<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย</title>
	<atom:link href="http://retailthai.com/index.php/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://retailthai.com</link>
	<description>คุ้มครองผู้บริโภค ต้านการค้าที่ไม่เป็นธรรม สงวนอาชีพของคนไทย</description>
	<lastBuildDate>Mon, 08 Mar 2010 15:26:22 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>สมาคมร่วมลงนามถวายพระพร</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/050353</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/050353#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Mar 2010 15:26:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=1005</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2553 สมาชิกและกรรมการสมาคมฯ จากหลายจังหวัด ได้เดินทางเข้ามาร่วมถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ห้ว ณ. โรงพยาบาลศิริราช  ก่อนเดินทาไปยังโรงพยาบาลศิริราช ก็ได้นัดรวมตัวกันที่ สำนักงานเลขา คณะกรรมาธิการการการพัฒนาการเมืองการสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน  สภาผู้แทนราษฎร์ ซึ่งมี ดร.ไกร์ศักดิ์ ชุนณหะวัณ เป็นประธาน  โดยมีคุณธีราภรณ์ กลางพิมาย ทำหน้าที่เลขานุการประจำคณะ ได้มารับหนังสือและรับฟังเรื่องราวที่เป็นปัญหาของธุรกิจค้าปลีก จากสมาชิกหลายที่ เช่น กัณทรลักษณ์ ศรีษะเกศ  โนนสูง ปากช่อง โคราช บ้านไผ่ เมืองพล หนองสองห้อง กระนวล ขอนแก่น พุทธบาท สระบุรี  พัทยา ชลบุรี ลำนาราย์ ลพบุรี เป็นต้น  
 
 

 
เข้าแถวทำความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเค็จพระเจ้าอยู่ห้ว
 
 

 
ถ่ายรูปหมู่ร่วมกันถึงจะไม่ครบเพราะการจราจรติดขัด มีเท่านี้ก็ถ่ายเท่านี้ครับ
 
 

 
มอบของที่ระลึกจากปากช่อง
 

 
ถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน คุณธีราพรณ์ กลางพิมาย ณ สระน้ำของมูลนิธิพลเอกชาติชายชุนณหะวัน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2553 สมาชิกและกรรมการสมาคมฯ จากหลายจังหวัด ได้เดินทางเข้ามาร่วมถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ห้ว ณ. โรงพยาบาลศิริราช  ก่อนเดินทาไปยังโรงพยาบาลศิริราช ก็ได้นัดรวมตัวกันที่ สำนักงานเลขา <strong>คณะกรรมาธิการการการพัฒนาการเมืองการสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน</strong>  สภาผู้แทนราษฎร์ ซึ่งมี ดร.ไกร์ศักดิ์ ชุนณหะวัณ เป็นประธาน  โดยมีคุณธีราภรณ์ กลางพิมาย ทำหน้าที่เลขานุการประจำคณะ ได้มารับหนังสือและรับฟังเรื่องราวที่เป็นปัญหาของธุรกิจค้าปลีก จากสมาชิกหลายที่ เช่น กัณทรลักษณ์ ศรีษะเกศ  โนนสูง ปากช่อง โคราช บ้านไผ่ เมืองพล หนองสองห้อง กระนวล ขอนแก่น พุทธบาท สระบุรี  พัทยา ชลบุรี ลำนาราย์ ลพบุรี เป็นต้น  <span id="more-1005"></span></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1010" title="100_2292_resize" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/100_2292_resize.jpg" alt="" width="600" height="450" /></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;">เข้าแถวทำความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเค็จพระเจ้าอยู่ห้ว</p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1011" title="100_2301_resize" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/100_2301_resize.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;">ถ่ายรูปหมู่ร่วมกันถึงจะไม่ครบเพราะการจราจรติดขัด มีเท่านี้ก็ถ่ายเท่านี้ครับ<!--more--></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1009" title="100_2284_resize" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/100_2284_resize1.jpg" alt="" width="600" height="450" /></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;">มอบของที่ระลึกจากปากช่อง</p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1008" title="100_2288_resize" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/100_2288_resize.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;">ถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน คุณธีราพรณ์ กลางพิมาย ณ สระน้ำของมูลนิธิพลเอกชาติชายชุนณหะวัน</p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/100_2284_resize.jpg"></a> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/050353/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปิดโลตัสเอกซ์เพรส ซอยวัดวังหิน ศรีราชา จ.ชลบุรี</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/080253</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/080253#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Feb 2010 11:33:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=988</guid>
		<description><![CDATA[ตามที่ ส.ส.ฐนโรจน์  โรจนกุลเสฏฐ์ ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนร้านค้าปลีกดั้งเดิมในซอยชุมชนวัดวังหิน จึงได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าพิจารณา แก้ปัญหาในคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน  ถึง 3 ครั้ง จึงได้ข้อสรุป ผลการพิจารณาสรุปว่า การก่อสร้างโลตัส เอกซ์เพรส ในพื้นที่ดังกล่าวขัดต่อกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2527 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ข้อ 7  เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถเปิดโลตัส เอกซ์เพรสในที่ดังกล่าวได้  http://www.thanarroj.com/index.php?option=com_content&#38;view=article&#38;id=164:2009-06-25-06-37-57&#38;catid=41:portfolio&#38;Itemid=53

ที่สภาผู้แทนราษฎร
ถนนอู่ทองใน เขตดุสิต
กทม. ๑๐๓๐๐
พฤศจิกายน  ๒๕๕๑
เรื่อง   ความเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน
เรียน  ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี
ตามที่ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร   ได้พิจารณาศึกษาผลกระทบเกี่ยวกับนโยบายการอนุญาตให้ประกอบธุรกรรมทางการค้า ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ กรณีของชาวชุมชนซอยวัดวังหินและซอยวัดเขาแตงอ่อนในเขตเทศบาลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี  ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการเบื้องต้นพบว่าการก่อสร้างร้านค้าปลีก Tesco Lotus Express บริเวณ กลางซอยวัดวังหิน ตรงข้ามตลาดนัด ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;"><img class="alignright size-medium wp-image-994" title="Lotus" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/Lotus-300x225.jpg" alt="" width="145" height="109" />ตามที่ ส.ส.ฐนโรจน์  โรจนกุลเสฏฐ์ ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนร้านค้าปลีกดั้งเดิมในซอยชุมชนวัดวังหิน จึงได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าพิจารณา แก้ปัญหาในคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน  ถึง 3 ครั้ง จึงได้ข้อสรุป ผลการพิจารณาสรุปว่า การก่อสร้างโลตัส เอกซ์เพรส ในพื้นที่ดังกล่าวขัดต่อกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2527 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ข้อ 7  เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถเปิดโลตัส เอกซ์เพรสในที่ดังกล่าวได้  http://www.thanarroj.com/index.php?option=com_content&amp;view=article&amp;id=164:2009-06-25-06-37-57&amp;catid=41:portfolio&amp;Itemid=53</p>
<p><span id="more-988"></span></p>
<p style="text-align: right;">ที่สภาผู้แทนราษฎร</p>
<p style="text-align: right;">ถนนอู่ทองใน เขตดุสิต</p>
<p style="text-align: right;">กทม. ๑๐๓๐๐</p>
<p style="text-align: center;">พฤศจิกายน  ๒๕๕๑</p>
<p>เรื่อง   ความเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน</p>
<p>เรียน  ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี</p>
