ</strong></p>
<p>- การลงทุนจะเสรีมากๆ คือ ใครจะลงทุนที่ไหนก็ได้ ประเทศที่การศึกษาระบบดีๆ ก็จะมาเปิดโรงเรียนในบ้านเรา อาจทำให้โรงเรียนแพงๆแต่คุณภาพไม่ดีลำบาก<br />
- ไทยจะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว และการบินอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะว่าอยู่กลาง Asean และไทยอาจจะเด่นในเรื่อง การจัดการประชุมต่างๆ, การแสดงนิทรรศการ, ศูนย์กระจายสินค้า และยังเด่นเรื่องการคมนาคมอีกด้วยเนื่องจากอยู่ตรงกลางอาเซียน และการบริการด้านการแพทย์และสุขภาพจะเติบโตอย่างมากเช่นกันเพราะ จะผสมผสานส่งเสริมกันกับอุตสาหกรรรมการท่องเที่ยว (ค่าบริการทางการแพทย์ต่างชาติจะมีราคาสูงมาก)</p>
<p>- การค้าขายจะขยายตัวอย่างน้อย 25% ในส่วนของอุตสาหกรรมบางอย่าง เช่น รถยนต์, การท่องเที่ยว, การคมนาคม, แต่อุตสาหกรรมที่น่าห่วงของไทยคือ ที่ใช้แรงงานเป็นหลักเช่น ภาคการเกษตร, ก่อสร้าง, อุตสาหกรรรมสิ่งทอจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากฐานการผลิตอาจย้ายไปประเทศที่ผลิตสินค้าทดแทนได้เช่นอุตสาหกรรม สิ่งทอ โดยผู้ลงทุนอาจย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทยไปยังประเทศที่มีค่าแรงถูกกว่า เนื่องด้วยบางธุรกิจไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะมากนักจึงค่าแรงถูก</p>
<p>- เรื่องภาษาอังกฤษจะเป็นอะไรที่สำคัญอย่างมากกกกกกกก เนื่องจากจะมีคนอาเซียน เข้ามาอยู่ในไทยมากมายไปหมด และเค้าจะพูดภาษาไทยไม่ค่อยได้ แต่จะใช้ภาษาอังกฤษ (AEC มีมาตรฐานแจ้งว่าจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางใน AEC) บางทีเรานึกว่าคนไทยไปทักพูดคุยด้วย แต่เค้าพูดภาษาอังกฤษกลับมา เราอาจเสียความมั่นใจได้ ส่วนสิ่งแวดล้อมนั้น ป้ายต่างๆ หนังสือพิมพ์, สื่อต่างๆ จะมีภาษาอังกฤษมากขึ้น (ให้ดูป้ายที่สนามบินสุวรรณภูมิเป็นตัวอย่าง) และจะมีโรงเรียนสอนภาษามากมาย หลากหลายหลักสูตร</p>
<p>- การค้าขายบริเวณชายแดนจะคึกคักอย่างมากมาย เนื่องจาก ด่านศุลกากรชายแดนอาจมีบทบาทน้อยลงมาก แต่จะมีปัญหาเรื่องยาเสพติด และปัญหาสังคมตามมาด้วย</p>
<p>- เมืองไทยจะไม่ขาดแรงงานที่ไร้สกิลอีกต่อไปเพราะแรงงานจะเคลื่อย้ายเสรี จะมี ชาวพม่า, ลาว, กัมพูชา เข้ามาทำงานในไทยมากขึ้น แต่คนเหล่านี้ก็จะมาแย่งงานคนไทยบางส่วนด้วยเช่นกัน และยังมีปัญหาสังคม, อาชญากรรม จะเพิ่มขึ้นอีกด้วย อันนี้รัฐบาลควรระวัง</p>
<p>- คนไทยที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ บางส่วนจะสมองไหลไปทำงานเมืองนอก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมซอร์ฟแวร์ (ที่จะให้สิงคโปร์ดูแล) เพราะชาวไทยเก่ง แต่ปัจจุบันได้ค่าแรงถูกมาก อันนี้สมองจะไหลไปสิงคโปร์เยอะมาก แต่พวกชาวต่างชาติก็จะมาทำงานในไทยมากขึ้นเช่นกัน อาจมีชาว พม่า, กัมพูชา เก่งๆ มาทำงานกับเราก็ได้ โดยจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง บริษัท software ในไทยอาจต้องปรับค่าจ้างให้สู้กับพวกเมืองนอกเพราะไม่งั้นสมองไหลหมด</p>
<p>- อุตสาหกรรมโรงแรม, การท่องเที่ยว, ร้านอาหาร, รถเช่า บริเวณชายแดนจะคึกคักมากขึ้น เนื่องจากจะมีการสัญจรมากขึ้น และเมืองตามชายแดนจะพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นจุดขนส่ง</p>
<p>- สาธารณูปโภคในไทย หากเตรียมพร้อมไม่ดีอาจขาดแคลนได้เช่น ชาวพม่า มาคลอดลูกในไทย ก็ต้องใช้โรงพยาบาลในไทยเป็นต้น</p>
<p>- กรุงเทพฯ จะแออัดอย่างหนัก เนื่องจากมีตำแหน่งเป็นตรงกลางของอาเซียนและเป็นเมืองหลวงของไทย โดยเมืองหลวงอาจมีสำนักงานของต่างชาติมาตั้งมากขึ้น ก็เป็นได้ รถจะติดอย่างมาก สนามบินสุวรรณภูมิจะแออัดมากขึ้น (ดีที่อาจขยายสร้างเพิ่มได้)</p>
<p>- ไทยจะเป็นศูนย์กลางอาหารโลกในการผลิตอาหาร เพราะ knowhow ในไทยมีเยอะประสบการณ์สูง และบริษัทอาหารในไทยก็แข็งแกร่ง ประกอบทำเลที่ตั้งเหมาะสมอย่างมาก แม้จะให้พม่าเน้นการเกษตร แต่ทางประเทศไทยเองคงไปลงทุนในพม่าเรื่องการเกษตรแล้วส่งออก ซึ่งก็ถือเป็นธุรกิจของคนไทยที่ชำนาญ อยู่แล้ว</p>
<p>- ปัญหาสังคมจะรุนแรงถ้าไม่ได้รับการวางแผนที่ดี เนื่องจาก จะมีขยะจำนวนมากมากขึ้น, ปัญหาการแบ่งชนชั้น ถ้าคนไทยทำงานกับคนต่างชาติที่ด้อยกว่า อาจมีการแบ่งชนชั้นกันได้, จะมีชุมชนสลัมเกิดขึ้น และอาจมี พม่าทาวน์, ลาวทาวน์, กัมพูชาทาวน์, ปัญหาอาจญากรรมจะรุนแรง สถติการก่ออาชญากรรมจะเพิ่มขึ้นอย่างมากจากชนนั้นที่มีปัญหา, คนจะทำผิดกฎหมายมากขึ้นเนื่องจากไม่รู้กฎหมาย</p>
<p><strong>การขนส่งที่เปลี่ยนแปลง </strong><strong>East-West Economic Corridor (EWEC)</strong></p>
<p><a href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/aec-020455/attachment/east-west-economic-corridor" rel="attachment wp-att-2124"><img class="size-medium wp-image-2124 alignleft" title="East-West-Economic-Corridor" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/East-West-Economic-Corridor-300x113.jpg" alt="" width="300" height="113" /></a>จะมีการขนส่งจากท่าเทียบเรือทางทะเลฝั่งขวาไปยังฝั่งซ้าย เวียดนาม-ไทย-พม่า มีระยะทางติดต่อกันโดยประมาณ 1,300 กม.อยู่ในเขตประเทศไทยถึง 950 กม. ลาว 250 กม. เวียนดนาม 84 กม.เส้นทางเริ่มที่ เมืองท่าดานัง ประเทศเวียดนาม ผ่านเมืองเว้และเมืองลาวบาว ผ่านเข้าแขวงสะหวันนะเขตในประเทศ ลาว และมาข้ามสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ข้ามแม่น้ำโขงสู่ไทยที่ จังหวัดมุกดาหาร ผ่านจังหวัด กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุดที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จากนั้นเข้าไปยังประเทศพม่าไปเรื่อยๆ ถึงอ่าวเมาะตะมะ ที่เมืองเมาะลำไย หรือมะละแหม่ง เป็นการเชื่อมจากทะเลจีนใต้ไปสู่อินเดีย</p>
<p>มันจะมีผลที่ดีคือ การขนส่ง logistic ใน AEC จะพัฒนาอีกมาก และจากาการที่ไทยอยู่ตรงกลางทำให้เราขายของได้มากขึ้นเพราะเราจะส่งของไปท่า เรือทางซ้ายก็ได้ ทางขวาก็ได้ ที่ดินในไทยบริเวณดังกล่าวก็เตรียมตัวราคาขึ้นได้เลย</p>
<p>และที่พม่ายังมี mega project ทวาย (ศูนย์อุตสาหกรรมขนาดใหญ่,ท่าเรือขนาดใหญ่) ที่เส้นทางสอดคล้องกับ East West Economic Corridor โดยทวายจะกลายเป็นทางออกสู่ทะเลจุดใหม่ที่สำคัญมากต่ออาเซียน เพราะในอดีตทางออกสู่มหาสมุทรอินเดียจำเป็นต้องใช้ท่าเรือของสิงคโปร์เท่า นั้น ขณะเดียวกันโปรเจกต์ทวายนี้ยังเป็นต้นทางรับสินค้าจากฝั่งมหาสมุทรอินเดีย หรือสินค้าที่มาจากฝั่งยุโรปและตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มพลังงานไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ก๊าซ ซึ่งจะถูกนำเข้าและแปรรูปในโรงงานปิโตรเคมีภายในพื้นที่โปรเจกต์ทวาย เพื่อส่งผ่านไทยเข้าไปยังประเทศกลุ่มอินโดจีนเช่น ลาว กัมพูชา และไปสิ้นสุดปลายทางยังท่าเรือดานังประเทศเวียดนาม และจะถูกส่งออกไปยังเอเชียตะวันออกอย่างญี่ปุ่นและจีน</p>
<p>ทั้งนี้ทั้ง นั้นสิ่งที่เราควรจะเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ที่สำคัญตอนนี้คือ ภาษาอังกฤษ อย่างน้อยๆเราก็จะได้สื่อสารทางธุรกิจได้ เพราะหากสื่อสารไม่ได้ เรื่องอื่นก็คงไม่ต้องทำอะไรต่อ และถ้าจะหาลูกค้าแค่ในไทยก็อาจไม่เพียงพอแล้วเพราะ ธุรกิจต่างชาติก็จะมาแย่งส่วนแบ่งการตลาดของเราแน่นอน<br />
<a href="http://www.thai-aec.com/41#ixzz1tgE8uKYG">http://www.thai-aec.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/aec-020455/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พิษ 300 บาทป่วน โรงแรมจ่อปิดกิจการ ระบุเป็นครั้งแรก ขึ้นฐานเงินเดือน 40% สูงสุดในประวัติการณ์</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/08-04-55-2</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/08-04-55-2#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Apr 2012 05:50:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wichien</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=2116</guid>
		<description><![CDATA[โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  29 มีนาคม 2555 09:54 น. ASTVผู้จัดการรายวัน &#8211; ค่าแรง 300 บาท กระทบอุตสาหกรรมโรงแรมป่วน บิ๊ก ดุสิตธานี ยังสะเทือน คาด ภาพรวมทั้งอุตสาหกรรม แนวโน้มครึ่งปีหลังโรงแรมปรับลดพนักงานกันเป็นขบวนเพราะแบกภาระไม่ไหว ระบุเป็นครั้งแรก ขึ้นฐานเงินเดือน 40% สูงสุดในประวัติการณ์ จากการประกาศใช้กฎกระทรวง กำหนดอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ วันละ 300 บาท มีผล 1 เม.ย.55 ใน 7 จังหวัด กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ภูเก็ต นครปฐม &#8230; <a href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/08-04-55-2">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  29 มีนาคม 2555 09:54 น.</p>
<p><strong>ASTV</strong><strong>ผู้จัดการรายวัน &#8211; </strong><strong>ค่าแรง 300</strong><strong> บาท กระทบอุตสาหกรรมโรงแรมป่วน บิ๊ก ดุสิตธานี ยังสะเทือน คาด </strong><strong>ภาพรวมทั้งอุตสาหกรรม </strong><strong>แนวโน้มครึ่งปีหลังโรงแรมปรับลดพนักงานกันเป็นขบวนเพราะแบกภาระไม่ไหว </strong><strong>ระบุเป็นครั้งแรก ขึ้นฐานเงินเดือน 40%</strong><strong> สูงสุดในประวัติการณ์</strong><span id="more-2116"></span><br />
จากการประกาศใช้กฎกระทรวง กำหนดอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ วันละ 300 บาท มีผล 1 เม.ย.55 ใน 7 จังหวัด กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ภูเก็ต นครปฐม และ ปทุมธานี</p>
<p>นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เจ้าของและผู้บริหารโรงแรมในกลุ่มดุสิตธานี กล่าวว่า จะเห็นผลกระทบชัดเจนในกลุ่มโรงแรมหัวเมืองในภาคอีสานและภาคเหนือ ซึ่งมีฐานค่าแรงค่อยข้างต่ำ เพราะเป็นพื้นที่ที่ราคาห้องพักโรงแรม เฉลี่ยแล้วต่ำกว่าภาคอื่นหรืออยู่ราว 800-1,000 บาทต่อคืน ในส่วนของดุสิตธานี ที่จะกระทบ ก็มีโรงแรมที่นครราชสีมา และ อีกหลายพื้นที่ ส่วนจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อาจได้รับผลกระทบน้อย เช่น กรุงเทพฯ และ ภูเก็ต</p>
<p>สำหรับโรงแรมดุสิต คงเลือกใช้วิธีปรับฐานเงินเดือนให้เท่ากับที่รัฐกำหนด จะไม่นำค่าเซอร์วิสชาร์จมารวม แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นใน 12 เดือนหลังปรับขึ้นค่าแรงงาน จะได้เห็นวงการอุตสาหกรรมโรงแรม คือ การปรับลดพนักงาน โรงแรมที่มีผลประกอบการต่ำกำไรน้อยหรือพอดีทุน อาจตัดสินใจปิดกิจการหรือขายธุรกิจ ซึ่งเชื่อว่า จะมีผู้ประกอบการโรงแรมในกลุ่มนี้จำนวนมากราว 3-4 พันแห่งทั่วประเทศ ส่วนภาพรวมแรงงานในอุตสาหกรรมโรงแรมทั้งประเทศจะมีไม่น้อยกว่า 5 แสนคน</p>
<p>“ขณะนี้ต้นทุนดำเนินงานของผู้ประกอบการโรงแรม ปรับขึ้นต่อเนื่อง เช่น ค่า FT ไฟฟ้า ที่ขึ้นตามราคาน้ำมัน การปรับขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบอาหาร ราว 10% และยังมาเจอการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีกเกือบ 40% สูงสุดในรอบ 30 ปี ที่ผมทำงานมา ขณะที่อุตสาหกรรมโรงแรมแข่งขันสูง โรงแรมเกิดใหม่มีมาก”</p>
<p>ล่าสุด กลุ่มโรงแรมดุสิต ได้ปรับสู่การเป็นองค์กรรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยนำโปรแกรม การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว EarthCheck ประเดิมในโรงแรมดุสิตธานีกรุ๊ป 10 แห่ง แบ่งเป็น ในประเทศ 8 แห่ง ต่างประเทศ 2 แห่ง ดูไบ และ มะนิลา ช่วยเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ ให้เป็นที่ต้องการของตลาดนักท่องเที่ยวที่หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ทิฟฟานี่ขึ้นค่งแรง 37%<br />
นางสาว อลิสา พันธุศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา และกรรมการใน สมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า ทิฟฟานี่โชว์ เป็นธุรกิจที่ไม่มีเซอร์วิสชาร์จ หลังปรับขึ้นอัตราค่าแรงเป็น 300 บาทต่อวัน บริษัทต้องปรับขึ้นเงินเดือน ให้แก่พนักงานสูงถึง 34% จากจำนวนหนักงานกว่า 200 คน</p>
<p>ส่วนภาพรวมธุรกิจโรงแรมที่จะได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงครั้ง นี้จะอยู่ในกลุ่มโรงแรมระดับ 2-3 ดาว ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ราว 80% ของโรงแรมในเมืองพัทยา ซึ่งกลุ่มนี้ต้องปรับขึ้นเงินเดือนถึง 30% ฉะนั้น เป็นไปได้ที่ครึ่งปีหลัง อาจเห็นการปรับลดพนักงาน</p>
<p>สำหรับภาพรวมตลาดนักท่องเที่ยวเมืองพัทยา ยังดีต่อเนื่องถึงเดือนมิถุนายน เพราะ มีตลาดนักท่องเที่ยวรัสเซีย เดินทางมาจำนวนมากหรือ 50% ของต่างชาติในพัทยา</p>
<p>บิ๊ก รร.เอเชียผงาดนั่งนายกทีเอชเอ<br />
วานนี้ (28 มี.ค.) ในการประชุมสมาชิกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) วาระสำคัญ คือ การเลือกตั้งนายกสมาคมโรงแรมไทย แทน นายประกิจ ชินอมรพงษ์ ที่หมดวาระ ผลการเลือกตั้งมีเพียงทีมเดียวที่ส่งเข้าประกวด และสรุปที่เลือก นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มโรงแรมเอเชีย ขึ้นเป็นนายกสมาคม ทีเอชเอ</p>
<p>นายสุรพงษ์ กล่าวว่า จะเร่งสานต่อโครงการเดิม โดยเฉพาะการผลักดันการแก้กฏหมายให้โรงแรม ที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์เข้ามาจดทะเบียนธุรกิจได้อย่างถูกต้อง พร้อมเร่งรัฐบาลให้ออกระเบียบ การจัดสัมมนาในแต่ละหน่วยงานให้เลือกใช้โรงแรมจดทะเบียนถูกกกหมายโดยแนบใบ อนุญาติโรงแรม ในการตั้งเบิกค่าใช้จ่าย</p>
<p>ส่วนกรณีขึ้นค่าจ้างแรงงานเป็น อัตรา 300 บาทต่อวัน จะต้องให้แต่ละโรงแรมเข้าไปดูโครงสร้างการจ่ายเงินของตัวเอง ว่าใช้วิธีรวมค่าเซอร์วิสชาร์จหรือไม่ หรือใช้แบบผสม จากนั้นจึงหาแนวทางแก้ไขอย่างเปนระบบ โดยภาคเหนือในจังหวัดรองกระทบสูงสุด เช่น น่าน พะเยา จะต้องขึ้นค่าแรง 100% จากปัจจุบัน</p>
<p>http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9550000039741</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/08-04-55-2/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“พาณิชย์”ดันกม.ค้าปลีกเข้าครม. ดึงรัฐวิสาหกิจอยู่ใต้กม.แข่งขัน</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/09-04-55</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/09-04-55#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Apr 2012 05:46:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wichien</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=2114</guid>
		<description><![CDATA[โดย ASTVผู้จัดการรายวัน   9 เมษายน 2555 21:23 น. “พาณิชย์”ตั้งแท่นชงกฎหมายค้าปลีก ค้าส่ง เข้าครม.เร็วๆ นี้ หลังยืนยันกฤษฎีกาใช้ร่างเดิม คุมกำเนิดยักษ์ค้าปลีก ค้าส่ง พร้อมดันแก้ไขกฎหมายแข่งขันทางการค้า ดึงรัฐวิสาหกิจเข้าดูแลด้วย หวังสร้างความเชื่อมั่นการลงทุนต่างชาติ นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกค้าส่ง ว่า กระทรวงฯ ได้ยืนยันที่จะใช้ร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกค้าส่ง พ.ศ. &#8230; ฉบับเดิมที่เคยส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบเมื่อช่วงรัฐบาลที่ ผ่านมา ซึ่งขั้นตอนจากนี้ไป จะผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) หากได้รับความเห็นชอบจาก ครม.ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการออกกฎหมายเข้าที่ประชุม รัฐสภาต่อไป เหตุผลที่กระทรวงฯ ยืนยันใช้ร่างกฎหมายเดิม เพราะมีเนื้อหาสาระที่ใช้ในการดูแลธุรกิจค้าปลีกค้าส่งในปัจจุบันได้ โดยใช้กฎหมายในการกำกับดูแลการขยายตัวของห้างค้าปลีก &#8230; <a href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/09-04-55">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โดย ASTVผู้จัดการรายวัน   9 เมษายน 2555 21:23 น.</p>
<p>“พาณิชย์”ตั้งแท่นชงกฎหมายค้าปลีก ค้าส่ง เข้าครม.เร็วๆ นี้ หลังยืนยันกฤษฎีกาใช้ร่างเดิม คุมกำเนิดยักษ์ค้าปลีก ค้าส่ง พร้อมดันแก้ไขกฎหมายแข่งขันทางการค้า ดึงรัฐวิสาหกิจเข้าดูแลด้วย หวังสร้างความเชื่อมั่นการลงทุนต่างชาติ <span id="more-2114"></span><br />
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกค้าส่ง ว่า กระทรวงฯ ได้ยืนยันที่จะใช้ร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกค้าส่ง พ.ศ. &#8230; ฉบับเดิมที่เคยส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบเมื่อช่วงรัฐบาลที่ ผ่านมา ซึ่งขั้นตอนจากนี้ไป จะผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) หากได้รับความเห็นชอบจาก ครม.ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการออกกฎหมายเข้าที่ประชุม รัฐสภาต่อไป</p>
<p>เหตุผลที่กระทรวงฯ ยืนยันใช้ร่างกฎหมายเดิม เพราะมีเนื้อหาสาระที่ใช้ในการดูแลธุรกิจค้าปลีกค้าส่งในปัจจุบันได้ โดยใช้กฎหมายในการกำกับดูแลการขยายตัวของห้างค้าปลีก ค้าส่งขนาดใหญ่ ไม่ให้กระจายตัวไปในพื้นที่เมืองเพิ่มมากขึ้น แต่ให้ขยายตัวได้ในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่กระทบชุมชนและไม่ทำให้ร้านค้าปลีก ทั่วไป (โชห่วย) ได้รับผลกระทบ และในร่างกฎหมาย ยังได้เปิดช่องให้สามารถเพิ่มเติมข้อบังคับต่างๆ ผ่านการออกกฎกระทรวงได้อีก</p>
<p>นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังได้ยืนยันร่างกฎหมายอื่นๆ ที่ค้างอยู่ในการพิจารณาของกฎษฎีกาได้แก่ ร่างแก้ไขพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. &#8230; ซึ่งมีเนื้อหาสาระให้รวมรัฐวิสาหกิจเป็นกิจการที่จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายนี้ ด้วย หลังจากที่กรมการค้าภายในได้ทำการสอบถามความเห็นจากรัฐวิสาหกิจทุกแห่งแล้ว ส่วนใหญ่ไม่ขัดข้อง และยังมีร่างพ.ร.บ. ไซโลห้องเย็น พ.ศ. &#8230;ซึ่งอาจเข้าสู่ที่ประชุมครม.ได้พร้อมกันในเร็วๆ นี้</p>
<p>“การแก้ไขกฎหมายทางการค้าดังกล่าว ต้องดำเนินการให้มีความทันสมัยและเป็นที่เชื่อถือของต่างประเทศ เพราะไทยกำลังจะเข้าเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งไม่เพียงต้องดึงดูดความน่าสนใจในการลงทุนของไทย แต่ต้องมีกฎหมายที่จะดูแลธุรกิจการค้าภายในประเทศของไทยด้วย” นายยรรยงกล่าว</p>
<p>รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ลงนามยืนยันต่อคำถามของกฤษฎีกาที่จะต้องสอบ ถามหน่วยงานเจ้าของกฎหมายหลังการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลว่ากฎหมายที่ค้างอยู่จะ ยืนยันตามร่างเดิมหรือไม่ หากไม่ก็จะส่งกลับให้หน่วยงานนั้นๆแก้ไขหรือยกเลิกการเสนอกฎหมายนั้นไป แต่หากยืนยันตามเดิมก็จะเข้าสู่การพิจารณาของครม. หากเห็นชอบก็เข้าสู่สภาทันที</p>
<p>สำหรับกฎหมายแข่งขันที่กำหนดให้นำรัฐวิสาหกิจเข้ามาอยู่ภายใต้กฎหมาย เนื่องจากมีธุรกิจโทรคมนาคมและการธนาคารร้องเรียนว่า บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และธนาคารของรัฐ มีขอบเขตการทำธุรกิจกว้างขวางกว่าคู่แข่งในธุรกิจเดียวกัน ส่วนรัฐวิสาหกิจที่คาดว่าจะแสดงความไม่เห็นด้วยหลังจากนี้ คือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ให้เหตุผลว่ามีต้นทุนที่สูงกว่าสายการบินคู่แข่ง เนื่องจากต้องสนับสนุนกิจการของรัฐบาลหลายอย่าง แต่ในต่างประเทศส่วนใหญ่ รัฐวิสาหกิจหรือแม้แต่สายการบินแห่งชาติก็อยู่ภายใต้กฎหมายแข่งขันทางการค้า ด้วย</p>
<p>http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9550000044684</p>
<p><strong><br />
</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/09-04-55/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เสวนาอนาคตประเทศไทยกับประชาคมอาเซี่ยน</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/08-04-55</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/08-04-55#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Apr 2012 03:33:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wichien</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=2081</guid>
		<description><![CDATA[สมาคมจัดเสวนาเรื่อง&#8221;อนาคตประเทศไทยกับประชาคมอาเซี่ยน..&#8221; ในการประชุมใหญ่สามัญของสมาคม วันอาทิตย์ที่ 8 เม.ย.นี้ ณ ที่ทำการสมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เนื่อหาน่าสนใจ โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคเศรษกิจ/ความั่นคง ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ (ม.มหิดล)อ.พงศ์จรัส รวยร่ำ นักวิชาการด้านกฎหมายสิทธิมนุษยชน อ.อัมรินทร์ คอมันตร์ นักธุรกิจระหว่างประเทศ อ.กิตติบดี ใยพูล อดีตคณะบดีนิติศาสตร์ ม.ขอนแก่ เชิญดาวน์โหลด และ ฟังเทปการเสวนา]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;">สมาคมจัดเสวนาเรื่อง&#8221;อนาคตประเทศไทยกับประชาคมอาเซี่<wbr>ยน..&#8221; ในการประชุมใหญ่สามัญของ<a href="http://retailthai.com/index.php/aec_8_04_55/attachment/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a12" rel="attachment wp-att-2077"><img class="alignright" title="ประชุม2" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/ประชุม2-300x200.jpg" alt="" width="221" height="147" /></a>สมาคม วันอาทิตย์ที่ 8 เม.ย.นี้ ณ ที่ทำการสมาคมคุ้มครองการทำกินข<wbr>องคนไทย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เนื่อหาน่าสนใจ<img title="More..." src="http://retailthai.com/wp-includes/js/tinymce/plugins/wordpress/img/trans.gif" alt="" /> โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคเศรษกิจ/ความั่นคง ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ (ม.มหิดล)อ.พงศ์จรัส รวยร่ำ นักวิชาการด้านกฎหมายสิทธิมนุษย<wbr>ชน อ.อัมรินทร์ คอมันตร์ นักธุรกิจระหว่างประเทศ อ.กิตติบดี ใยพูล อดีตคณะบดีนิติศาสตร์ ม.ขอนแก่ เชิญดาวน์โหลด และ <a href="http://retailthai.com/radio/55-04-08_sam.mp3" target="_blank">ฟังเทปการเสวนา </a></wbr></wbr></wbr></p>
<p style="text-align: justify;"><span id="more-2081"></span><a href="http://retailthai.com/index.php/aec_8_04_55/attachment/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a13" rel="attachment wp-att-2075"><img title="ประชุม3" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/ประชุม3-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a><a href="http://retailthai.com/index.php/aec_8_04_55/attachment/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a11" rel="attachment wp-att-2076"><img class="alignleft" title="ประชุม1" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/ประชุม1.jpg" alt="" width="688" height="344" /></a><a href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/08-04-55/attachment/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a16_n" rel="attachment wp-att-2096"><img class="alignnone  wp-image-2096" title="ประชุม6_n" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/ประชุม6_n-200x300.jpg" alt="" width="131" height="202" /></a><a href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/08-04-55/attachment/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a17" rel="attachment wp-att-2105"><img class="alignnone  wp-image-2105" title="ประชุม7" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/ประชุม7-200x300.jpg" alt="" width="135" height="203" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/08-04-55/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://retailthai.com/radio/55-04-08_sam.mp3" length="53728392" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ช็อก! โกดักล้มละลาย</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/190152</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/190152#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Jan 2012 02:25:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=2001</guid>
		<description><![CDATA[เดลินิวส์  วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม 2555  ตอนผมเรียนทำหนังสือพิมพ์เรียนทำข่าวถ่ายภาพข่าว  มีฟิล์มถ่ายรูป 2 ยี่ห้อดังอันดับหนึ่งได้แก่ฟิล์มโกดักของอเมริกาอีกหนึ่งก็ฟิล์มฟูจิของ ญี่ปุ่น วันก่อนเห็นข่าวบริษัทโกดักกำลังล้มละลายก็ตกใจไม่น่าเชื่อยักษ์ใหญ่จะมีอัน เป็นไปได้อย่างนั้น แล้วก็นึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เวลานั้นยากจะคาดได้มากมาย เป็นต้นว่า  ร้านอาหารนายก๊วกริมถนนบางนาตราดแถวบางปะกง ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดนิ่มนวลที่บางพระ ทั้ง 2 แห่งเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวบางแสน,พัทยาและชายทะเลตะวันออก ทุกคนต้องแวะไม่ครั้งใดก็ครั้งหนึ่ง  พอถนนหนทางตัดใหม่มากขึ้นมีทางยกระดับมีมอเตอร์เวย์ร้านดังทั้งคู่ก็ยุบสลาย หายไป โกดักเป็นหนึ่งในเหยื่อของการขยับตัวล่าช้า  ไม่ใช่ตามไม่ทันเทคโนโลยีใหม่ๆปัญหาคือตัดสินใจไม่ทัน พวกเราส่วนหนึ่งคงย้อนภาพอดีตจำได้ว่าป้ายโฆษณาฟิล์มและกล้องโกดักปรากฏอยู่ทุกหนแห่ง เป็นเจ้าตลาดที่คู่แข่งอย่างฟูจิตามห่างๆ ที่ผมบอกว่าโกดักมีพัฒนาการที่ดีก็จากคำอ้างของบริษัทเองว่าได้คิดค้นกล้อง ดิจิตอลได้ก่อนใครๆตั้งแต่ปี 1975 แล้วถูกหมกอยู่ในห้องทดลองไม่ลงไปสู่ตลาด เพราะขณะนั้นขายฟิล์มระเบิดเถิดเทิงจู่ๆจะขายกล้องที่ไม่ต้องใช้ฟิล์มให้โง่ หรือ? ผลคือคู่แข่งกล้องและฟิล์มค่ายญี่ปุ่นคิดต่างจึงผลิตกล้องดิจิตอลนำหน้าไป ก่อน แม้ตอนหลังโกดักกลับตัวสู้สามารถครองตลาดในอเมริกาได้แต่อีกหลายแห่งลืมพี่ เบิ้มแล้ว เป็นไปตามคาดคือสถานการณ์บริษัทย่ำแย่ถึงขั้นใช้แผนปลดพนักงานทั่วโลกกว่า 145,000 คนเหลือเพียง 18,800 &#8230; <a href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/190152">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เดลินิวส์  วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม 2555  ตอนผมเรียนทำหนังสือพิมพ์เรียนทำข่าวถ่ายภาพข่าว  มีฟิล์มถ่ายรูป 2 ยี่ห้อดังอันดับหนึ่งได้แก่ฟิล์มโกดักของอเมริกาอีกหนึ่งก็ฟิล์มฟูจิของ ญี่ปุ่น วันก่อนเห็นข่าวบริษัทโกดักกำลังล้มละลายก็ตกใจไม่น่าเชื่อยักษ์ใหญ่จะมีอัน เป็นไปได้อย่างนั้น<span id="more-2001"></span><br />
แล้วก็นึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เวลานั้นยากจะคาดได้มากมาย เป็นต้นว่า  ร้านอาหารนายก๊วกริมถนนบางนาตราดแถวบางปะกง ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดนิ่มนวลที่บางพระ ทั้ง 2 แห่งเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวบางแสน,พัทยาและชายทะเลตะวันออก ทุกคนต้องแวะไม่ครั้งใดก็ครั้งหนึ่ง  พอถนนหนทางตัดใหม่มากขึ้นมีทางยกระดับมีมอเตอร์เวย์ร้านดังทั้งคู่ก็ยุบสลาย หายไป</p>
<p>โกดักเป็นหนึ่งในเหยื่อของการขยับตัวล่าช้า  ไม่ใช่ตามไม่ทันเทคโนโลยีใหม่ๆปัญหาคือตัดสินใจไม่ทัน</p>
<p>พวกเราส่วนหนึ่งคงย้อนภาพอดีตจำได้ว่าป้ายโฆษณาฟิล์มและกล้องโกดักปรากฏอยู่ทุกหนแห่ง เป็นเจ้าตลาดที่คู่แข่งอย่างฟูจิตามห่างๆ</p>
<p>ที่ผมบอกว่าโกดักมีพัฒนาการที่ดีก็จากคำอ้างของบริษัทเองว่าได้คิดค้นกล้อง ดิจิตอลได้ก่อนใครๆตั้งแต่ปี 1975 แล้วถูกหมกอยู่ในห้องทดลองไม่ลงไปสู่ตลาด เพราะขณะนั้นขายฟิล์มระเบิดเถิดเทิงจู่ๆจะขายกล้องที่ไม่ต้องใช้ฟิล์มให้โง่ หรือ?</p>
<p>ผลคือคู่แข่งกล้องและฟิล์มค่ายญี่ปุ่นคิดต่างจึงผลิตกล้องดิจิตอลนำหน้าไป ก่อน แม้ตอนหลังโกดักกลับตัวสู้สามารถครองตลาดในอเมริกาได้แต่อีกหลายแห่งลืมพี่ เบิ้มแล้ว</p>
<p>เป็นไปตามคาดคือสถานการณ์บริษัทย่ำแย่ถึงขั้นใช้แผนปลดพนักงานทั่วโลกกว่า 145,000 คนเหลือเพียง 18,800 คน  แต่ดูเหมือนหล่มลึกเกินกว่าจะตะกายขึ้นไหว</p>
<p>ล่าสุดโกดักพยายามขายสิทธิบัตรเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ 1,000 ล้านดอลลาร์ ประคับประคองสถานการณ์ระหว่างเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย  คนรุ่นผมอ่านข่าวนี้แบบใจหายเพราะครั้งหนึ่งพวกเรามีฟิล์มโกดักเป็นส่วน หนึ่งการทำงานแยกจากกันมิได้เลย</p>
<p>พอดูเบอร์สองเวลานั้นฟูจิฟิล์มก็คนละเรื่อง&#8230;</p>
<p>จากบริษัทและโรงงานเล็กๆใช้คนราว 340 คนทำฟิล์มขายเป็นหลักต่อมาก็พัฒนากล้องถ่ายรูปแบบง่ายๆใช้แล้วทิ้งก็เคยมี ใครจะเชื่อว่าฟูจินี่แหละกล้าคิดกล้าทำโดยผลิตกล้องดิจิตอลก่อนพี่บิ๊กอย่าง แคนนอน,นิคอนเสียอีก จึงไม่แปลกที่ฟูจิมีตัวแทนและสาขาอยู่ใน 200 ประเทศทั่วโลก</p>
<p>ยอดขายกล้องดิจิตอลคอมแพ็คของฟูจิฟิล์มในไทยเป็นอันดับ 4 ตามหลังโซนี่,ซัมซุงและแคนนอน</p>
<p>ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันชิงไหวชิงพริบ ความสำเร็จในห้องแล็บจึงไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิงหากไม่นำมาปฏิบัติอย่างชาญ ฉลาดและเหมาะสมกับเวลา ผมเชื่อว่าในภาคของการเมืองก็เช่นกันโดยเฉพาะบทบาทการต่อรองในระดับนานา ชาติต้องมีการเตรียมการที่ดีและการตัดสินใจเด็ดขาดฉับพลัน</p>
<p>อีก 3 ปีไทยเข้าสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนก็เหมือนเศรษฐกิจเปลี่ยนถ่ายสู่ยุค ดิจิตอล ผมว่าต้องถามตัวเองให้มากๆเราพร้อมขนาดไหน ตั้งตัวไม่ดีก็มีสิทธิล้มละลายกลายเป็นยักษ์เดี้ยง.</p>
<p><strong><em>แมงเม่า</em></strong></p>
<p><a href="http://www.dailynews.co.th/article/342/6986">http://www.dailynews.co.th/article/342/6986</a></p>
<p>************************</p>
<p><a href="http://retailthai.com/webboard/viewtopic.php?f=2&amp;t=510&amp;p=2460&amp;sid=e6d4a2b584e589d3e22af1e692075db2#p2460">อ่านข่าวเพิ่มเติม</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/190152/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;รสนา&#8221;ชำแหละ&#8221;ปตท.-รบ.&#8221;สุมหัวสูบเลือดปชช.จะยอมต่อไปหรือ</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/100155</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/100155#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Jan 2012 00:57:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=1996</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;รสนา&#8221; ชำแหละต้นทุน NGV ที่แท้จริงอยู่ที่ประมาณ 4 บาทต่อก.ก. แต่ปตท.มั่วนิ่มตั้งสูงถึง 8.39 บาท ชี้ม็อบเสียรู้รัฐบาลอย่างจัง เพราะยอมให้ขึ้นราคาแล้วไม่มีทางลงแน่นอน รู้ทันใช้เทคนิคค่อยๆขึ้น 50 ส.ต. จนคนไทยเดือดร้อนแบบไม่รู้ตัว พร้อมถามจะยอมถูกต้มอย่างนี้ต่อไปหรือ ด้าน &#8220;อิฐบูรณ์&#8221; แฉ LPG ยิ่งหนัก ปล่อยขึ้นราคาแบบไม่มีลิมิต อีกทั้งยังโกหกโทษรถยนต์ทำให้ขาดแคลน ที่แท้อุตสาหกรรมเครือปตท.เองคือต้นเหตุ วันที่ 9 ม.ค. เมื่อเวลา 20.30 น. น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม.และประธานคณะกรรมการศึกษาตรวจสอบการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา และนายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา หัวหน้าศูนย์พิทักษ์ผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้ร่วมพูดคุยในรายการ &#8220;คนเคาะข่าว&#8221; &#8230; <a href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/100155">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8220;รสนา&#8221; ชำแหละต้นทุน NGV ที่แท้จริงอยู่ที่ประมาณ 4 บาทต่อก.ก.  แต่ปตท.มั่วนิ่มตั้งสูงถึง 8.39 บาท ชี้ม็อบเสียรู้รัฐบาลอย่างจัง  เพราะยอมให้ขึ้นราคาแล้วไม่มีทางลงแน่นอน รู้ทันใช้เทคนิคค่อยๆขึ้น 50 ส.ต.  จนคนไทยเดือดร้อนแบบไม่รู้ตัว พร้อมถามจะยอมถูกต้มอย่างนี้ต่อไปหรือ ด้าน  &#8220;อิฐบูรณ์&#8221; แฉ LPG ยิ่งหนัก ปล่อยขึ้นราคาแบบไม่มีลิมิต  อีกทั้งยังโกหกโทษรถยนต์ทำให้ขาดแคลน  ที่แท้อุตสาหกรรมเครือปตท.เองคือต้นเหตุ</strong><span id="more-1996"></span><br />