<p>ตามที่ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร   ได้พิจารณาศึกษาผลกระทบเกี่ยวกับนโยบายการอนุญาตให้ประกอบธุรกรรมทางการค้า ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ กรณีของชาวชุมชนซอยวัดวังหินและซอยวัดเขาแตงอ่อนในเขตเทศบาลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี  ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการเบื้องต้นพบว่าการก่อสร้างร้านค้าปลีก Tesco Lotus Express บริเวณ กลางซอยวัดวังหิน ตรงข้ามตลาดนัด ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในกฎกระทรวง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้างอาคาร ดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลงการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท  ในพื้นที่ บางส่วนในท้องที่ตำบลศรีราชา ตำบลสุรศักดิ์ ตำบลหนองขาม ตำบลทุ่งสุขลา และตำบลบึง อำเภอศรีราชา และตำบลบางละมุง ตำบลตะเคียนเตี้ย และตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พ.ศ. ๒๕๔๗  ข้อ ๒ (๒)(ข)  แต่ เนื่องจากจังหวัดชลบุรีและกรมโยธาธิการและผังเมืองได้มีความเห็นเกี่ยวกับ การคิดพื้นที่อาคารที่ก่อสร้างของพื้นที่ต่างกัน ทำให้เกิดปัญหาว่าอาคารหลังดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้บังคับที่ต้องปฏิบัติตาม กฎกระทรวงดังกล่าวหรือไม่ จึงได้มีหนังสือจังหวัดชลบุรีถึงนายอำเภอศรีราชา มีคำสั่งขอให้ระงับการดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการก่อสร้างร้านค้าปลีก Tesco Lotus Express บริเวณกลางซอยวัดวังหิน ตรงข้ามตลาดนัด ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ไว้ก่อนจนกว่าจะได้ข้อสรุปจากคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน นั้น</p>
<p>ในการนี้ คณะกรรมาธิการได้มีการประชุมพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อวันพุธที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นและชี้แจงในประเด็นที่เกี่ยวข้องและหาข้อสรุป  ซึ่ง จากการที่ได้รับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงาน ประกอบกับได้พิจารณาถึงกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องแล้ว คณะกรรมาธิการจึงได้มีความเห็นและข้อเสนอแนะต่อกรณีของเรื่องร้องเรียนดัง กล่าว ดังนี้</p>
<p>๑. การคิดพื้นที่อาคารที่ขออนุญาตก่อสร้าง ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๒๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ข้อ ๗ ความว่า “ในการคิดคำนวณพื้นที่ ให้นำพื้นที่ที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการและอยู่ภายในอาคารนั้นมารวมคำนวณด้วย” เนื่องจากกฎกระทรวงดังกล่าวยังคงมีผลใช้บังคับ แม้ปัจจุบันจะมีกฎกระทรวง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้างอาคาร ดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลงการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลศรีราชา ตำบลสุรศักดิ์ ตำบลหนองขาม ตำบลทุ่งสุขลา และตำบลบึง อำเภอศรีราชา และตำบลบางละมุง ตำบลตะเคียนเตี้ย และตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พ.ศ. ๒๕๔๗  ซึ่งเป็นกฎกระทรวงที่ออกมาบังคับใช้  เพื่อควบคุมการก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งโดยเฉพาะก็ตาม แต่กฎกระทรวงดังกล่าว   ก็ไม่ได้ระบุถึงวิธีการคิดพื้นที่อาคารที่ขออนุญาตก่อสร้างว่าต้องคิดอย่างไร ดังนั้น เมื่อกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๒๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ยังมีผลใช้บังคับ และไม่มีกฎกระทรวงอื่นออกมายกเลิก ประกอบกับกฎกระทรวง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้างอาคาร ดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลงการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ฯ พ.ศ. ๒๕๔๗ ก็ไม่มีบทบัญญัติใดที่กำหนดเรื่องการคิดพื้นที่อาคารไว้  การคิดพื้นที่อาคารจึงต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๒๗) ออกตามความ</p>
<p>ในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ข้อ ๗ ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของจังหวัดชลบุรี ตามหนังสือจังหวัดชลบุรี ด่วนที่สุด ที่ ชบ ๐๐๑๖.๓/๒๑๘๘๐</p>
<p>๒. กรณีการตอบข้อหารือของกรมโยธาธิการและผังเมือง ตามหนังสือกรมโยธาธิการและ ผังเมือง ที่ มท ๐๗๐๖/๖๔๖๙ ลงวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๔๙ ที่ตอบข้อหารือการคิดพื้นที่อาคารพาณิชย์ประเภทค้าปลีกค้าส่ง โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง แจ้งว่า การคิดพื้นที่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลสองคอน ตำบลบ้านป่า ตำบลเตาปูน ตำบลตาลเดี่ยว และตำบลแก่งคอย อำเภอแก่งคอย และตำบลตลิ่งชัน อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี พ.ศ. ๒๕๔๗ จะคิดเฉพาะพื้นที่ที่ใช้ในการจำหน่ายหรือขายสินค้า (Sale Area) เท่านั้น ทั้งนี้ ไม่ว่าพื้นที่ที่ไม่ใช้ในการจำหน่ายสินค้าจะอยู่ในอาคารเดียวกันหรือคนละ อาคารหรือไม่ก็ตาม จะไม่นำมาคิดรวมพื้นที่ ซึ่งการตอบข้อหารือดังกล่าว เป็นเพียงความเห็นของคณะกรรมการควบคุมอาคารเท่านั้น ซึ่งมีสถานะและลำดับศักดิ์ต่ำกว่ากฎหมาย ประกอบกับการตอบข้อหารือดังกล่าวก็ไม่มีการกล่าวอ้างกฎหมาย หรือกฎกระทรวงที่กำหนดให้การคิดพื้นที่อาคารให้เฉพาะพื้นที่ที่ใช้ในการจำหน่ายหรือขายสินค้า (Sale Area) เท่านั้น  ดังนั้น การตอบข้อหารือของกรมโยธาธิการและผังเมืองเกี่ยวกับการคิดพื้นที่อาคารที่คิดเฉพาะ Sale Area ตามกฎกระทรวงฯดังกล่าว จึงไม่สามารนำมากล่าวอ้างและถือปฏิบัติได้</p>
<p>๓. การปฏิบัติหน้าที่ของเทศบาลตำบลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ควรต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่ไว้  การ นำหนังสือการตอบข้อหารือมาถือเป็นแนวปฏิบัตินั้นไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ในเมื่อเรื่องดังกล่าวมีกฎหมายระบุไว้อย่างชัดเจน การปฏิบัติหน้าที่หรือการดำเนินการใด ๆ ก็ควรต้องปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวนั้น</p>
<p style="text-align: center;">จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ</p>
<p style="text-align: center;">แสดงความนับถือ</p>
<p style="text-align: center;">(นายประชา ประสพดี)</p>
<p style="text-align: center;">ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน</p>
<p style="text-align: center;">สำนักกรรมาธิการ ๒</p>
<p>โทร.๐ ๒๒๔๔ ๒๖๐๖-๗</p>
<p>โทรสาร ๐ ๒๒๔๔ ๒๖๐๗</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/080253/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เอฟทีเอ ว็อทช์ ยื่นฟ้องประธานรัฐสภา</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/230153-2</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/230153-2#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 24 Jan 2010 02:34:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=959</guid>
		<description><![CDATA[เอฟทีเอ ว็อทช์ ยื่นฟ้องประธานรัฐสภา และ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ต่อศาลปกครองกลาง ในกรณีที่ไม่รับร่างพระราชบัญญัติการจัดทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ พ.ศ. &#8230;ที่ประชาชนเสนอหมื่นรายชื่อ
(20 ต.ค. 52 / ศาลปกครองกลาง) เมื่อเวลา 10.30 น. โดย : กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน(FTA Watch) นายจักรชัย โฉมทองดี ผู้ประสานงานโครงการพัฒนากระบวนการจัดทำหนังสือสัญญา ซึ่งเป็นโครงการภายใต้การดำเนินงานของกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาค ประชาชน (เอฟทีเอ ว็อทช์) พร้อมด้วย นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี และนายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ได้เดินทางมาที่ศาลปกครองกลาง แจ้งวัฒนะ เพื่อยื่นฟ้อง นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เป็นจำเลยที่ 1 และ นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นจำเลยที่ 2 ต่อศาลปกครองกลางในกรณีที่ไม่รับร่างพระราชบัญญัติการจัดทำหนังสือสัญญา ระหว่างประเทศ พ.ศ&#8230;.ที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 10,378 คนร่วมกันเข้าชื่อเสนอต่อรัฐสภาไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 มีนาคม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอฟทีเอ ว็อทช์ ยื่นฟ้องประธานรัฐสภา และ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร</strong> ต่อศาลปกครองกลาง ในกรณีที่ไม่รับร่างพระราชบัญญัติการจัดทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ พ.ศ. &#8230;ที่ประชาชนเสนอหมื่นรายชื่อ</p>