วันที่ 9 ม.ค. เมื่อเวลา 20.30 น. น.ส.รสนา โตสิตระกูล  ส.ว.กทม.และประธานคณะกรรมการศึกษาตรวจสอบการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล  วุฒิสภา และนายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา หัวหน้าศูนย์พิทักษ์ผู้บริโภค  มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้ร่วมพูดคุยในรายการ &#8220;คนเคาะข่าว&#8221;  ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ASTV</p>
<p>น.ส.รสนา กล่าวถึงกรณีขึ้นราคาก๊าซ NGV ว่า  ปัญหาอยู่ที่นักวิชาการก็ตาม ปตท.ก็ตาม ชอบพูดว่าราคาก๊าซ &#8211;  พลังงานต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง  แต่ต้นทุนที่แท้จริงเคยเอามาเปิดเผยหรือไม่ ราคาจากเอกสารโฆษณาของปตท.เอง  ระบุว่าราคา NGV อยู่ที่ 8.39 บาท ต่อกก. ซึ่งมันไม่ใช่ต้นทุนจริง  มันเป็นราคาที่ขายให้กับกฟผ. ซึ่งรวมค่าบริหารจัดการ รวมค่าผ่านท่อ รวมกำไร  และยังบวกค่าขนส่งอีก 5.56 บาท เท่ากับค่าขนส่ง 40 เปอร์เซ็นต์  มันมีกิจการอะไรที่ค่าขนส่งมากถึง 40 เปอร์เซ็นต์</p>
<p>ส่วนราคาก๊าซในตลาดโลกเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2554 อยู่ที่ 2 เหรียญ 79  เซ็นต์ ต่อ 1 ล้านบีทียู 1 ล้านบีทียู เป็นค่าความร้อน  ถ้าแปลงให้เป็นกิโลกรัมก็คือเท่ากับ 27.82 ก.ก.  พอเป็นเงินไทยเฉลี่ยตกที่กิโลกรัมละ 3 .37 บาท นี่คือต้นทุนตลาดโลก  มันสะท้อนต้นทุนตรงไหน</p>
<p>อีกทั้งราคาก๊าซธรรมชาติปี 2007 -2011 ขึ้นสูงสุดเมื่อปี 2008  หลังจากนั้นต่ำลงเรื่อยๆ ทิศทางในตลาดโลกเป็นขาลง  แต่คุณกลับสวนขึ้นและขึ้นในยามที่คนกำลังลำบากจากปัญหาน้ำท่วม</p>
<p>อีกทั้งความจริงแล้วราคาผ่านแนวท่อก๊าซมันถูกมาก เมื่อปี 2552  คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานอนุญาตให้ปตท.ขึ้นค่าผ่านท่อได้ 2 บาท ต่อ1  ล้านบีทียู ก็คือรวมแล้ว 22 บาท กับอีกเศษนิดหน่อย ต่อ 27 .82 ก.ก.  เฉลี่ยแล้วไม่ถึง 1 บาทต่อก.ก. สมมุติเอาราคาตลาดโลก 3.37 บาท บวก 1 บาท  อยู่ที่ 4 บาท แต่คุณบวกค่าขนส่งมหาโหดอย่างนี้ได้อย่างไร</p>
<p>ก๊าซถ้าส่งตามแนวท่อจะถูกที่สุด  ตามธรรมชาติของก๊าซเหมาะกับรถที่ใช้วิ่งเป็นทางประจำเช่นรถเมล์  สามารถทำปั๊มเฉพาะที่เป็นจุดจอดรถ แต่นี่รัฐบาลมาสนับสนุนให้รถเล็กมาใช้  ใช้อำนาจรัฐทุกอย่างบังคับให้มาใช้ NGV</p>
<p>น.ส.รสนา กล่าวอีกว่า  วันนี้กลุ่มอุตสาหกรรมขนส่งทั้งหลายที่ออกไปต่อต้านการขึ้นราคา NGV  เสียท่ารัฐบาลไปแล้ว สิ่งที่ทำวันนี้ไม่มีความหมายเลย  เมื่อยอมเปิดบริสุทธิ์ให้ขึ้น 50 สตางค์แล้ว ไม่มีทางลด  นั่นก็เพราะขาดข้อมูลในมือ ต้องให้ปตท.เปิดเผยตัวเลขต้นทุนที่แท้จริงออกมา</p>
<p>น.ส.รสนา กล่าวอีกว่า  ทรัพยากรของไทยถูกขุดขายเพิ่มขึ้นทุกปีในขณะที่รายได้เข้ารัฐไม่ได้เพิ่มตาม  ข้อมูลของ EIA (Environmental Impact Assessment)  ไทยผลิตก๊าซธรรมชาติอยู่ที่อันดับ 23 ของโลก จาก 224 ประเทศ  มากกว่าหลายๆประเทศที่เป็นกลุ่มโอเปก เรามีทรัพยากรมหาศาล  แต่ทุกคนบอกว่าเราต้องพึ่งพา นำเข้าตลอด</p>
<p>สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ปตท.ใหญ่เกินไป มีอำนาจเหนือตลาดหลักทรัพย์  เหนือรัฐบาล และสื่อ  เพราะไม่มีประเทศไหนที่ปล่อยให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจมีขนาดเงินหมุนเวียนใหญ่ กว่ากระทรวงการคลัง 3 เท่า  น่ากลัวที่รัฐบาลปล่อยให้ปตท.อยู่ในสภาพที่เป็นทั้งรัฐและเอกชน  โดยให้รัฐถือหุ้น 51.5 เปอร์เซ็นต์ เพื่อคงความเป็นรัฐอยู่  จะได้ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า ซึ่งอะไรที่มันใหญ่เกิน  ถ้าล้มนี่ล้มดัง อันตรายต่อระบบเศรษฐกิจทั้งหมด  อีกทั้งยังปล่อยให้ควบรวมกิจการทั้งแนวดิ่ง  คือครอบงำกิจการปิโตรเคมีทั้งหมด และควบรวมแนวนอน ซึ่งเป็นการยึดฐานลูกค้า  จนมีอำนาจใหญ่มาก ตอนนี้ไม่มีภาคส่วนไหนกล้ากับปตท.เลย</p>
<p>น.ส.รสนา ยังกล่าวว่า การค่อยๆปรับเพิ่มทีละ 50 สตางค์  จะทำให้ประชาชนเดือดร้อนแบบไม่รู้ตัว เหมือนกับการต้มกบ  เมื่อต้มโดยปรับอุณหภูมิขึ้นทีละน้อยๆ  กบจะไม่รู้ตัวเพราะมันปรับตัวตามอุณหภูมิ แต่ถ้าใส่ไปตอนร้อนๆกบจะกระโดดหนี  กรณีขึ้นราคาก๊าซก็เช่นกันประชาชนก็จะปรับตัวอยู่กับการขึ้น 50  สตางค์ไปเรื่อยๆ ซึ่งเราจะยอมถูกต้มหรือเปล่า  เลือกว่าจะเป็นกบตัวแรกที่ถูกต้มหรือกบตัวสองที่กระโดดหนี</p>
<p>ด้านนายอิฐบูรณ์ กล่าวว่า กรณีเกิดโรงแยกก๊าซเพิ่มขึ้นเป็นหน่วยที่ 6  มีคำถามว่า  เกี่ยวหรือไม่กับการพยายามทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติลอยตัวขยับเพิ่มทันที  ความจริงแล้วไม่สนใจว่าต้นทุนที่แท้จริงเป็นอย่างไร ขอแค่ขึ้นมาก่อน  แล้วรัฐบาลก็ยอม ประชาชนเหมือนถูกมัดมือชก</p>
<p>ราคา NGV 14 .50 บาท เป็นราคาที่ปตท.ต้องการขอขึ้นมานานแล้ว  นี่คือต้นทุนที่เขาต้องการ โดยไม่ได้อิงกับราคาตลาดโลกเลย  เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติมาโดยตลอด  แต่มาได้ในจังหวะรัฐบาลนี้ ซึ่งนายกฯเป็นประธานโดยตำแหน่ง  ในกลุ่มของพวกเขาเองก็คุยกันว่าเทคนิคการขึ้นราคา คือค่อยๆกินทีละ 50  สตางค์ จนสิ้นปี 2555 จะจ่ายเพิ่มขึ้นทั้งหมด 6 บาทต่อกิโลกรัม  ทั้งหมดเพิ่มขึ้น 70 เปอร์เซ็นต์ จากราคาฐานเดิม  ถ้าเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันอย่างแท้จริงตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้  ไม่สามารถทำได้ แต่ธุรกิจนี้สามารถทำได้</p>
<p>ทางด้าน LPG ก็ขึ้นราคาเช่นกัน แต่กระแสเงียบไป ซึ่ง LPG  นี่หนักกว่าอีก เพราะไม่มีลิมิต  เขาใช้คำว่าจะไต่ราคาขึ้นไปถึงต้นทุนของโรงกลั่น  ซึ่งถ้าโรงกลั่นบริหารงานย่ำแย่ ไม่ต้องควบคุมในเชิงประสิทธิภาพ  อยากให้ขึ้นราคาก็ได้ กลไกแบบนี้เป็นธรรมหรือไม่</p>
<p>ประเทศไทยสามารถพึ่งพาแหล่งพลังงานเองได้  น.ส.ยิ่งลักษณ์เองเคยแถลงต่อสภาว่าต้องพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ 55  เปอร์เซ็นต์ นั่นคือเราสามารถพึ่งพาตัวเองได้ถึง 45 เปอร์เซ็นต์  แต่ทำไมราคาที่คนไทยใช้ถึงเป็นราคาตลาดโลก 100 เปอร์เซ็นต์  นี่เฉพาะราคาน้ำมัน ส่วน LPG ก็พยายามเกาะตลาดโลก แต่ NGV  ดันไม่ยึดราคาตลาดโลก แสดงว่าจะใช้ราคาอะไรก็ได้ใช่หรือไม่</p>
<p>คำถามง่ายๆ ทรัพยากรเป็นของแผ่นดินไทย ส่วนใหญ่ก็มาจากอ่าวไทย  สัมปทานที่รัฐได้น้อยมาก การเข้าถึงทรัพยากรมันไม่เป็นธรรม  เราเจอคนโลภที่ตัวใหญ่มาก คุมตั้งแต่ต้นทางยันปลายทาง  ที่สำคัญคนที่เป็นข้าราชการระดับสูง เป็นปลัดกระทรวงพลังงาน  อีกตำแหน่งก็เป็นประธานบอร์ดของบริษัทเอกชน(ปตท.)  แล้วคนๆนี้ก็มีหน้าที่ตั้งราคา จ่ายเงินเข้ากองทุนน้ำมัน</p>
<p>นายอิฐบูรณ์ กล่าวอีกว่า เราพบกรณีไม่เป็นธรรมของก๊าซ LPG  เป็นอย่างมาก เขากล่าวหารถยนต์ที่ใช้ LPG เป็นตัวการให้ก๊าซไม่พอใช้  แต่ตรวจสอบแล้วตัวการคืออุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งก็เป็นบริษัทในเครือปตท.  พอกลุ่มนี้ใช้ไม่เคยแจ้ง แต่เวลาแถลงข่าวว่าต้องนำเข้าจากต่างประเทศ  ปรากฎว่าไม่ใช่นำเข้า LPG แต่นำเข้าเป็นก๊าซองค์ประกอบ ซึ่งรถยนต์ใช้ไม่ได้  ปรากฎว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่สามารถใช้ได้ แล้วเวลาสั่งจ่ายเงินชดเชย  มติล่าสุดสั่งอุตสาหกรรมปิโตรเคมีจ่ายแค่ 1 บาทต่อกิโลกรัม  ขณะที่อุตสาหกรรมอื่นๆโดนกัน 5 &#8211; 10 กว่าบาท นี่คือหลายมาตรฐาน</p>
<p>นายอิฐบูรณ์ กล่าวต่อว่า ถ้าเราจ่ายแพงแล้วเกิดกระจายรายได้ไม่ว่า  แต่นี่ไปอยู่ที่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง  เปรียบเหมือนเราเสียดินแดนโดยถูกกำลังผูกขาดทางเศรษฐกิจครอบงำ</p>
<p>ทั้งนี้จำนวนเงินที่ประชาชนต้องจ่ายเพิ่มขึ้น คำนวณแบบทั้งปี  ถึงสิ้นปี 55 เงินที่ต้องจ่ายเพิ่มส่วนของ NGV เพื่อให้ได้ก๊าซ 40 ก.ก.  จะเพิ่มอีก 140 บาท จากเดิมแท็กซี่จ่าย 340 บาท ต้องจ่าย 480 บาท  ฉะนั้นบัตรเครดิตอะไรต่างๆ อย่าลืมรัฐบาลแค่สำรองจ่ายให้ก่อน  แล้วไปจ่ายหนี้เองทีหลัง หากไม่จ่ายอาจถูกฟ้องยึดรถได้</p>
<p>ส่วน LPG จากเดิมที่ 45 ลิตร 500 บาท จะเพิ่มมา 220 บาท ต่อไป 45  ลิตรจะต้องจ่าย 720 บาท ง่ายๆทั้งปีมันขึ้นทั้งหมด 70 เปอร์เซ็นต์  เมื่อค่าตรงนี้เพิ่ม กลไกต่างๆทั้งระบบก็ต้องเพิ่มตามไปด้วย  ซึ่งภาระก็จะถูกผลักไปให้ผู้ที่ไม่มีปากมีเสียง</p>
<p>http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000003501</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/100155/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ธุรกิจโชห่วย ดาวอับแสงปี55 หลังแข่งยักษ์ใหญ่ไม่ได้</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/020155</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/020155#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 02 Jan 2012 13:41:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=1988</guid>
		<description><![CDATA[Thairath  วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ.2555  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผย 10 ธุรกิจดาวเด่นปี 55 การแพทย์-ความงาม มาแรงสุด หลังคนใส่ใจสุขภาพ-ทำศัลยกรรมความงามมากขึ้น ส่วนดาวร่วงปีหน้าโชห่วยนำโด่ง หลังแข่งยักษ์ใหญ่ไม่ได้ เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึง 10 อันดับธุรกิจเด่นปี 55 ว่า ศูนย์ได้จัดอันดับธุรกิจดาวเด่นในปี 55 จากการให้คะแนนใน 5 ด้านคือ ด้านยอดขาย ต้นทุน ส่วนต่างของยอดขายต่อต้นทุน (กำไรสุทธิ) ความสามารถในการรับผลจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และความสอดคล้องกับกระแสนิยม รวม 50 &#8230; <a href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/020155">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Thairath  วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ.2555  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผย 10 ธุรกิจดาวเด่นปี 55 การแพทย์-ความงาม มาแรงสุด หลังคนใส่ใจสุขภาพ-ทำศัลยกรรมความงามมากขึ้น ส่วนดาวร่วงปีหน้าโชห่วยนำโด่ง หลังแข่งยักษ์ใหญ่ไม่ได้<span id="more-1988"></span></p>
<p>เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึง 10 อันดับธุรกิจเด่นปี 55 ว่า ศูนย์ได้จัดอันดับธุรกิจดาวเด่นในปี 55 จากการให้คะแนนใน 5 ด้านคือ ด้านยอดขาย ต้นทุน ส่วนต่างของยอดขายต่อต้นทุน (กำไรสุทธิ) ความสามารถในการรับผลจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และความสอดคล้องกับกระแสนิยม รวม 50 คะแนน รวมถึงประเมินจากสถานการณ์เศรษฐกิจ 55 ปัจจัยสนับสนุน และปัจจัยบั่นทอนในการทำธุรกิจ ซึ่งพบว่าธุรกิจดาวเด่น 10 อันดับ 12 ธุรกิจ ได้แก่ 1.ธุรกิจบริการทางการแพทย์ และความงาม 45.1 คะแนน 2.อุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาล 44 คะแนน</p>
<p>3.ธุรกิจปูนซีเมนต์และผลิตภัณฑ์คอนกรีต 43.9 คะแนน 4.สถานีบริการ/จำหน่ายน้ำมัน ก๊าซเอ็นจีวี และแอลพีจี 43.8 คะแนน 5.สถาบันการเงิน 43.5 คะแนน 6.เทคโนโลยีสื่อสาร 43.3 คะแนน 7.ธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต 43.2 คะแนน ส่วนอันดับ 8 มีคะแนนเท่ากันที่ 42.7 คะแนนใน 2 ธุรกิจคือ ธุรกิจวัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร และธุรกิจก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง 9.ธุรกิจพลังงานและพลังงานทดแทน ขณะที่อันดับ 10 มี 2 ธุรกิจที่คะแนนเท่ากันที่ 42.4 คะแนนคือ ธุรกิจเคมีภัณฑ์ และธุรกิจอาหาร</p>
<p>ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึง 10 ธุรกิจดาวร่วงปี 55 หรือธุรกิจที่มีโอกาสทำธุรกิจน้อย และผู้ประกอบการจะต้องเร่งปรับปรุงศักยภาพ ได้แก่ 1.ร้านค้าดั้งเดิม (โชห่วย) 15.9 คะแนน 2.ผักและผลไม้อบแห้ง 16.7 คะแนน 3.หัตถกรรม (จักสาน งานไม้) 17.1 คะแนน 4.เครื่องหนัง (งานไม้เน้นฝีมือ งานเครื่องหนังทั่วไป) 17.2 คะแนน 5.เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย (ไม่เน้นงานฝีมือ) 18.4 คะแนน 6. สิ่งทอผ้าผืน (งานไม้เน้นฝีมือ ตัดเย็บทั่วไป) 18.7 คะแนน 7.เหล็กและการผลิตเหล็ก 19.9 คะแนน 8.อุตสาหกรรมฟอกย้อม 20.7 คะแนน 9.ธุรกิจประมง 24.1 คะแนน และ 10.อสังหาริมทรัพย์ (บ้านแนวราบ) 24.9 คะแนน</p>
<p>“ธุรกิจดาวร่วง ที่ศูนย์ให้คะแนนนั้น จะดูจากผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น จนทำให้ผู้ประกอบการแข่งขันไม่ได้ เช่น ค่าแรงสูง ผลกระทบจากน้ำท่วม รวมถึงสินค้าที่มีรูปแบบล้าสมัย ไม่ตอบสนองความต้องการผู้บริโภค โดยเฉพาะเครื่องหนัง หัตถกรรม เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย” นายธนวรรธน์ กล่าว</p>
<p>สำหรับธุรกิจเด่นหลังน้ำลด ได้แก่ ธุรกิจทำความสะอาด ธุรกิจเคลื่อนย้ายสิ่งของ วัสดุก่อสร้าง โรงรับจำนำ และธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ส่วนธุรกิจเด่นในช่วงครึ่งหลังปี 55 ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ร้านทอง สื่อสิ่งพิมพ์และการบันเทิง ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง โดยอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์นั้น แม้ไตรมาสแรกปี 55 จะมีความต้องการมากขึ้น แต่ผู้ผลิตไม่สามารถเดินเครื่องผลิตได้ตามความต้องการ เพราะยังฟื้นฟูโรงงานและเครื่องจักรได้เต็มที่ คาดจะกลับมาเดินเครื่องเป็นปกติในครึ่งหลังของปี และทำให้ธุรกิจฟื้นตัวได้ครึ่งหลังของปีเช่นกัน.</p>
<p>ไทยรัฐ</p>
<p>http://www.thairath.co.th/content/eco/226355</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/020155/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โรงงานปิดอีกแล้ว ลอยแพ พนักงานกว่า 700 คน</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/151254</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/151254#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Dec 2011 02:07:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=1952</guid>
		<description><![CDATA[ปิดโรงงานเฟอร์นิเจอร์ลอยแพ 500 คนงาน-ประสาน ตม.ล่านายจ้างไต้หวัน บริษัทรับเหมาก่อสร้าง เครือ &#8220;อนุทิน&#8221; เจ๊ง เลิกจ้างคนงาน 143 คน ลูกจ้าง “โซนี่” 18 คน ฟ้อง ครส. เอาผิดนายจ้าง ส่วน &#8220;ไทยศิลป์&#8221; ปิดถาวรแล้ว เร่งขายทรัพย์สินจ่ายค่าชดเชยพนักงาน-จัดนัดพบแรงงานช่วยลูกจ้าง บอร์ด สปส.ตีกลับแผนชะลอ ส่งเงินสมทบประกันสังคมนายจ้าง 4 เดือน ฝ่ายลูกจ้างชี้ควรเป็นทางเลือกสุดท้ายรายงานข่าวจาก จ.ชลบุรี แจ้งว่า เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่บริเวณหน้าบริษัท ฟินิกซ์ เฟอร์นิเจอร์ กรุ๊ป จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 116/3 &#8230; <a href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/151254">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: small;">ปิดโรงงานเฟอร์นิเจอร์ลอยแพ 500 คนงาน-ประสาน  ตม.ล่านายจ้างไต้หวัน บริษัทรับเหมาก่อสร้าง เครือ &#8220;อนุทิน&#8221; เจ๊ง  เลิกจ้างคนงาน 143 คน ลูกจ้าง “โซนี่” 18 คน ฟ้อง ครส. เอาผิดนายจ้าง ส่วน  &#8220;ไทยศิลป์&#8221; ปิดถาวรแล้ว  เร่งขายทรัพย์สินจ่ายค่าชดเชยพนักงาน-จัดนัดพบแรงงานช่วยลูกจ้าง บอร์ด  สปส.ตีกลับแผนชะลอ ส่งเงินสมทบประกันสังคมนายจ้าง 4 เดือน </span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span id="more-1952"></span> ฝ่ายลูกจ้างชี้ควรเป็นทางเลือกสุดท้ายรายงานข่าวจาก จ.ชลบุรี แจ้งว่า  เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่บริเวณหน้าบริษัท ฟินิกซ์ เฟอร์นิเจอร์ กรุ๊ป  จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 116/3 หมู่ 2 ต.หนองบอนแดง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี  ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ประเภทตู้ เตียง ภายในห้องนอนส่งออก  มีพนักงานชาย-หญิงกว่า 500 คน มาชุมนุมประท้วง  หลังจากที่ผู้บริหารปิดโรงงานโดยไม่แจ้งล่วงหน้า  เจ้าของโรงงานเป็นชาวไต้หวัน ชื่อนายลี เฉิน ฟู ก่อนหน้านี้  มีสัญญาณเตือนว่า ระบบการเงินของบริษัทประสบปัญหามานานนับปีแล้ว  สังเกตได้จากการจ่ายค่าแรงพนักงานที่ล่าช้ากว่ากำหนด บางครั้งเลื่อนนานกว่า  10 วัน ทำให้พนักงานได้รับความเดือดร้อน</span></p>
<p>ล่าสุด เมื่อวันศุกร์ที่ 3  สิงหาคม มีการจ่ายเงินเดือนงวดที่ค้างของเดือนก่อน แต่ในวันจันทร์ นายลี  เฉิน ฟู ก็หายหน้าไปติดต่อไปไม่ได้ และมีการสั่งปิดโรงงานตั้งแต่วันที่ 7  สิงหาคมนี้ ห้ามบุคคลผ่านเข้าไปในโรงงาน ทำให้พนักงานกว่า 500  คนในสายงานต่างๆ ต้องประสบปัญหาถูกลอยแพ</p>
<p>ขายทรัพย์สินทอดตลาดจ่ายลูกจ้าง</p>
<p>ต่อ มา นายคมสัน เอกชัย รองผู้ว่าฯ ชลบุรี ได้ไปพูดคุยและเจรจากับผู้ชุมนุม  โดยได้ข้อสรุปว่า ทางราชการจะอายัดทรัพย์สินของโรงงาน  เพื่อนำไปขายทอดตลาดและนำเงินมาช่วยเหลือพนักงาน ขณะเดียวกัน  ก็ประสานไปยังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองให้ตรวจสอบ  และสกัดกั้นการหลบหนีออกนอกประเทศของนายลี เฉิน ฟู นายจ้างด้วย</p>
<p>ส่วน การให้ความช่วยเหลือแบ่งเป็นประเภทดังนี้ คือ พนักงานที่มีอายุงานระหว่าง 4  เดือนถึง 1 ปี ได้รับเงินชดเชย 1 เดือน อายุงาน 1-3 ปี ได้รับเงินชดเชย 3  เดือน อายุงาน 3-6 ปี ได้รับเงินชดเชย 6 เดือน อายุงานเกิน 6 ปี  ได้รับเงินชดเชย 10 เดือน  แต่พนักงานที่เข้ามาใหม่ยังไม่ได้รับการบรรจุได้รับเงินชดเชย 1 สัปดาห์  หรือ 15 วัน หลังจากรองผู้ว่าฯ ชลบุรี ได้เจรจาหาทางออกให้แก่พนักงานแล้ว  ผู้ชุมนุมทั้งหมดต่างพอใจและพากันสลายการชุมนุมในที่สุด</p>
<p>บริษัทก่อสร้างเครือ&#8221;อนุทิน&#8221;ปิดอีก</p>
<p>วัน เดียวกัน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยอง ได้รับแจ้งจาก  นางพรวลัย คำเครือ หัวหน้าธุรการบริษัท ไทย เมนเทนเนนท์ คอนเทรคติ้ง จำกัด  ตั้งอยู่เลขที่ 4 หมู่ 6 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ซึ่งมีนายมาศถวิน  ชาญวีรกูล เป็นญาติของนายอนุทิน ชาญวีรกูล อดีต รมช.สาธารณสุข  พรรคไทยรักไทย เป็นเจ้าของ ประกาศเลิกจ้างพนักงานจำนวน 143 คน  เนื่องจากประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ขาดทุนจากการประกอบกิจการรับเหมา  ซ่อมบำรุงในวงการอุตสาหกรรม การเลิกจ้างพนักงานรายวัน 96 คน มีผลในวันที่  15 สิงหาคม รายเดือน 47 คน มีผลวันที่ 31 สิงหาคม ทั้งนี้  การเลิกจ้างได้รายงานให้นายพลวัต ชยานุวัชร ผู้ว่าฯ ระยอง ตั้งแต่วันที่ 6  สิงหาคม แล้ว ซึ่งนายจ้างรับปากว่าจะดำเนินการจ่ายค่าชดเชย  และค่าจ้างค้างจ่ายตามกฎหมายทุกประการ</p>
<p>ลูกจ้างโซนี่ร้อง ครส.สอบนายจ้าง</p>
<p>นาย สุเทพ อุ่นสมัย รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.)  กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีลูกจ้างบริษัท โซนี่ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด  จ.ชลบุรี จำนวน 18 คน มาร้องเรียนว่าถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ว่า  ขณะนี้คนงานทั้ง 18 คนได้ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ (ครส.)  ให้พิจารณาสอบสวนการกระทำของนายจ้าง ซึ่งแนวทางของ  ครส.นั้นจะต้องมีการเชิญนายจ้าง ลูกจ้างเข้ามาสอบถามข้อเท็จจริง  พร้อมพิจารณาตัดสินให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน  โดยแนวทางหากเป็นไปตามที่ลูกจ้างร้องเรียนว่าถูกนายจ้างเลิกจ้างเนื่องมาจาก การรวมตัวจัดตั้งสหภาพแรงงานและยื่นข้อเรียกร้อง ซึ่งสามารถทำได้ตามกฎหมาย  พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ 2518  ครส.สามารถชี้ขาดให้ลูกจ้างกลับเข้าทำงานในสถานะเดิมได้  หรือหากลูกจ้างคนใดที่ไม่ต้องการเข้าทำงานในตำแหน่งเดิมก็สามารถเรียกเงิน ค่าชดเชยและค่าเสียหายตามระยะเวลาที่ทำงานได้</p>