<p>(20 ต.ค. 52 / ศาลปกครองกลาง) เมื่อเวลา 10.30 น. โดย : กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน(FTA Watch) นายจักรชัย โฉมทองดี ผู้ประสานงานโครงการพัฒนากระบวนการจัดทำหนังสือสัญญา ซึ่งเป็นโครงการภายใต้การดำเนินงานของกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาค ประชาชน (เอฟทีเอ ว็อทช์) พร้อมด้วย นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี และนายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ได้เดินทางมาที่ศาลปกครองกลาง แจ้งวัฒนะ เพื่อยื่นฟ้อง นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เป็นจำเลยที่ 1 และ นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นจำเลยที่ 2 ต่อศาลปกครองกลางในกรณีที่ไม่รับร่างพระราชบัญญัติการจัดทำหนังสือสัญญา ระหว่างประเทศ พ.ศ&#8230;.ที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 10,378 คนร่วมกันเข้าชื่อเสนอต่อรัฐสภาไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2552 โดยใช้ดุลพินิจวินิจฉัยว่าหลักการของร่างพระราชบัญญัติการจัดทำหนังสือสัญญา ระหว่างประเทศ พ.ศ. &#8230;. ไม่เข้าเงื่อนไขในหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย หรือหมวด ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย<span id="more-959"></span>นายจักรชัย โฉมทองดี ตัวแทนกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอ ว็อทช์)กล่าวว่า การที่เอฟทีเอ ว็อทช์ต้องมาพึ่งศาลปกครอง เพราะประธานรัฐสภา เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ.๒๕๔๒ และประกาศรัฐสภาเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ.๒๕๔๒ ให้อำนาจประธานรัฐสภาในการวินิจฉัยสั่งการว่าเรื่องที่มีผู้เข้าชื่อเสนอ กฎหมายเรื่องใดเข้าหลักการที่บัญญัติในหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย หรือหมวด ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยหรือไม่ การใช้อำนาจวินิจฉัยสั่งการดังกล่าวของประธานรัฐสภาจึงเป็นการใช้อำนาจ ตามพระราชบัญญัติธรรมดา เมื่อมีผลกระทบต่อสิทธิของประชาชนในฐานะเป็นผู้เข้าชื่อและผู้แทนการเสนอ กฎหมาย จึงเป็นคำสั่งทางปกครองที่มีผลกระทบต่อบุคคลภายนอก ศาลย่อมมีอำนาจรับคดีนี้ไว้พิจารณา</p>
<p>?คำ สั่งไม่รับร่าง พรบ. ดังกล่าว เป็นการลิดรอนขัดขวางการใช้สิทธิโดยชอบธรรมของประชาชนที่จะเสนอกฎหมายที่มี หลักการและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของประชาชน เพราะร่างกฎหมายดังกล่าวจะเป็นการประกันสิทธิในการได้รับทราบข้อมูล คำชี้แจงอันเป็นสาระสำคัญและเหตุผลจากรัฐบาล รวมทั้งมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นของตนเองต่อรัฐบาลและต่อรัฐสภาอย่าง เพียงพอ ก่อนที่รัฐบาลไปตกลงผูกพันกับนานาประเทศเพื่อทำหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้าหรือการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น ร่าง พรบ.นี้จึงเป็นกฎหมายที่มีหลักการเกี่ยวกับเรื่องที่บัญญัติในหมวด ๓ หรือหมวด ๕ ของรัฐธรรมนูญฯ ตามที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๕ วรรคสองบัญญัติไว้ แต่ประธานรัฐสภาอ้างในว่ากฎหมายนี้ อยู่ในมาตรา 190 ตามหมวด 9 ของรัฐธรรมนูญจึงเป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีในการจัดทำกฎหมายเท่านั้น ซึ่งเป็นการลิดรอนสิทธิของประชาชน เพราะหลักการข้อนี้ไม่อาจตีความเกินเลยไปได้ว่าการที่คณะรัฐมนตรีมีอำนาจจัด ทำกฎหมายนั้น เป็นการห้ามมิให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หรือภาคส่วนอื่นๆเช่น ส.ส. เข้าชื่อกันเสนอร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อรัฐสภาด้วย</p>
<p>นอกจากนี้ที่ผ่านมาประธานรัฐสภาคนก่อนๆ เคยรับร่าง พรบ.ที่เสนอโดยประชาชน ด้วยการตีความอย่างกว้างมีลักษณะยืดหยุ่น โดยคำนึงถึงหลักการและสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติว่าเข้าหลักการของหมวด ๓ หรือหมวด ๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยหรือไม่ เป็นสำคัญยิ่งกว่าการที่ต้องอ้างอิงบทมาตราในรัฐธรรมนูญฯ ทั้งสองหมวดดังกล่าว เช่น ร่างพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดภูเวียง พ.ศ. &#8230;., ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดฝาง พ.ศ. ?., นอกจากนี้ แนวทางการตีความของประธานรัฐสภาที่ผ่านมายังยอมรับให้ประชาชนผู้มีสิทธิ เลือกตั้งมีสิทธิเสนอร่างพระราชบัญญัติต่อรัฐสภาในเรื่องต่าง ๆ ที่มีหลักการเนื้อหาหลากหลายโดยที่ไม่ได้ระบุว่าหลักการของกฎหมายที่เสนอ นั้นเป็นไปตามบทบัญญัติหรือข้อความใดในหมวด ๓ หรือหมวด ๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตัวอย่างเช่น พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. &#8230;., ร่างพระราชบัญญัติควบคุมการจดทะเบียนและซื้อขายหลักทรัพย์ของกิจการเครื่อง ดื่มที่มีแอลกอฮอลล์และบุหรี่ พ.ศ&#8230;</p>
<p>ไม่เพียงเท่านั้น การกระทำของประธานรัฐสภาและเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อหลักเกณฑ์ที่ประกันความเป็นธรรมและมาตรฐานในการ ปฏิบัติราชการทางปกครองตามที่บัญญัติในมาตรา ๓๗ ของพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.๒๕๓๙ อย่างชัดแจ้งในเรื่องสิทธิของประชาชนที่จะได้รับทราบเหตุผลประกอบคำสั่งไม่ รับคำขอฯ ทั้งนี้ พวกเราจึงขอพึ่งศาลปกครองให้พิจารณาเรื่องดังกล่าว และสั่งการให้ประธานรัฐสภา และเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารตามขั้นตอน การพิจารณากฎหมายที่ประชาชนเข้าชื่อตามกระบวนการต่อไป?</p>
<p>ทั้งนี้ ตัวแทนเอฟทีเอ ว็อทช์ ยังกล่าวอีกว่า การรวบรวมรายชื่อเสนอกฎหมายของภาคประชาชน ไม่ได้มีเพียง ร่าง พรบ.การจัดทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ เท่านั้น แต่ยังมีร่างกฎหมายอีกหลายฉบับที่อยู่ระหว่างการดำเนินการรวบรวมรายชื่อ, ตรวจสอบรายชื่อ อาทิ พรบ.ยา, พรบ.สิทธิบัตร, พรบ.ผู้เสียหายจากการบริการสาธารณสุข, พรบ.เข้าถึงยา ฯลฯ ?ดังนั้นการวินิจฉัยของประธานรัฐสภาเช่นนี้ จะส่งผลกระทบต่อสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนอย่างรุนแรง?</p>
<p>http://www.ftawatch.org/node/18135</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/230153-2/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>‘อียู’ เพิ่มมาตรการตรวจผักนำเข้าจากไทย</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/955</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/955#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 24 Jan 2010 02:17:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=955</guid>
		<description><![CDATA[ข่าวสยามธุรกิจ &#62; เตือนผู้ส่งออกซื้อผลผลิตแปลง GAP เท่านั้น นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า เนื่องจากที่ผ่านมาสหภาพยุโรป (EU) ได้แจ้งเตือนการตรวจพบ ปัญหาสารตกค้างในสินค้าพืชผักที่นำเข้าจากประเทศไทยอยู่ บ่อยครั้ง EU จึงได้ออกกฎระเบียบที่ 669/2009 กำหนดให้มีการเพิ่มระดับความเข้มงวดในการควบคุมสินค้าอาหารและอาหารสัตว์นำ เข้าบางประเภท ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2553 เป็นต้นไป โดยสินค้าถั่วฝักยาว ผักตระกูลกะหล่ำ และผักตระกูลมะเขือที่ส่งออกจาก ไทย จะถูกกัก ณ ด่านนำเข้าของ EU เพื่อสุ่มตรวจวิเคราะห์สารกลุ่ม ออแกโนฟอสเฟต ในระดับ 50% จากเดิมที่สุ่มตรวจเพียง 10%หากผู้ประกอบการของไทยไม่เร่งแก้ไขปัญหาสารตกค้างในสินค้าพืชผักทั้ง 3 ชนิดดังกล่าว ในระยะยาวคาดว่าน่าจะกระทบต่อการส่งออกสินค้าพืชผักไป EU เพราะสินค้าจะถูกกัก ณ ด่านนำเข้าจนกว่าจะได้รับผลการตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการ (Lab) โดยด่านนำเข้าจะใช้ระยะเวลาตรวจสอบเอกสารประมาณ 2 วัน แล้วจึงส่งตัวอย่างสินค้าไปตรวจที่ ห้อง Lab ซึ่งค่าใช้จ่ายของการตรวจสอบจะเป็นภาระของผู้นำเข้า ทั้งยังต้องใช้แบบฟอร์มการนำเข้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ข่าวสยามธุรกิจ &gt; เตือนผู้ส่งออกซื้อผลผลิตแปลง GAP เท่านั้น </strong>นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า เนื่องจากที่ผ่านมาสหภาพยุโรป (EU) ได้แจ้งเตือนการตรวจพบ ปัญหาสารตกค้างในสินค้าพืชผักที่นำเข้าจากประเทศไทยอยู่ บ่อยครั้ง EU จึงได้ออกกฎระเบียบที่ 669/2009 กำหนดให้มีการเพิ่มระดับความเข้มงวดในการควบคุมสินค้าอาหารและอาหารสัตว์นำ เข้าบางประเภท ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2553 เป็นต้นไป โดยสินค้าถั่วฝักยาว ผักตระกูลกะหล่ำ และผักตระกูลมะเขือที่ส่งออกจาก ไทย จะถูกกัก ณ ด่านนำเข้าของ EU เพื่อสุ่มตรวจวิเคราะห์สารกลุ่ม ออแกโนฟอสเฟต ในระดับ 50% จากเดิมที่สุ่มตรวจเพียง 10%<span id="more-955"></span>หากผู้ประกอบการของไทยไม่เร่งแก้ไขปัญหาสารตกค้างในสินค้าพืชผักทั้ง 3 ชนิดดังกล่าว ในระยะยาวคาดว่าน่าจะกระทบต่อการส่งออกสินค้าพืชผักไป EU เพราะสินค้าจะถูกกัก ณ ด่านนำเข้าจนกว่าจะได้รับผลการตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการ (Lab) โดยด่านนำเข้าจะใช้ระยะเวลาตรวจสอบเอกสารประมาณ 2 วัน แล้วจึงส่งตัวอย่างสินค้าไปตรวจที่ ห้อง Lab ซึ่งค่าใช้จ่ายของการตรวจสอบจะเป็นภาระของผู้นำเข้า ทั้งยังต้องใช้แบบฟอร์มการนำเข้า ตามที่กำหนดไว้ในกฎระเบียบด้วย ถ้าสินค้าไม่มีปัญหา EU จึงจะอนุญาตให้นำเข้าได้</p>
<p>ผอ.มกอช.กล่าวอีกว่า ส่วนผักชนิดอื่นๆ ของไทยที่ส่งออกไปสหภาพยุโรปนั้น ไม่ได้รับผลกระ ทบใดๆ ผู้ประกอบการยังสามารถ ส่งออกได้ตามปกติ คือ สินค้าจะถูกสุ่มตรวจเพียง 10% อย่างไรก็ตาม สหภาพยุโรปจะทำการทบทวนมาตรการนี้ทุก 4 เดือน ขึ้นอยู่กับรายงานผลการสุ่มตรวจคุณภาพสินค้าผักทั้ง 3 ชนิดตามรายงานผลการตรวจ วิเคราะห์สารปราบศัตรูพืชตกค้าง โดยอาจจะมีการเพิ่มหรือ ลดความเข้มงวดของมาตรการได้</p>
<p>เบื้องต้นผู้ประกอบการไทยควรเข้มงวด และเพิ่มความ ระมัดระวังในการคัดเลือกผลผลิตจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน GAP โรงคัดบรรจุที่ได้รับ มาตรฐาน GMP แล้วเท่านั้น และไม่ควรรับซื้อสินค้าจากแหล่ง ผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน</p>
<p>http://www.siamturakij.com/home/news/display_news.php?news_id=413342509</p>
<p>﻿</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/955/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ซีพีออลล์3ปีทุ่ม1.2หมื่นล. ลุยค้าปลีก-อาหารบุกตปท.</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/230153</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/230153#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 23 Jan 2010 09:30:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=952</guid>
		<description><![CDATA[22 มกราคม 2553   ASTVผู้จัดการรายวัน – ซีพี ออลล์ อัดงบลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท ผุดเซเว่น อีเลฟเว่นครบ 7,000 สาขา ภายใน 3 ปี ลั่นปีนี้สยายปีก  500 สาขา รับเศรษฐกิจไทยปีขาลฟื้น เอื้ออารมณ์จับจ่ายซื้อสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม จ่อคิวขยายธุรกิจร้านสะดวกซื้อแดนมังกร พร้อมลุยธุรกิจค้าปลีกอินเดีย รัสเซีย เวียดนาม ขานรับนโยบายเจ้าสัวธนินทร์บุกค้าปลีก-อาหาร
นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ดำเนินกิจการร้านสะดวกเซเว่นอีเลฟเว่น เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัททุ่มงบ 4,000 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น 500 สาขา หรือเปิดสาขาใหม่เฉลี่ย 5 สาขาใน 3 วัน  และภายใน 3 ปี จะขยายสาขาเพิ่มจาก 5,300 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">22 มกราคม 2553   ASTVผู้จัดการรายวัน – ซีพี ออลล์ อัดงบลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท ผุดเซเว่น อีเลฟเว่นครบ 7,000 สาขา ภายใน 3 ปี ลั่นปีนี้สยายปีก  500 สาขา รับเศรษฐกิจไทยปีขาลฟื้น เอื้ออารมณ์จับจ่ายซื้อสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม จ่อคิวขยายธุรกิจร้านสะดวกซื้อแดนมังกร พร้อมลุยธุรกิจค้าปลีกอินเดีย รัสเซีย เวียดนาม ขานรับนโยบายเจ้าสัวธนินทร์บุกค้าปลีก-อาหาร</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ดำเนินกิจการร้านสะดวกเซเว่นอีเลฟเว่น เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัททุ่มงบ 4,000 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น 500 สาขา หรือเปิดสาขาใหม่เฉลี่ย 5 สาขาใน 3 วัน  และภายใน 3 ปี จะขยายสาขาเพิ่มจาก 5,300 สาขา เป็น 7,000 สาขา หรือขยายเพิ่มโดยเฉลี่ยปีละ</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">500 สาขา ภายใต้การใช้งบลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท โดยวางคอนเซปต์เป็นร้านอิ่มสะดวก มุ่งเน้นสินค้ากลุ่มอาหารสัดส่วน 70% และมีแนวโน้มจะปรับเพิ่มขึ้น</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">พร้อมกันนี้บริษัทกำลังอยู่ระหว่างวางแผนขยายร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศจีน ซึ่งขณะนี้ต้องรอดูการแบ่งเขตพื้นที่การดำเนินธุรกิจ จากปัจจุบันมีด้วยกัน 3 เขต ได้แก่ กวางตุ้ง ,ปักกิ่ง ญี่ปุ่นเป็นผู้ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น เซี่ยงไฮ้ เป็นของประเทศไต้หวัน และคาดว่าหากมีการแบ่งเขตเกิดขึ้น</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ประเทศไทยน่าจะได้รับสิทธิ์ในการบริหารร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศจีน อย่างแน่นอน</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ทั้งนี้การลงทุนดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของนายธนินท์ เจียรวรนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ให้สำคัญการลงทุนธุรกิจค้าปลีกและอาหาร เป็นหลัก ในประเทศจีน เวียดนาม อินเดีย รัสเซีย ซึ่งหากประเทศไทยเริ่มอิ่มตัว จะเริ่มขยายการลงทุนในจีน เนื่องจากมีประชากรจำนวนมาก และยังวางแผนลงทุนค้าปลีกในอินเดีย รัสเซีย และเวียดนาม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">สำหรับในประเทศไทยปีนี้ได้ทุ่มงบอีก 800 ล้านบาท ลงทุนเปิดศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาคเพิ่มอีก 2 แห่ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">“สูตรการทำธุรกิจค้าปลีกของเครือซีพี คือ กำไรน้อยขายมาก เท่ากับกำไรมาก ซึ่งร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ได้นำมาปรับใช้ เพื่อให้สินค้าภายในชั้นวางหมุนเวียนได้เร็วมากขึ้น”</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">นายก่อศักดิ์ กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกปีนี้ มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้ความต้องการของประชากรทั่วประเทศมีเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งนี้ผลประกอบในช่วง 9 เดือน ของปี 2552 มีรายได้ 83,817 ล้านบาท เติบโต 16.8%  และมีกำไรสุทธิ 3,682 ล้านบาท เติบโต 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2551</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">สำหรับผลการดำเนินการในไตรมาส 4 คาดว่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง</div>
<p>22 มกราคม 2553   ASTVผู้จัดการรายวัน – ซีพี ออลล์ อัดงบลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท ผุดเซเว่น อีเลฟเว่นครบ 7,000 สาขา ภายใน 3 ปี ลั่นปีนี้สยายปีก  500 สาขา รับเศรษฐกิจไทยปีขาลฟื้น เอื้ออารมณ์จับจ่ายซื้อสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม จ่อคิวขยายธุรกิจร้านสะดวกซื้อแดนมังกร พร้อมลุยธุรกิจค้าปลีกอินเดีย รัสเซีย เวียดนาม ขานรับนโยบายเจ้าสัวธนินทร์บุกค้าปลีก-อาหาร<span id="more-952"></span>นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ดำเนินกิจการร้านสะดวกเซเว่นอีเลฟเว่น เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัททุ่มงบ 4,000 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น 500 สาขา หรือเปิดสาขาใหม่เฉลี่ย 5 สาขาใน 3 วัน  และภายใน 3 ปี จะขยายสาขาเพิ่มจาก 5,300 สาขา เป็น 7,000 สาขา หรือขยายเพิ่มโดยเฉลี่ยปีละ</p>