<p>“ต้องดูข้อมูลทั้งสอง ฝ่าย นายจ้างก็มีสิทธิโต้แย้ง ชี้แจงข้อมูลที่แท้จริง  แต่โดยที่จริงแล้วไม่อยากให้มีการเลิกจ้าง ทำผิดกฎหมายกัน  อยากให้เจรจาสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน  อยากให้นายจ้างทุกคนเข้าใจว่าการมีสหภาพแรงงานนั้นอาจจะติดขัดบ้างในช่วง แรกๆ  แต่ในระยะยาวก็จะสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจได้เหมือนกรณีวิกฤติ เศรษฐกิจปี 2540 อีกอย่างหนึ่งเราต้องสร้างให้คนงานรัก ผูกพันในองค์กร  คิดว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรธุรกิจจะยั่งยืนไม่ล้มแน่นอน” นายสุเทพ  กล่าว</p>
<p>ไทยศิลป์ฯปิดถาวรเร่งขายทรัพย์สินจ่ายลูกจ้าง</p>
<p>ขณะที่ บริษัท ไทยศิลป์ อาคเนย์ อิมปอร์ต เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด  ได้ปิดตัวลงอย่างถาวรแล้ว ตามคำสั่งในวันที่ 7 สิงหาคม มีผลให้ลูกจ้างจำนวน  2,000 คนตกงาน ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวภายในบริษัทว่า  พนักงานส่วนหนึ่งได้ทยอยซื้อจักรเย็บผ้าของบริษัทเอาไว้ใช้เอง  เพื่อจะนำเงินเข้ากองกลาง และเก็บไว้จ่ายเป็นค่าชดเชยให้แก่พนักงาน</p>
<p>ด้าน  นายบุญลือ ยอดบุญ อายุ 30 ปี แกนนำพนักงานบริษัทไทยศิลป์ฯ กล่าวว่า  หากขายจักรเย็บผ้าได้ทั้งหมด ก็จะเป็นเงินจำนวน 40 ล้านบาท  เมื่อนำรวมกับเงินที่ขายทรัพย์สินก่อนหน้านี้จำนวน 28 ล้านบาท  จะมีเงินในบัญชีจำนวน 68 ล้านบาท  ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะขายทรัพย์สินมาจ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้างได้ครบ 122  ล้านบาทหรือไม่ ส่วนในเรื่องของการชุมนุมปิดถนน  หากนายจ้างอนุญาตให้ชุมนุมในบริษัทได้ ยืนยันจะไม่มีการปิดถนน  เพราะไม่อยากให้คนอื่นมาเดือดร้อนไปด้วย</p>
<p>แรงงานจัดนัดพบแรงงานช่วยลูกจ้าง</p>
<p>ด้าน  นายมนูญ ปุญญกริยากร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า  สำนักงานจัดหางานจังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดงานนัดพบแรงงานย่อยขึ้น ในวันที่  8 สิงหาคม เวลา 09.00-16.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 2  และบริเวณด้านหน้าสำนักงานคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรปราการ  เพื่อบริการจัดหางานให้ผู้ถูกเลิกจ้าง ในรูปแบบศูนย์บริการเบ็ดเสร็จขึ้น  โดยมีสถานประกอบการรับสมัครงานกว่า 30 บริษัท มีตำแหน่งงาน 1,000 อัตรา  เช่น เย็บจักรอุตสาหกรรม พนักงานฝ่ายผลิต พนักงานพีซีประจำห้าง  พนักงานจัดซื้อ ดีไซเนอร์ ช่างซ่อมบำรุง พนักงานแผนกฟินิชชิ่ง พนักงานคิวซี  พนักงานเย็บ ช่างไฟฟ้า พนักงานบริการ พนักงานประจำร้าน ผู้จัดการร้านค้า  เจ้าหน้าที่ประสานงานขาย เป็นต้น พร้อมทั้งให้บริการขึ้นทะเบียนกรณีว่างงาน  แนะแนวอาชีพเพื่อประกอบอาชีพอิสระ และยังมีรถโมบายยูนิต  ให้บริการหาตำแหน่งงานว่างได้ทั่วประเทศอีกด้วย</p>
<p>ตีกลับแผนชะลอส่งเงินสมทบนายจ้าง</p>
<p>ขณะ เดียวกัน คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด)  สปส.ได้ประชุมเพื่อพิจารณาวาระด่วนการชะลอจ่ายเงินสมทบให้นายจ้างออกไป 4  เดือน ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระนายจ้างและสถานประกอบการที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจ  โดยมีนายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานบอร์ด สปส.  เป็นประธาน โดยใช้เวลาในการประชุม 4 ชั่วโมง ภายหลังการประชุม</p>
<p>นาย สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ เลขาธิการ สปส.ในฐานะเลขานุการที่ประชุม กล่าวว่า  บอร์ด สปส.สั่งให้  สปส.กลับไปทบทวนวาระดังกล่าวเพื่อให้เกิดความรอบคอบและให้ทำหนังสือสอบถามไป ยังสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยก่อนว่า  มีสถานประกอบการประเภทใดกี่แห่งที่ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าเงินบาท  จากนั้นค่อยนำผลที่ได้มาพิจารณาดำเนินการอย่างอื่นต่อไป</p>
<p>นายชัยสิทธิ์  สุขสมบูรณ์ บอร์ด สปส.ฝ่ายลูกจ้าง กล่าวว่า  มาตรการชะลอการส่งเงินสมทบเป็นเวลา 4 เดือนนี้  ที่ประชุมได้มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง  ซึ่งบอร์ดฝ่ายลูกจ้างต่างก็คัดค้านเพราะไม่ต้องการให้เอะอะอะไรก็มาให้  สปส.ช่วยเหลือโดยไม่ดูว่านายจ้างเดือดร้อนจริงหรือไม่  หรือมีกี่รายที่กำลังประสบปัญหา ประกอบกับที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการ 6  ข้อเพื่อช่วยเหลือสถานประกอบการไปแล้ว จึงควรรอดูผลที่จะตามมา  การช่วยเหลือของ สปส.จึงเป็นทางเลือกสุดท้ายมากกว่า  ซึ่งเรื่องนี้บอร์ดฝ่ายนายจ้าง  ก็ยังเห็นตรงกันว่าควรจะพิจารณาปัญหาของสถานประกอบการเป็นรายๆ  ซึ่งยังมีมาตรการอื่นที่รัฐสามารถช่วยเหลือได้อีกมาก ไม่ใช่คิดเอาจาก  สปส.อย่างเดียว ขณะนี้กำลังสำรวจว่ามีนายจ้างกี่รายที่เดือดร้อน</p>
<p><span style="font-size: small;"> </span></p>
<p><a href="http://www.komchadluek.net/" target="_blank">ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/151254/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บริษัทซันโยประกาศปิดโรงงาน</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/541215</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/541215#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Dec 2011 01:42:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=1942</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;ซันโย&#8221; ประกาศปิดโรงงานในนิคมโรจนะอยุธยา ปลดคนงาน-พร้อมจ่ายชดเชย หลังกระทบหนักจากน้ำท่วม วันที่ 9 ธ.ค.54 นายเทซสีโซะ ยามาคาวา ประธาน บริษัท ซันโย เซมิคอนดักเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศว่า เหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทซันโย เซมิคอนดักเตอร์(ประเทศไทย)จำกัด เป็นอย่างมาก เนื่องจากเครื่องจักร และตัวโรงงานถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ทำให้การซ่อมแซมและกู้โรงงานขึ้น ใหม่มีภาวะต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงมาก การที่บริษัทไม่สามารถประกอบกิจการได้เป็นเวลานานส่งผลกระทบทำให้ห่วงโซ่อุป ทานทั่วโลกของกลุ่มบริษัท ออน เซมิคอนดักเตอร์ เกิดภาวะชะงักงันครั้งไหญ่ บริษัทซันโยเซมิคอนดักเตอร์ ออกประกาศที่ 12-003/2554 ลงนามโดย นายเทซสีโซะ ยามาคาวา ประธานบริษัท แจ้งว่า การจ้างงานพนักงานส่วนใหญ่จะสิ้นสุดลงวันที่ 25 ธ.ค.นี้ และยังจำเป็นต้องจ้างพนักงานจำนวนหนึ่งต่อไปเพื่อกู้ซากเครื่องจักร &#8230; <a href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/541215">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8220;ซันโย&#8221; ประกาศปิดโรงงานในนิคมโรจนะอยุธยา ปลดคนงาน-พร้อมจ่ายชดเชย หลังกระทบหนักจากน้ำท่วม </strong>วันที่ 9 ธ.ค.54 นายเทซสีโซะ ยามาคาวา ประธาน บริษัท ซันโย เซมิคอนดักเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศว่า เหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทซันโย เซมิคอนดักเตอร์(ประเทศไทย)จำกัด เป็นอย่างมาก เนื่องจากเครื่องจักร และตัวโรงงานถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ทำให้การซ่อมแซมและกู้โรงงานขึ้น ใหม่มีภาวะต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงมาก  การที่บริษัทไม่สามารถประกอบกิจการได้เป็นเวลานานส่งผลกระทบทำให้ห่วงโซ่อุป ทานทั่วโลกของกลุ่มบริษัท ออน เซมิคอนดักเตอร์ เกิดภาวะชะงักงันครั้งไหญ่<span id="more-1942"></span></p>
<p><strong>บริษัทซันโยเซมิคอนดักเตอร์ ออกประกาศที่ 12-003/2554 ลงนามโดย นายเทซสีโซะ ยามาคาวา ประธานบริษัท แจ้งว่า</strong></p>
<p>การจ้างงานพนักงานส่วนใหญ่จะสิ้นสุดลงวันที่ 25 ธ.ค.นี้ และยังจำเป็นต้องจ้างพนักงานจำนวนหนึ่งต่อไปเพื่อกู้ซากเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ อีกทั้งทำความสะอาดโรงงาน และดำเนินการเพื่อการหยุดผลิตโดยถาวรต่อไป</p>
<p>โดยอุทกภัยที่เกิดขึ้น ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทซันโย เซมิคอนดักเตอร์(ประเทศไทย)จำกัด เป็นอย่างมาก เนื่องจากเครื่องจักร และตัวโรงงานถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ทำให้การซ่อมแซมและกู้โรงงานขึ้นใหม่มีภาวะต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงมาก การที่บริษัทไม่สามารถประกอบกิจการได้เป็นเวลานานส่งผลกระทบทำให้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกของกลุ่มบริษัทออน เซมิคอนดักเตอร์ เกิดภาวะชะงักงันครั้งไหญ่</p>
<p>จากเหตุดังกล่าว จึงเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ต้องแจ้งให้พนักงานทุกคนทราบว่าบริษัทจะไม่ประกอบกิจการในประเทศไทยอีกต่อไป</p>
<p>ทั้งนี้จากการปิดกิจการดังกล่าว ส่งผลให้พนักงานกว่า 2,000 คนต้องตกงาน ซึ่งบริษัทได้จ่ายค่าแรงให้กับพนักงานรายวัน 600 คน ที่มีอายุงาน 3-6 ปี จ่าย 10 เดือน ส่วนอายุงานมากกว่า 10 ปี จ่าย 14 เดือน</p>
<p><a href="http://www.komchadluek.net/detail/20111209/117250/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1!%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2.html">คมชัดลึก</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/541215/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Occupy Global</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/occupy-global</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/occupy-global#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Oct 2011 01:34:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=1917</guid>
		<description><![CDATA[http://apacnews.net/news/?p=11358   หลายทวีปตั้งแต่เอเชียจดยุโรปร่วมต่อต้านกลายเป็น Occupy Global ประชาชนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ร่วมเดินขบวนประท้วงธุรกิจการเงินในย่านวอลล์สตรีท ร่วมกับประชาชนในหลายพื้นที่ของโลกทั้งยุโรป อิตาลีมาแรงรวมตัวกันกลายเป็น Occupy Global คณะผู้จัดเปิดเผยว่า มีแผนการจัดการประท้วงขึ้นพร้อมกันวันที่ 15 ต.ค. ใน 951 เมือง 82 ประเทศ นับตั้งแต่ยุโรป อเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา เอเชียและแอฟริกา เป็นการแสดงพลังของขบวนการที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่จัตุรัสกลางกรุงมาดริด ประเทศสเปน ซึ่งจุดกระแสการประท้วงเดียวกันนี้ไปทั่วโลก ส่วนใหญ่จะใช้ชื่อตามการประท้วงซึ่งจัดขึ้นที่นครนิวยอร์ก ที่เรียกว่าOccupy Wall Street คณะผู้จัดงานเรียกตนเองว่ากลุ่ม “15 October” กล่าวในเว็บไซต์ว่า จุดประสงค์ของการประท้วงครั้งนี้ เพื่อต้องการริเริ่มให้มีการเปลี่ยนแปลงระดับโลกอย่างที่พวกเขาต้องการ เพื่อส่งเสียงไปยังนักการเมือง ผู้ทรงอิทธิพลทางการเงิน &#8230; <a href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/occupy-global">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>http://apacnews.net/news/?p=11358   หลายทวีปตั้งแต่เอเชียจดยุโรปร่วมต่อต้านกลายเป็น Occupy Global <img class="alignright" src="http://apacnews.net/news/wp-content/uploads/2011/10/Occupy558Front-595x419.jpg?1318987683230" alt="" width="357" height="251" /> ประชาชนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก  ร่วมเดินขบวนประท้วงธุรกิจการเงินในย่านวอลล์สตรีท  ร่วมกับประชาชนในหลายพื้นที่ของโลกทั้งยุโรป อิตาลีมาแรงรวมตัวกันกลายเป็น  Occupy Global</p>
<div id="content_div-11358">
<p>คณะผู้จัดเปิดเผยว่า มีแผนการจัดการประท้วงขึ้นพร้อมกันวันที่ 15 ต.ค.  ใน 951 เมือง 82 ประเทศ นับตั้งแต่ยุโรป อเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา  เอเชียและแอฟริกา เป็นการแสดงพลังของขบวนการที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 15  พฤษภาคมที่จัตุรัสกลางกรุงมาดริด ประเทศสเปน  ซึ่งจุดกระแสการประท้วงเดียวกันนี้ไปทั่วโลก  ส่วนใหญ่จะใช้ชื่อตามการประท้วงซึ่งจัดขึ้นที่นครนิวยอร์ก  ที่เรียกว่าOccupy Wall Street<span id="more-1917"></span></p>
<p>คณะผู้จัดงานเรียกตนเองว่ากลุ่ม “15 October” กล่าวในเว็บไซต์ว่า  จุดประสงค์ของการประท้วงครั้งนี้  เพื่อต้องการริเริ่มให้มีการเปลี่ยนแปลงระดับโลกอย่างที่พวกเขาต้องการ  เพื่อส่งเสียงไปยังนักการเมือง ผู้ทรงอิทธิพลทางการเงิน  ว่าทุกสิ่งควรขึ้นอยู่กับประชาชน และประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจอนาคตของตนเอง</p>
<p>ที่ฮ่องกง มีรายงานประชาชนประมาณ 500  คนมารวมตัวกันที่ใจกลางย่านการเงินของฮ่องกง  เพื่อแสดงความโกรธแค้นต่อความไม่เท่าเทียมและระบอบทุนนิยมตลาดเสรีมากเกิน ไป  ส่วนที่กรุงโตเกียว  มีการชุมนุมแสดงความโกรธเคืองต่ออุบัติเหตุนิวเคลียร์โรงไฟฟ้าฟูกุชิมะ</p>
<p>ผู้ประท้วงในฮ่องกงที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม“ซ้าย21” กล่าวว่า  ฮ่องกงเป็นฐานให้กับสถาบันการเงินข้ามชาติ   นักทุนนิยมและชนชั้นสูงจำนวนมากที่ผูกขาดความมั่งคั่ง  แต่ขณะเดียวกันยังมีประชาชนหลายพันคนที่มีรายได้น้อย  ต้องอาศัยอยู่ในสถานที่คับแคบในสภาพจำยอม  เพราะราคาที่อยู่อาศัยพุ่งสูงอันเนื่องมาจากการเก็งกำไรของนักพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ผู้มั่งคั่ง</p>
<p>ที่กรุงไทเปเมืองหลวงของไต้หวันมีกลุ่มผุ้ชุมนุมกว่า 1,500 คน  ออกมาร่วมประท้วงโดยผ่านช่องทางเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “Occupy Taipei”  บริเวณหน้าอาคาร ไทเป 101 ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในไต้หวัน  หลายฝ่ายเชื่อว่าอาจเกิดจากปัญหาช่องว่างระหว่างชนชั้นที่ร้ายแรงที่สุดใน ประวัติศาสตร์  และกลุ่มชนชั้นกลางเริ่มตั้งคำถามว่าระบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันยุติธรรมดี แล้วหรือไม่</p>
<p>ที่นครซิดนีย์ออสเตรเลียมีรายงานผู้เดินประท้วงกว่า 2,000 คน  รวมถึงชาวพื้นเมืองเผ่าอะบอริจิน และอีกประมาณ 600  คนตั้งค่ายพักแรมอยู่ที่ด้านนอกธนาคารกลางออสเตรเลีย   ประเด็นการประท้วงมีตั้งแต่ การมีอิทธิพลของบริษัทขนาดใหญ่ต่อการเมือง   การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก  ปัญหาผู้อพยพ และชาวพื้นเมืองเผ่าอะบอริจิน  ประชาชนอีกราว 1,000 คน ร่วมชุมนุมในเมืองเมลเบิร์น</p>
<p>นอกจากนั้น ยังมีรายงานการเดินขบวนกลุ่มย่อยๆในหลายเมืองของนิวซีแลนด์ อาทิ กรุงเวลลิงตัน โอ๊คแลนด์ และไครสต์เชิร์ช</p>
<p>ที่กรุงโซล เกาหลีใต้  มีกลุ่มนักเคลื่อนไหวประกอบด้วยสมาชิกประมาณ 70  คน  ชุมนุมท่ามกลางสายฝนอยู่ที่ด้านนอกสำนักงานใหญ่ของสำนักควบคุมดูแลการเงิน ของรัฐบาล  ผู้ประท้วงชูแผ่นป้ายและร้องตะโกนให้ยึดย่านการเงินสำคัญในกรุงโซลที่สร้าง ความไม่เป็นธรรมในสังคม แต่การประท้วงเป็นไปอย่างสงบ  โดยมีตำรวจปราบจลาจลยืนคุมสถานการณ์กันผู้ประท้วงให้ออกห่างจากอาคาร</p>
<p>การชุมนุมขนาดใหญ่จะเกิดขึ้นในวันถัดไปตามเมืองใหญ่ๆอาทิ มาดริด ลอนดอน โรม และเอเธนส์</p>
<p><strong>Wall Street protests go global</strong></p>
<p><a rel="external nofollow" href="http://news.yahoo.com/protesters-rally-worldwide-against-greedy-rich-040550468.html">http://news.yahoo.com/protesters-rally-worldwide-against-greedy-rich-040550468.html</a></p>
<p>Police fire tear gas as protesters riot inRome</p>
<p><a rel="external nofollow" href="http://news.yahoo.com/police-fire-tear-gas-protesters-riot-rome-153335569.html">http://news.yahoo.com/police-fire-tear-gas-protesters-riot-rome-153335569.html</a></p>
<p><strong>อ่านข่าวก่อนหน้านี้</strong><strong> </strong></p>
<p>รายงานข่าวจากนิวยอร์กเมื่อวันที่ 14  ตุลาคมเปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมกลุ่มประท้วงที่เรียกตัวเอง ว่า”ขบวนการยึดครองวอลสตรีท”รวม 14 คน  หลังจากเลื่อนสลายการชุมชนที่ZuccottiParkใกล้ถนนสายการเงินของสหรัฐ</p>
<p>พอล บราวน์  โฆษกตำรวจแถลงว่าผู้ถูกจับกุมส่วนใหญ่จะเป็นคนที่นั่งหรือยืนอยู่บนถนน  ตลอดจนคนที่โยนถังขยะและขว้างปาขวด  และยังมีอีกรายที่ถูกจับกุมเพราะเข้าไปทุบรถสกู้ตเตอร์ของตำรวจ</p>
<p>การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณที่ชุมนุมระหว่าง Broadway และExchange  Placeในโลเวอร์ แมนฮันตัน  โดยกระทำหลังจากที่เลื่อนสลายการชุมนุมบริเวณสวนสาธารณะซัคค็อตติ   ทั้งนี้ตำวจต้องเผชิญผู้ประท้วงจำนวนมาก  โดยหวังจะเข้าไปรื้อเต๊นท์และถุงนอนของกลุ่มประท้วงออกจากสวนสาธารณะ</p>
<p>ขณะเดียวกันได้มีบุคคล 5  คนเตรียมยื่นฟ้องตำรวจและนครนิวยอร์กในข้อหาละเมิดสิทธิของกลุ่มประท้วงตาม รัฐธรรมนูญ หลังจากที่มีผู้ถูกจับกุมประมาณ 700 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1  ตุลาคม หลังจากกลุ่มประท้วงเดินไปยังสะพานบรู้คกลิน  ผู้ที่จะถูกฟ้องคือนายไมเคิล บลูมเบิร์ก นายกเทศมนตรีและนายเรย์มอนด์ เคลลี  หัวหน้าตำรวจนิวยอร์ก</p>
<p>ทั้งนี้บุคคล 5  คนดังกล่าวได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐบาลกลางแมนฮัตตันไปแล้วเมื่อวันที่ 4  ตุลาคม  โดยระบุว่าตำรวจได้วางกับดักให้กลุ่มได้เดินไปยังสะพานจากนั้นก็ปิดล้อมและ จับกุม</p>
<p>วันที่ 14  ตุลาคมเช่นกันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมกลุ่มประท้วงที่เดนเวอร์รวม 23 คน  ส่วนใหญ่ในข้อหาปฏิบัติผิดกฎหมายในที่ดินของสาธารณะ  บางคนถูกจับเพราะเดินเจย์วอล์คบนถนน</p>
<p><strong>อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม </strong><strong>2 dozen Wall Street</strong><strong> protesters arrested in </strong><strong>Denver</strong><strong> </strong></p>
<p><a rel="external nofollow" href="http://news.yahoo.com/2-dozen-wall-street-protesters-arrested-denver-152209291.html">http://news.yahoo.com/2-dozen-wall-street-protesters-arrested-denver-152209291.html</a></p>
<p><strong>ชมวิดีโอจากนิวยอร์ก</strong><strong> </strong></p>
<p><a rel="external nofollow" href="http://news.yahoo.com/video/newyorkcbs2-15751042/violence-arrests-around-occupy-wall-street-26955233.html#crsl=%252Fvideo%252Fnewyorkcbs2-15751042%252Fviolence-arrests-around-occupy-wall-street-26955233.html">http://news.yahoo.com/video/newyorkcbs2-15751042/violence-arrests-around-occupy-wall-street-26955233.html#crsl=%252Fvideo%252Fnewyorkcbs2-15751042%252Fviolence-arrests-around-occupy-wall-street-26955233.html</a></p>
<h2>สไลด์เหตุผลที่ผู้ชุมนุม “ยึดครองวอลล์สตรีท” โกรธเคืองเรื่องอะไร?</h2>
<h3 style="text-align: left;"><span style="color: #ff0000;"><a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/Why-Occupy-Wall-Street-Protesters-are-Upset.pdf">Why Occupy Wall Street Protesters are Upset</a> : Presentation Transcript</span></h3>
<p style="text-align: left;">1. ผู้ชุมนุม “ยึดครองวอลล์สตรีท” โกรธเคืองเรื่องอะไร?  สฤณี อาชวานันทกุล คอลัมน์ Info * Graphic * Fun ตอนที่ 2เผยแพร่ครังแรกบนเว็บไซต์ ไทยพับลิก้า www.thaipublica.org   20 ตุลาคม 2011 งานนี้เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบ Attribution Non-commercial Share Alike (by-nc-sa)  โดยผู้สร้างอนุญาตให้ทำซำ แจกจ่าย แสดง และสร้างงานดัดแปลงจากส่วนใดส่วนหนึ่งของงานนี้ได้โดยเสรี แต่เฉพาะใน  กรณีที่ให้เครดิตผู้สร้าง ไม่นำไปใช้ในทางการค้า และเผยแพร่งานดัดแปลงภายใต้สัญญาอนุญาตแบบเดียวกันนี้เท่านั้น</p>
<p style="text-align: left;">2. การประท้วงภาคการเงินอเมริกน ภายใต้ชื่อ“Occupy WallStreet” เริ่มวันที่ 17 กันยายน 2554 ภายใต้การนำของกลุ่ม “กวนวัฒนธรรม” (culture jamming)สนับสนุนโดยAnonymous กลุ่มแฮคเกอร์ชื่อดัง</p>
<p style="text-align: left;">3. จากจุดเริ่มต้น การชุมนุมยืดเยื้อและขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ในวันที่ 15 ตุลาคม 2011 “วันเปลี่ยนแปลงแห่งโลก” มีการชุมนุมประท้วงใน เมือง 951 แห่ง 82 ประเทศทั่วโลก… …พวกเขาโกรธ เรื่องอะไร? สไลด์ ของ Business Insider สรุปได้ดี ผู้เขียนจึงแปลและที่ มา: http://occupywallst.org/ เรียบเรียงมาเล่า</p>