<p>500 สาขา ภายใต้การใช้งบลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท โดยวางคอนเซปต์เป็นร้านอิ่มสะดวก มุ่งเน้นสินค้ากลุ่มอาหารสัดส่วน 70% และมีแนวโน้มจะปรับเพิ่มขึ้น</p>
<p>พร้อมกันนี้บริษัทกำลังอยู่ระหว่างวางแผนขยายร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศจีน ซึ่งขณะนี้ต้องรอดูการแบ่งเขตพื้นที่การดำเนินธุรกิจ จากปัจจุบันมีด้วยกัน 3 เขต ได้แก่ กวางตุ้ง ,ปักกิ่ง ญี่ปุ่นเป็นผู้ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น เซี่ยงไฮ้ เป็นของประเทศไต้หวัน และคาดว่าหากมีการแบ่งเขตเกิดขึ้น</p>
<p>ประเทศไทยน่าจะได้รับสิทธิ์ในการบริหารร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศจีน อย่างแน่นอน</p>
<p>ทั้งนี้การลงทุนดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของนายธนินท์ เจียรวรนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ให้สำคัญการลงทุนธุรกิจค้าปลีกและอาหาร เป็นหลัก ในประเทศจีน เวียดนาม อินเดีย รัสเซีย ซึ่งหากประเทศไทยเริ่มอิ่มตัว จะเริ่มขยายการลงทุนในจีน เนื่องจากมีประชากรจำนวนมาก และยังวางแผนลงทุนค้าปลีกในอินเดีย รัสเซีย และเวียดนาม</p>
<p>สำหรับในประเทศไทยปีนี้ได้ทุ่มงบอีก 800 ล้านบาท ลงทุนเปิดศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาคเพิ่มอีก 2 แห่ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ</p>
<p>“สูตรการทำธุรกิจค้าปลีกของเครือซีพี คือ กำไรน้อยขายมาก เท่ากับกำไรมาก ซึ่งร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ได้นำมาปรับใช้ เพื่อให้สินค้าภายในชั้นวางหมุนเวียนได้เร็วมากขึ้น”</p>
<p>นายก่อศักดิ์ กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกปีนี้ มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้ความต้องการของประชากรทั่วประเทศมีเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งนี้ผลประกอบในช่วง 9 เดือน ของปี 2552 มีรายได้ 83,817 ล้านบาท เติบโต 16.8%  และมีกำไรสุทธิ 3,682 ล้านบาท เติบโต 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2551</p>
<p>สำหรับผลการดำเนินการในไตรมาส 4 คาดว่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/230153/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ใบโพธิ์กุมใจ‘ซีพี’ ให้กู้ลุยค้าปลีกจีน</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/130153</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/130153#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 22 Jan 2010 07:03:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=945</guid>
		<description><![CDATA[ข่าวโพสต์ทูเดย์   วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2553 สามธนาคารไทยร่วมปล่อยกู้ 8,250 ล้านบาทให้กลุ่ม ซีพี สยายปีกธุรกิจค้าปลีกในจีน นาย วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) และธนาคารนครหลวงไทย ได้ร่วมลงนามในสัญญาปล่อยสินเชื่อวงเงินรวม 250 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 8,250 ล้านบาท ให้แก่บริษัท Chia Tai Enterprises International Limited (CTEI) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เจริญโภคภัณฑ์ที่จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยธนาคารไทยพาณิชย์เป็นผู้ปล่อยกู้รายใหญ่สุด วงเงิน 150 ล้านเหรียญสหรัฐ
นายวิชิต กล่าวว่า การปล่อยกู้ดังกล่าวมีทั้งการปล่อยกู้เป็นเงินสกุลเหรียญสหรัฐ และเหรินหมินปี้ ในอัตราดอกเบี้ยไลบอร์บวก และช่วยจัดโครงสร้างการใช้เงินทุนในการดำเนินธุรกิจค้าปลีกของโลตัสซูเปอร์ เซ็นเตอร์ในจีน เพื่อให้การบริการทางธุรกิจแก่ลูกค้าอย่างครบวงจร
“ความร่วมมือทางธุรกิจครั้งประวัติศาสตร์นี้จะมีส่วนสนับสนุนการ เติบโตไปอีกขั้นหนึ่งของเครือ ซีพีและธนาคารไทยพาณิชย์” นายวิชิต กล่าว
ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารใช้ความต้องการของเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นโจทย์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ข่าวโพสต์ทูเดย์   วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2553<a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/26970.jpg"><img class="size-full wp-image-946 alignright" title="26970" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/26970.jpg" alt="26970" width="250" height="134" /></a> <strong>สามธนาคารไทยร่วมปล่อยกู้ 8,250 ล้านบาทให้กลุ่ม ซีพี </strong>สยายปีกธุรกิจค้าปลีกในจีน <strong>นาย วิชิต สุรพงษ์ชัย</strong> ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) และธนาคารนครหลวงไทย ได้ร่วมลงนามในสัญญาปล่อยสินเชื่อวงเงินรวม 250 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 8,250 ล้านบาท ให้แก่บริษัท Chia Tai Enterprises International Limited (CTEI) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เจริญโภคภัณฑ์ที่จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยธนาคารไทยพาณิชย์เป็นผู้ปล่อยกู้รายใหญ่สุด วงเงิน 150 ล้านเหรียญสหรัฐ<span id="more-945"></span></p>
<p>นายวิชิต กล่าวว่า การปล่อยกู้ดังกล่าวมีทั้งการปล่อยกู้เป็นเงินสกุลเหรียญสหรัฐ และเหรินหมินปี้ ในอัตราดอกเบี้ยไลบอร์บวก และช่วยจัดโครงสร้างการใช้เงินทุนในการดำเนินธุรกิจค้าปลีกของโลตัสซูเปอร์ เซ็นเตอร์ในจีน เพื่อให้การบริการทางธุรกิจแก่ลูกค้าอย่างครบวงจร</p>
<p>“ความร่วมมือทางธุรกิจครั้งประวัติศาสตร์นี้จะมีส่วนสนับสนุนการ เติบโตไปอีกขั้นหนึ่งของเครือ ซีพีและธนาคารไทยพาณิชย์” นายวิชิต กล่าว</p>
<p>ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารใช้ความต้องการของเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นโจทย์ และทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดจนสามารถนำเสนอบริการทางการเงินที่ครบถ้วนและ สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินทุนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งธุรกรรมทางการเงินครั้งนี้นับว่ามีความซับซ้อนและพิเศษจากหลายปัจจัย ด้วยกัน คือ เป็นสินเชื่อร่วม (Syndicated Loan) เพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจในประเทศจีน จึงต้องมีการดำเนินการต่างๆ ตามกฎระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของจีน</p>
<p>ตลอดจนมีการช่วยจัดโครงสร้างตามความต้องการใช้เงินทุน ในการดำเนินธุรกิจค้าปลีกโลตัสซูเปอร์เซ็นเตอร์ในจีน</p>
<p>นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะ ผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า เงินกู้ดังกล่าวบริษัทจะนำ ไปขยายสาขาของโลตัสซูเปอร์เซ็นเตอร์ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 41 แห่งทั่วประเทศจีนให้เพิ่มครอบคลุม ทั้งประเทศจีน โดยซีพีมองเห็นศักยภาพการเติบโตทางธุรกิจของจีนที่เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง แม้ กิจการค้าปลีกในจีนจะแข่งขันรุนแรง แต่ซีพีมั่นใจว่าเราจะแข่งขันได้อย่างสบาย</p>
<p>http://www.posttoday.com/finance.php?id=85014</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/130153/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ค้าปลีกแตกคอเซเว่นตั้งสมาคมแข่ง</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/041152</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/041152#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 26 Dec 2009 06:43:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=903</guid>
		<description><![CDATA[วันที่ 2009-11-04 20:45:00 โดย MCOT &#8211; เศรษฐกิจ ผู้ค้าปลีกตั้งสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีก วันที่ 4 พ.ย.-นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เพื่อให้มีศูนย์กลางในการช่วยเหลือการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการค้าปลีก เซเว่น อีเลฟเว่น จึงได้ร่วมกับตั้งฮั่วเส็ง โฮมโปร ช้อยส์ มินิสโตร์ จัดตั้งสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกทุนไทย เพื่อรวบรวมธุรกิจค้าปลีกทั้งรายเล็กและรายใหญ่มารวมกลุ่มในการช่วยเหลือ แก้ปัญหาอุปสรรคในด้านต่าง ๆ รวมทั้งเป็นแกนกลางในการเจรจากับหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน การวางระเบียบให้สมาชิกปฏิบัติร่วมกัน และการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับธุรกิจค้าปลีก และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้สมาชิก เพื่อทราบความเคลื่อนไหวตลาดทั้งในและต่างประเทศ.-สำนักข่าวไทย
ที่มา : http://news.mcot.net/economic/inside.php?value=bmlkPTEyMzgyNyZudHlwZT10ZXh0
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 2009-11-04 20:45:00 โดย MCOT &#8211; เศรษฐกิจ<strong> ผู้ค้าปลีกตั้งสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีก</strong> วันที่ 4 พ.ย.-นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เพื่อให้มีศูนย์กลางในการช่วยเหลือการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการค้าปลีก เซเว่น อีเลฟเว่น จึงได้ร่วมกับตั้งฮั่วเส็ง โฮมโปร ช้อยส์ มินิสโตร์ จัดตั้ง<strong>สมาคมพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกทุนไทย</strong> เพื่อรวบรวมธุรกิจค้าปลีกทั้งรายเล็กและรายใหญ่มารวมกลุ่มในการช่วยเหลือ แก้ปัญหาอุปสรรคในด้านต่าง ๆ รวมทั้งเป็นแกนกลางในการเจรจากับหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน การวางระเบียบให้สมาชิกปฏิบัติร่วมกัน และการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับธุรกิจค้าปลีก และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้สมาชิก เพื่อทราบความเคลื่อนไหวตลาดทั้งในและต่างประเทศ.-สำนักข่าวไทย<br />
ที่มา : http://news.mcot.net/economic/inside.php?value=bmlkPTEyMzgyNyZudHlwZT10ZXh0</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/041152/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พาณิชย์เรียกประชุมแข่งขันการค้า</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/11225</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/11225#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Dec 2009 02:55:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=898</guid>
		<description><![CDATA[เดลินิวส์ วันศุกร์ ที่ 11 ธันวาคม 2552  เตรียมฟันห้างค้าปลีกขายตํ่ากว่าทุน น.ส.ชุติมา บุญยประภัศร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ที่มีนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ปลายเดือน ธ.ค.นี้ จะมีการพิจารณาข้อร้องเรียนของผู้ผลิตสินค้า (ซัพพลายเออร์) กรณีถูกห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ขายสินค้าต่ำกว่าทุน จนทำให้ซัพพลายเออร์ได้รับผลกระทบ รวมถึงกรณีโรงงานน้ำตาลบังคับให้ ยี่ปั๊วซื้อน้ำตาลทรายขาวพ่วงน้ำตาลทรายแดง หลังจากโรงงานขายน้ำตาลทรายแดงขายยาก และกรณีผู้ให้บริการเกมออนไลน์บังคับขายพ่วงเกมที่ไม่ได้รับความนิยม กับเกมที่ไม่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นภาระแก่ผู้ทำธุรกิจเกมออนไลน์
นอกจากนี้กรมการค้าภายในในฐานะเลขานุการ จะเสนอเรื่องร้องเรียนใหม่ให้พิจารณา กรณีร้านค้าย่อยบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิร้องเรียนร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) ว่าทำการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยเปิดบริการให้ผู้ซื้อฝากเก็บสินค้าไว้ก่อนได้ ซึ่งกระทบต่อการค้าและทำให้ร้านค้าอื่นสูญเสียรายได้ ทั้งนี้หากที่ประชุมพิจารณาว่า กรณีดังกล่าวมีมูลความจริง จะตั้งคณะกรรมการเฉพาะด้าน เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า ข้อร้องเรียนที่คณะกรรมการชุดใหญ่ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จ จริงไปแล้วได้แก่ กรณีที่มีข้อร้องเรียนบังคับให้เอเย่นต์เบียร์ลีโอ และสิงห์ซื้อเหล้าพ่วงเบียร์ กรณีร้องเรียน บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ ร้องเรียนเบียร์อาชาขายสินค้าในราคาต่ำกว่าทุน และกรณี บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า ห้ามตัวแทนจำหน่าย ขายรถของบริษัทคู่แข่ง.
http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&#38;categoryId=310&#38;contentID=36801
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เดลินิวส์ </strong>วันศุกร์ ที่ 11 ธันวาคม 2552  <strong>เตรียมฟันห้างค้าปลีกขายตํ่ากว่าทุน</strong> น.ส.ชุติมา บุญยประภัศร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ที่มีนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ปลายเดือน ธ.ค.นี้ จะมีการพิจารณาข้อร้องเรียนของผู้ผลิตสินค้า (ซัพพลายเออร์) กรณีถูกห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ขายสินค้าต่ำกว่าทุน จนทำให้ซัพพลายเออร์ได้รับผลกระทบ รวมถึงกรณีโรงงานน้ำตาลบังคับให้ ยี่ปั๊วซื้อน้ำตาลทรายขาวพ่วงน้ำตาลทรายแดง หลังจากโรงงานขายน้ำตาลทรายแดงขายยาก และกรณีผู้ให้บริการเกมออนไลน์บังคับขายพ่วงเกมที่ไม่ได้รับความนิยม กับเกมที่ไม่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นภาระแก่ผู้ทำธุรกิจเกมออนไลน์<span id="more-898"></span></p>
<p>นอกจากนี้กรมการค้าภายในในฐานะเลขานุการ จะเสนอเรื่องร้องเรียนใหม่ให้พิจารณา กรณีร้านค้าย่อยบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิร้องเรียนร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) ว่าทำการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยเปิดบริการให้ผู้ซื้อฝากเก็บสินค้าไว้ก่อนได้ ซึ่งกระทบต่อการค้าและทำให้ร้านค้าอื่นสูญเสียรายได้ ทั้งนี้หากที่ประชุมพิจารณาว่า กรณีดังกล่าวมีมูลความจริง จะตั้งคณะกรรมการเฉพาะด้าน เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงต่อไป</p>
<p>รายงานข่าวแจ้งว่า ข้อร้องเรียนที่คณะกรรมการชุดใหญ่ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จ จริงไปแล้วได้แก่ กรณีที่มีข้อร้องเรียนบังคับให้เอเย่นต์เบียร์ลีโอ และสิงห์ซื้อเหล้าพ่วงเบียร์ กรณีร้องเรียน บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ ร้องเรียนเบียร์อาชาขายสินค้าในราคาต่ำกว่าทุน และกรณี บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า ห้ามตัวแทนจำหน่าย ขายรถของบริษัทคู่แข่ง.</p>
<p>http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&amp;categoryId=310&amp;contentID=36801</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/11225/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นาจอมเทียน(บ้านอำเภอ)ต้านโลตัสเอ็กเพรส</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/261152</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/261152#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 28 Nov 2009 02:43:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=865</guid>
		<description><![CDATA[ชาวบ้านในเขตเทศบาลตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ได้รวมตัวกันคัดค้านการสร้างห้างโลตัสเอกเพรส บริเวณปากทางแยกชากแง้ว โดยเห็นว่าถ้าให้เกิดมีห้างคังกล่าวขึ้นมาก็จะเกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างร้ายแรง  และในการที่ทางห้างอ้างว่าได้ทำประชาพิจารณ์แล้ว สองครั้งนั้นไม่ได้รับทราบข่าวเลยว่ามีการทำเมื่อไร จนกระทั้งท่านนายกเทศมนตรี นาสมพงษ์ สายนภา ได้เรียกประชุมชุมชนต่างเพื่อแจ้งให้ทราบ และจะรับฟังความดิดเห็น ของประชานที่ได้รับผลกระทบคังนั้น ประชาชน ซึ่งเป็นชาวบ้านและผู้ประกอบการค้าขายเล็กๆน้อย ต่างก็ไม่เห็นด้วยจึงคัดค้านเป็นหนังสือต่อนายกเทศมนตรี เพื่อเป็นหลักฐานในการพิจารณายับยั้งการก่อสร้างต่อไป   ในการร่ามลงชื่อในครังนี้ จนถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2552 มีผู้ร่ามลงชื้อแล้ว กว่า 600 คน และยังมีผู้มามาลงชื่อเพิ่มอีกเรื่อยๆ  เนื้อหาของหนังสือดังกล่าวมีดังนี้คือ ร่างหนังค้าปลีกถึงเทศบาลนาจอมเทียน
(ร่าง)
วันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
เรื่อง     คัดค้านการขยายสาขา โลตัส เอ็กซเพรส ในเขตเทศบาลนาจอมเทียน
เรียน     นายกเทศบาลตำบลนาจอมเทียน
สิ่งทิ่ส่งมาด้วย    1. หนังสือกระทรวงมหาดไทย เลขที่ 0710/3157 ลงวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2552