<p style="text-align: left;">4. เริ่มจากเรื่องที่เห็นชัด: สามปี หลังวิกฤติการเงินปี2008 อัตราการว่างงานในอเมริกายังอยูในระดับ สูงสุดหลังเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงในทศวรรษ 1930 ไม่นับชวงสนๆ ต้นทศวรรษ 1980</p>
<p style="text-align: left;">5. ในเมืองานหายาก ผู้ใหญ่จำนวนมากจึงเลิกหา ส่งผลให้ “อัตราการมีสวนร่วมในระบบแรงงาน”(participation ratio) ลดลงอย่างฮวบฮาบ</p>
<p style="text-align: left;">6. อีกทั้งลักษณะของการว่างงานทุกวันนี้ก็ไม่ใชว่า ว่างงานอย่างกะทันหัน: สัดส่วนผู้ว่างงานที่ไม่ทำงานมานานกว่า 6 เดือน สูงเป็นประวัตการณ์</p>
<p style="text-align: left;">7. ไม่ได้มีแต่คนงานก่อสร้างเท่านั้นที่หางานไม่ได้ จำนวนสปดาห์ที่มีคนว่างงานมากที่สุดก็สงเป็นประวัตการณ์ คือสูงกว่า 20 สปดาห์ (5 เดือน) สะท้อนว่าชนชั้นกลางก็ลำบากมาก</p>
<p style="text-align: left;">8. อัตราการว่างงาน 9% ที่พูดถึงนันเท่ากับคน อเมริกน 14 ล้านคน &#8211; คนทีอยากทำงานแต่หางานไม่ได้</p>
<p style="text-align: left;">9. ตัวเลขที่กล่าวไปนั้นรวมเฉพาะคนที่เข้าข่ายนิยามทางการของ “คนว่างงาน” ถ้าเรารวมคนที่ทำงานพาร์ตไทม์แต่อยากทำงานประจำ และคนที่เลิกหางานมาพักใหญ่ อัตราว่างงานคือ 17%</p>
<p style="text-align: left;">10. พูดอีกอย่างคือ จำนวนชาวอเมริกนที่มีงานทำอยู่ ในระดับตำสุดนับจากต้นทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา (และทีบมก่อนหน้านันมาจากการที่สตรีเข้าสู่ ระบบแรงงาน จากทีเคยเป็นแต่แม่บ้าน)</p>
<p style="text-align: left;">11. ทั้งหมดนั้นคือสถานการณ์แรงงาน ดูไม่จืดเลย</p>
<p style="text-align: left;">12. ทีนี้ เราลองมาดูอกด้านหนึ่งของประเด็นนี้บ้าง ดูฝั่ งชาวอเมริกันที่ชวตไม่เคยสุขสันต์เท่านี้มาก่อนนั่นคือ บรรดาเจ้าของทุน</p>
<p style="text-align: left;">13. กำไรบริษัทต่างๆ พุงสูงทำลายสถิตอีกครั้งหนึ่งในปี 2010</p>
<p style="text-align: left;">14. กำไรบริษัท (corporate profits ย่อว่า CP) คิดเป็นสัดส่วนของเศรษฐกิจทังระบบ (GDP) อยูในระดับสูงสุดตังแต่ทศวรรษ 1950 เป็นต้นมายกเว้นช่วงสั้นๆ ปี 2007 ก่อนเกิดวิกฤติการเงิน</p>
<p style="text-align: left;">15. ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (ซอโอ) ได้ค่าตอบแทนมากกว่าพนักงานทั่วไปถึง 350 เท่าเพิ่มจาก 50 เท่าระหว่างปี 1960-1985</p>
<p style="text-align: left;">16. ตังแต่ปี 1990 ค่าตอบแทนซอโอเพิม 300% ขณะที่กำไรบริษัทสูงขึ้นสองเท่า ค่าตอบแทน“พนักงานฝ่ายผลิต” เพิ่มขึ้น 4% และค่าแรงขั้นตำลดลง (ตัวเลขทังหมดปรับตามเงินเฟ้อแล้ว)</p>
<p style="text-align: left;">17. ค่าจ้างรายชั่วโมงเฉลี่ยหลังปรับตามเงินเฟ้อแล้วไม่เพิ่มขึ้นเลยในรอบ 50 ปี ระหว่าง 1964-2008</p>
<p style="text-align: left;">18. พูดสั้นๆ คือ&#8230; ขณะที่ซอโอและผู้ถือหุ้นได้เงินเป็นกอบเป็นกำ ค่าจ้างคิดเป็นสดสวนของจีดีพีกลับตกตำเป็นประวัติการณ์</p>
<p style="text-align: left;">19. พูดอีกอย่างคือ ในการต่อสูระหว่าง “แรงงาน”กับ “ทุน” ทุนเป็นฝ่ายชนะขาดลอย (ชายในภาพนี้ยังชีพไปวันๆ ในเมืองเลควูด ห่างจากวอลล์ สตรีทไปประมาณ 100 ไมล์ เขาคงเป็น“แรงงาน” ถ้าไม่ตกงานและหางานใหม่ไม่ได้</p>
<p style="text-align: left;">20. แน่นอน ชวตสุดยอดไปเลยถ้าคุณอยูในกลุ่มผู้รายได้สูงสุด 1% ของชาวอเมริกนทั้งหมดสัดส่วนรายได้ก่อนหักภาษี ของคุณต่อรายได้ทั้ง ประเทศตอนนี้สูงสุดนับตังแต่ทศวรรษ 1920 เป็นต้นมา สูงเกือบ 2 เท่าของค่าเฉลี่ยระยะยาว!</p>
<p style="text-align: left;">21. และเศรษฐี 0.1% ที่รวยที่สุดในอเมริกาเมื่อเทียบกับคนอื่นก็รวยกว่าเศรษฐี 0.1% ในประเทศพัฒนาแล้วประเทศอื่นๆ</p>
<p style="text-align: left;">22. อันที่จริง ความเหลือม ล้ำทางรายได้ของ อเมริกาถ่างกว้างเสียจนตอนนี้อยูอันดับที่ 93 ใน</p>
<p style="text-align: left;">โลกในมาตรวัด “ความเท่าเทียมทางรายได้”จีนอยู่อันดับสูงกว่าอเมริกา อินเดียกับอิหร่านก็สูงกว่า</p>
<p style="text-align: left;">23. คงมีน้อยคนที่มีปัญหากับความเหลือมล้ำทาง รายได้ถ้าหาก “ความฝันแบบอเมริกัน” ยังดีอยู่ คือถ้าคนขวนขวายเข้าสู่ 1% นันได้ แต่ความจริงคือโอกาสขยับฐานะในอเมริกาก็อยู่จุดต่ำสุด้วย</p>
<div id="content_div-11358" style="text-align: left;">24. ทั้งหมดนี้แปลว่าอะไรในแง่ของฐานะ? มัน แปลว่าชาวอเมริกนที่รวยสุด 1% เป็นเจ้าของ ทรัพย์สินทางการเงิน 42% ของทั้งประเทศ และ คนที่รวยสุด 5% เป็นเจ้าของถึง 70%</div>
<div style="text-align: left;">25. ทรัพย์สินทุกประเภทประมาณ 60% ของทั้งประเทศอยู่ในมือคนที่รวยที่สด 5% (ภาพซาย)</div>
<div style="text-align: left;">26. จำปัญหาหนี้มหาศาลของอเมริกาได้ไหม ที่ชาวอเมริกันนับร้อยล้านคนเป็นหนี้ท่วมหัว? คนที่รวยสุด 1% ไม่มีปัญหานั้น พวกเขาเป็นเจ้าของหนี้แค่ 5% ของหนี้ทั้งประเทศ</div>
<p style="text-align: left;">27.  ทีนี้มาดูภาษี &#8230;นี่เป็นยุคที่คนรวยควรหาเงินให้เยอะๆ ในอเมริกา เพราะอัตราภาษี ที่พวกเขาต้องจ่ายอยู่ใกล้จุดต่ำสุดในประวัตศาสตร์</p>
<p style="text-align: left;">28. สัดส่วนภาษี ทั้งหมดต่อรายได้ของคนรวยสุด 1% ต่ำกว่าคนที่รวยรองลงมา 9% &#8211; และไม่สูงไปกว่าคนกลุ่มรายได้อื่นๆ เท่าไรนัก</p>
<p style="text-align: left;">29. เศรษฐีที่รวยที่สดในอเมริกามักชี้ว่าพวกเขาจ่ายภาษี มากกว่าคนอื่นๆ ซึ้งก็จริง – คนรวยสุด 20% จ่ายภาษี 64% ของภาษี ทั้งหมด (กราฟล่าง) แต่ นั่นเป็นเพราะพวกเขามีรายได้มากกว่าคนอื่นด้วย(กราฟบน – 59%)</p>
<p style="text-align: left;">30. ทีนี้เราก็มาถึงประเภทของบริษัทอเมริกันที่ถูกประณามมากที่สุด และก็สมควรถูกประณามด้วยนั่นคือ ธนาคารทั้งหลาย โจรชื่อดัง วิลลี่ ซตตัน เคยอธิบายว่าเขาปล้นธนาคารเพราะ “เงินอยู่ที่นั่น” นายคนนี้รู้ดีว่าเขาพูดถึงอะไร</p>
<p style="text-align: left;">31.  จำได้ไหมตอนที่รัฐบาลอเมริกันเข้าไปอุ้มธนาคาร? แล้วจำได้ไหมว่ารัฐบาลบอกว่าต้องเอาเงินภาษี ไปอุ้มเพราะอะไร? พวกเขาบอกว่าเราต้องอุ้มธนาคารไม่ให้ล้ม ธนาคารจะได้ปล่อยกู้ให้กับธุรกิจอเมริกันต่อไป ถ้าพวกเขาปล่อยกู้ไม่ได้ สั่งคมจะล่มสลาย&#8230;.</p>
<p style="text-align: left;">32. โอเค พออุ้มแล้วธนาคารปล่อยกู้หรือเปล่า? เปล่าเลย ยอดสินเชื่อธนาคารตกลงอย่างฮวบฮาบ และจนถึงวันนี้ก็ยังไม่คนสูระดับก่อนวิกฤติ</p>
<p style="text-align: left;">33.  แล้วธนาคารทำอะไรตั้งแต่ปี 2007 ถ้าไม่ปล่อยกู้ให้กับธุรกิจอเมริกัน ? ปล่อยกู้ให้กับรัฐบาลอเมริกันน่ะส! ด้วยการซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่ ปลอดความเสี่ยง และหลักทรัพย์ที่รัฐค่ำประกัน</p>
<p style="text-align: left;">34. ที่น่าทึ่งคือ ธนาคารมีรายได้ ดอกเบี้ยจากเงินที่ พวกเขา ไม่ได้ปล่อยกู้ด้วย – จาก “ทุนสำรอง ส่วนเกิน” ที่ฝากไว้กับธนาคารกลาง ย้อนไปตอน เกิดวิกฤติการเงิน ธนาคารกลางตัดสนใจชวยอุ้มธนาคารพาณิชย์ด้วยการจ่ายดอกเบี้ยให้กับเงินส่วนนี้ที่ไม่ได้ปล่อยกู้ ธนาคารก็กินดอกเบี้ยนี้ต่อไปอย่างสุขสบาย (การเป็นธนาคารนี้มันสุดยอดจริงๆ)</p>
<p style="text-align: left;">35. แน่นอน ระหว่างนั้นธนาคารต่างๆ ก็กู้เงินได้ฟรีๆ เพราะธนาคารกลางหั่นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจน เกือบศูนย์ ธนาคารก็หนีดอกเบี้ยเงินฝากตามจนเกือบศูนย์ พวกเขาจะได้โกยเงินทั้งหมดที่ต้องการได้  – โดยแทบไม่มีต้นทุนอะไรเลย!</p>
<p style="text-align: left;">36. ถ้าคุณกู้เงินได้โดยแทบไม่เสียดอกเบี้ย และเอาเงินนั้นไปให้รัฐบาลกู้ปลอดความเสี่ยงโดยได้ ดอกเบี้ยสองสามเปอร์เซนต์ ก็เท่ากับว่าคุณปั๊มเงินได้เอง และตอนนี้ธนาคารต่างๆ ก็กำลังทำอย่างนั้น สถาบัน Institutional Risk Analytics ชี้ว่าธนาคารอเมริกันมีกำไร “ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ” (net interest margin) ถึง 211,000 ล้านเหรียญสหรัฐในครึ่งปี แรก 2011 …สุดยอด!</p>
<p style="text-align: left;">37. และเจ้ากำไรส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธินั้นก็ช่วยให้ธนาคารพาณิชย์ทำกำไรได้ 58,000 ล้านเหรียญสหรัฐในครึ่งปี แรกของปี 2011</p>
<p style="text-align: left;">38. และช่วยทำให้ภาคการเงินอเมริกันทำกำไรสุทธิ เกือบสูงสุดเป็นประวัตการณ์ – ในขณะที่ภาค สวนอื่นๆ ของประเทศดินรนกับอัตราว่างงาน 9%</p>
<p style="text-align: left;">39.    และกำไรสุทธิของภาคการเงินก็กำลังไต่ระดับสู่สถิตใหม่ เมื่อคิดเป็นสัดส่วนต่อกำไรสุทธิของภาคธุรกิจอเมริกาทั้งประเทศ</p>
<p style="text-align: left;">40.  แน่นอนว่าตัวเลขกาไรเหล่านันคือหลังจากที่ ธนาคารจ่ายพนักงานธนาคารของพวกเขาไปแล้ว และตอนนี้งานในภาคการเงินก็ยังเจ๋งอยู่ – พนักงานธนาคารในนิวยอร์คมีเงินเดือนเฉลีย่ 361,330 เหรียญสหรัฐในปี 2010 ไม่เลวเลย!</p>
<p style="text-align: left;">41.  เงินเดือนในภาคการเงินที่ว่านั้นสูงกว่าเงินเดือนเฉลี่ยในภาคธุรกิจทังอเมริกาโดยรวม 6 เท่า (ซึ่งตัวเลขหลังนี้ ที่จริงก็ต่ำกว่าเงินเดือนเฉลี่ยใน ภาครัฐ แต่นั่นเป็ นอีกประเด็นหนึ่ง)</p>
<p style="text-align: left;">42.  ดั่งนั้นนายธนาคารจึงไม่เดือดร้อนอะไรเลยจริงๆ</p>
<p style="text-align: left;">43.  สุดท้าย เราจะย้อนมาดูภาพ “นาทีทอง” อีกที –เหตุผลใหญ่ที่ผู้ชุมนุมประท้วงภาคการเงินโกรธมาก นั่นคือเรื่องของค่าจ้าง ตอนนี้สัดส่วนค่าจ้าง ต่อจีดีพีต่ำสุดเป็นประวัติการณ์</p>
<p style="text-align: left;">44.  ทีนี้คุณก็รู้แล้วว่าผู้ชุมนุมประท้วงโกรธเรื่องอะไร!</p>
<p style="text-align: left;">45.  สไลด์ชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของคอลัมน์  Info * Graphic * Fun บนเว็บไซต์ไทยพับลิก้าแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ “CHARTS: HeresWhat The Wall Street Protesters Are So Angry About&#8230;” เว็บไซต์ Business Insider http://www.businessinsider.com/what-wall-street-protesters-are-so-angry-about-2011-10</p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/occupy-global/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