2. ข่าวการประชุมครม. ข่าวที่ 01/5 วันที่ 8 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ชาวบ้านในเขตเทศบาลตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ได้รวมตัวกันคัดค้านการสร้างห้างโลตัสเอกเพรส บริเวณปากทางแยกชากแง้ว โดยเห็นว่าถ้าให้เกิดมีห้างคังกล่าวขึ้นมาก็จะเกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างร้ายแรง  และในการที่ทางห้างอ้างว่าได้ทำประชาพิจารณ์แล้ว สองครั้งนั้นไม่ได้รับทราบข่าวเลยว่ามีการทำเมื่อไร จนกระทั้งท่านนายกเทศมนตรี นาสมพงษ์ สายนภา ได้เรียกประชุมชุมชนต่างเพื่อแจ้งให้ทราบ และจะรับฟังความดิดเห็น ของประชานที่ได้รับผลกระทบคังนั้น ประชาชน ซึ่งเป็นชาวบ้านและผู้ประกอบการค้าขายเล็กๆน้อย ต่างก็ไม่เห็นด้วยจึงคัดค้านเป็นหนังสือต่อนายกเทศมนตรี เพื่อเป็นหลักฐานในการพิจารณายับยั้งการก่อสร้างต่อไป   ในการร่ามลงชื่อในครังนี้ จนถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2552 มีผู้ร่ามลงชื้อแล้ว กว่า 600 คน และยังมีผู้มามาลงชื่อเพิ่มอีกเรื่อยๆ  เนื้อหาของหนังสือดังกล่าวมีดังนี้คือ <a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/ร่างหนังค้าปลีกถึงเทศบาลนาจอมเทียน.pdf">ร่างหนังค้าปลีกถึงเทศบาลนาจอมเทียน</a><span id="more-865"></span></p>
<p>(ร่าง)</p>
<p>วันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552</p>
<p>เรื่อง     คัดค้านการขยายสาขา โลตัส เอ็กซเพรส ในเขตเทศบาลนาจอมเทียน<br />
เรียน     นายกเทศบาลตำบลนาจอมเทียน<br />
สิ่งทิ่ส่งมาด้วย    1. หนังสือกระทรวงมหาดไทย เลขที่ 0710/3157 ลงวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2552<br />
2. ข่าวการประชุมครม. ข่าวที่ 01/5 วันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2550</p>
<p>ตามที่ได้มีข่าวว่า จะมีห้างโลตัส เอ็กซเพรส จะมาเปิดในเขตเทศบาลนาจอมเทียนนั้น พวกข้าพเจ้าได้เห็นว่าการเปิดห้างค้าปลีกสมัยใหม่เช่นนี้ จะมีผลกระทบต่อวิถีการดำเนินชีวิตของชุมชนเทศบาลนาจอมเทียนทั้งหมด จะเห็นได้จากชุมชนใกล้เคียงที่มีการเปิดห้างค้าปลีกสมัยใหม่เช่นนี้ล้วนเริ่มได้รับผลกระทบ เช่นที่ อ.สัตหีบ อ.บ้านฉาง และที่อื่นๆ หลายที่ในประเทศไทย<br />
ผลของการมีห้างมาเปิดจะก่อให้เกิด การใช้จ่ายฟุ่มเฟือยของคนในชุมชน ขัดต่อปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัว ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ จะต้องยากจนลง เงินหมุนเวียนในท้องถิ่นจะถูกดูดซับออกไป จากชุมชนทำให้เม็ดเงินในชุมชนน้อยลง คนในชุมชนจนลง ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรม ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และศีลธรรมอันดีของประชาชน<br />
ดังจะเห็นได้ว่าห้างโลตัส เอ็กซเพรส จะจ้างพนักงานก็ไม่เกิน 24 คน แต่จะทำให้ร้านค้าของชุมชนต้องล้มเลิกไปจำนวนมาก จะมีผลต่อการว่างงานของคนในชุมชนมากขึ้น และการมีส่วนร่วมของชุมชนทางด้านจารีต ประเพณี และวัฒนธรรมต่างๆ จะถูกทำลายลง กลไกการค้าของชุมชนจะถูกทำลาย เกษตรกรและผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ในชุมชนจะไม่มีตลาดหรือช่องทางจัดจำหน่ายอีกเลย ผู้บริโภคก็จะไม่มีอำนาจต่อรองในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในอนาคต<br />
พวกข้าพเจ้าเห็นว่า ท่านนายกฯ เป็นผู้มีอำนาจในฐานะเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ที่มีอำนาจที่จะพิจารณาไม่อนุญาตให้ก่อสร้างห้างค้าปลีกสมัยใหม่นี้ได้ โดยวิเคราะห์ถึงผลกระทบต่อค้าปลีกค้าส่งรายย่อยดั่งเดิมของชุมชน ขอให้รับฟังความคิดเห็นของพวกข้าพเจ้า ซึ้งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงถื่อเป็นการรับฟังความคิดเห็น ตามหนังสือมหาดไทย ที่ มท.0710/3157 ลงวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2552 โดย นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีมหาดไทย และ ทั้งยังมีมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 ว่าให้ใช้กฎหมายผังเมือง และกฎหมายควบคุมอาคาร ซึ่งท่านนายกฯ เป็นผู้ใช้อำนาจนี้ ในการชะลอหรือยับยั้งการขยายสาขาของธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ ในระหว่างที่ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งยังไม่มีผลใช้บังคับ ซึ่งปัจจุบัน ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ คณะรัฐมนตรีซึ่งมีนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ยังไม่ได้รับไว้ในการพิจารณา ท่านนายกฯ จึงมีความชอบธรรมที่ จะยับยั้งการอนุญาตการขยายสาขาของห้างค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ดังกล่าวนี้ไว้ก่อนจนกว่าจะมี พ.ร.บ. ดังกล่าวนี้บังคับใช้<br />
พวกเราขอความกรุณาท่านนายกฯ ได้โปรดยับยั้งการอนุญาตสร้างห้างโลตัส เอ็กซเพรสนี้ไว้ก่อนในระหว่างที่ยังไม่ พ.รบ.บังคับใช้ เพื่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนในชุมชนของท่านมีความมั่นคงผึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืนทางเศรษฐกิจ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัวสืบไป</p>
<p>ขอแสดงความนับถืออย่างสูง</p>
<p>ชาวนาจอมเทียน(และผู้ลงนามข้างท้ายนี้)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/261152/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปิดฉากชีวิตลงแล้ว นายสมัคร สุนทรเวช</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/241152</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/241152#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Nov 2009 03:35:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=857</guid>
		<description><![CDATA[อดีตนายกรัฐมนตรี  ที่มีบทบาทสร้างสีสันให้แก่วงการเมืองไทยมาตลอด  โดยถึงแก่อนิจกรรมที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
วันนี้  (24 พ.ย.) ASTVผู้จัดการรายงานข่าวว่า นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี  ได้ถึงแก่อนิจกรรมแล้วที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โดยมีรายงานว่า  ก่อนหน้านี้นายสมัครเดินทางกลับจากการรักษาที่ต่างประเทศ และพักฟื้นอยู่ที่บ้าน  โดยก่อนจะถึงแก่อนิจกรรมได้เข้าพักรักษาตัวอีกครั้งที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์  กระทั่งถึงแก่อนิจกรรมในที่สุดนายสมัคร สุนทรเวช เป็นบุตรของ  เสวกเอกพระยาบำรุงราชบริพาร (เสมียน สุนทรเวช) กับ คุณหญิงบำรุงราชบริพาร (อำพัน  จิตรกร) เป็นหลานลุงของมหาเสวกตรี พระยาแพทย์พงศาวิสุทธาธิบดี (สุ่น สุนทรเวช)  นายแพทย์ประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  และเป็นหลานตาของมหาเสวกตรี พระยาอนุศาสน์จิตรกร (จันทร์ จิตรกร)  จิตรกรประจำสำนัก
นายสมัครเป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนพี่น้อง 6 คน  ดังนี้
พ.อ.(พิเศษ) พ.ญ.มยุรี พลางกูร &#8211; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อดีตนายกรัฐมนตรี </strong> ที่มีบทบาทสร้างสีสันให้แก่วงการเมืองไทยมาตลอด  โดยถึงแก่อนิจกรรมที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์<a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/Samak.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-862" title="Samak" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/Samak-222x300.jpg" alt="Samak" width="133" height="180" /></a></p>
<p>วันนี้  (24 พ.ย.) ASTVผู้จัดการรายงานข่าวว่า นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี  ได้ถึงแก่อนิจกรรมแล้วที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โดยมีรายงานว่า  ก่อนหน้านี้นายสมัครเดินทางกลับจากการรักษาที่ต่างประเทศ และพักฟื้นอยู่ที่บ้าน  โดยก่อนจะถึงแก่อนิจกรรมได้เข้าพักรักษาตัวอีกครั้งที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์  กระทั่งถึงแก่อนิจกรรมในที่สุดนายสมัคร สุนทรเวช เป็นบุตรของ  เสวกเอกพระยาบำรุงราชบริพาร (เสมียน สุนทรเวช) กับ คุณหญิงบำรุงราชบริพาร (อำพัน  จิตรกร) เป็นหลานลุงของมหาเสวกตรี พระยาแพทย์พงศาวิสุทธาธิบดี (สุ่น สุนทรเวช)  นายแพทย์ประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  และเป็นหลานตาของมหาเสวกตรี พระยาอนุศาสน์จิตรกร (จันทร์ จิตรกร)  จิตรกรประจำสำนัก<span id="more-857"></span></p>
<p><strong>นายสมัครเป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนพี่น้อง 6 คน  ดังนี้</strong></p>
<p>พ.อ.(พิเศษ) พ.ญ.มยุรี พลางกูร &#8211;  อดีตรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า<br />
นางเยาวมาลย์ ราชวังเมือง &#8211;  ประกอบธุรกิจส่วนตัว<br />
พล.อ.อ.สมมต สุนทรเวช &#8211; อดีตที่ปรึกษา ทอ.  (ถึงแก่กรรมแล้ว)<br />
นายสมัคร สุนทรเวช<br />
นายมโนมัย สุนทรเวช &#8211;  พนักงานรัฐวิสาหกิจ<br />
นายสุมิตร สุนทรเวช &#8211; นักการเมือง  หัวหน้าพรรคประชากรไทย<br />
นายสมัคร สมรสกับ คุณหญิงสุรัตน์ สุนทรเวช  ที่ปรึกษาด้านการเงินของบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ มีบุตรสาวฝาแฝด คือ กานดาภา  และกาญจนากร ปัจจุบันสมรสแล้วทั้งคู่  จากการที่ภรรยาทำงานอยู่กับบริษัทเอกชนมาตั้งแต่ พ.ศ.2505  สถานะการเงินของภรรยาจึงมั่นคงพอที่จะดูแลครอบครัวได้  นายสมัครเลยมิได้ทำงานประจำให้กับหน่วยงานใด  และได้ทำงานด้านการเมืองเพียงอย่างเดียว มาตั้งแต่  พ.ศ.2516</p>
<p><strong>ประวัติการศึกษา</strong></p>
<p>ก่อนประถมศึกษา :  โรงเรียนสตรีบางขุนพรหม<br />
ระดับประถมศึกษา :  โรงเรียนเทเวศร์ศึกษา<br />
ระดับมัธยมศึกษา :  โรงเรียนเซนต์คาเบรียล<br />
ระดับอาชีวศึกษา :  โรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชย์<br />
ระดับอุดมศึกษา : นิติศาสตรบัณฑิต  คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</p>
<p><strong>ประวัติทางการเมือง</strong></p>
<p>นายสมัครเริ่มต้นชีวิตการเมืองโดยสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์  เมื่อ พ.ศ.2511 เริ่มลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลกรุงเทพมหานคร ใน  พ.ศ.2514 และลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก ใน พ.ศ.2518  ในชีวิตการเมืองเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่งตลอดเวลาที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  สมัครได้รับการแต่งตั้งในคณะรัฐมนตรีหลายตำแหน่ง  ได้แก่</p>
<p>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาล  หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช 2 (15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 &#8211; 13 มีนาคม พ.ศ.  2518)<br />
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาล หม่อมราชวงศ์เสนีย์  ปราโมช 3 (20 เมษายน พ.ศ. 2519 &#8211; 23 กันยายน พ.ศ.  2519)<br />
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาล นายธานินทร์ กรัยวิเชียร (8  ตุลาคม พ.ศ. 2519 &#8211; 19 ตุลาคม พ.ศ. 2520)<br />
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  ในรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ 2 (30 เมษายน พ.ศ. 2526 &#8211; 5 สิงหาคม พ.ศ.  2529)<br />
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ (9  ธันวาคม พ.ศ. 2533 &#8211; 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534)<br />
รองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล  พล.อ.สุจินดา คราประยูร (7 เมษายน พ.ศ. 2535 &#8211; 24 พฤษภาคม พ.ศ.  2535)<br />
รองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล นายบรรหาร ศิลปอาชา (13 กรกฎาคม พ.ศ.  2538 &#8211; 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539)<br />
รองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต  ยงใจยุทธ (25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 &#8211; 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540)<br />
นายกรัฐมนตรี  (29 มกราคม &#8211; 9 กันยายน พ.ศ. 2551)</p>
<p><strong>สรุปประวัติทางการเมืองได้ดังนี้</strong><br />
พ.ศ.  2511 : เข้าเป็นสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ (พ.ศ. 2511 &#8211; 2519)<br />
พ.ศ. 2514 :  สมาชิกสภาเทศบาลนครกรุงเทพมหานคร (ได้รับเลือกตั้ง เมื่อ 15 สิงหาคม พ.ศ.  2514)<br />
พ.ศ. 2516 : สมาชิกสมัชชาแห่งชาติ (ได้รับแต่งตั้งเมื่อ 10 ธ.ค.16)  และ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ได้รับแต่งตั้งเมื่อ 23 ธ.ค.16)<br />
พ.ศ.  2518 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (ม.ค. 2518)<br />
พ.ศ. 2518  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์<br />
พ.ศ. 2519 :  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (เม.ย. 2519)<br />
พ.ศ. 2519  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย<br />
พ.ศ. 2519  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (พ.ศ. 2519 &#8211; 2520)<br />
พ.ศ. 2522 :  ก่อตั้งพรรคประชากรไทย และดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค<br />
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  กรุงเทพมหานคร (เม.ย. 2522)<br />
ประธานคณะกรรมาธิการการคลัง และสถาบันการเงิน  (พ.ศ. 2523 &#8211; 2526)<br />
พ.ศ. 2526 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร  (เม.ย. 2526)<br />
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (พ.ศ. 2526 &#8211;  2529)<br />
พ.ศ. 2529 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (ก.ค.  2529)<br />
ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง (พ.ศ. 2529 &#8211; 2531)<br />
พ.ศ.  2531 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (ก.ค.  2531)<br />
ประธานคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ (พ.ศ. 2531 &#8211; 2533)<br />
พ.ศ.  2533 : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (พ.ศ. 2533 &#8211; 2534)<br />
พ.ศ. 2535 :  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (มี.ค. 2535) (ก.ย.  2535)<br />
ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม (พ.ศ. 2535 &#8211; 2538)<br />
พ.ศ.  2538 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (ก.ค. 2538)<br />
พ.ศ. 2539 :  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (พ.ย. 2539)<br />
พ.ศ. 2543 :  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (พ.ศ. 2543 &#8211; 2547)<br />
พ.ศ. 2550 :  รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชน (พ.ศ. 2550 &#8211; 30 ก.ย. 2551)<br />
พ.ศ. 2551  : นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย (29 ม.ค.2551 &#8211; 9  ก.ย.2551)</p>
<p>นายสมัคร สุนทรเวช  ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จากการเลือกตั้ง พ.ศ. 2543  ด้วยคะแนนเสียง 1,016,096 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนเสียงมากที่สุด  นับตั้งแต่มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยผู้ได้คะแนนอันดับ 2 คือ  นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้สมัครจากพรรคไทยรักไทย ไดัรับคะแนนเสียงเพียง 521,184  คะแนน</p>
<p>นายสมัครดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระหว่าง  พ.ศ.2543-2547 นับเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนที่ 13 และเป็นคนที่ 5  ที่มาจากการเลือกตั้ง แต่หลังจากพ้นตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  คดีเรื่องการทุจริตกรณีจัดซื้อรถดับเพลิงและเรือดับเพลิง  ก็ยังมีการดำเนินการตรวจสอบจนถึงปัจจุบัน</p>
<p><strong>การเลือกตั้งวุฒิสภา 2549</strong></p>
<p>หลังพ้นตำแหน่ง  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อครบวาระ 4 ปี  นายสมัครตัดสินใจไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมัยที่ 2  แต่เบนเข็มมาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร  ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2549 ผลการนับคะแนน นายสมัคร สุนทรเวช  ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ด้วยคะแนนเสียงเป็นอันดับสองของประเทศ รองจาก  ร.ต.อ.นิติภูมิ นวรัตน์ ที่ได้คะแนนเสียงเป็นอันดับที่ 1 แต่ ร.ต.อ.นิติภูมิ  ยังไม่ทันได้รับการรับรองตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง  เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนเรื่องการไปขึ้นเวทีปราศัยของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย  ที่อาจถือได้ว่าเป็นการหาเสียง และขัดต่อกฎหมายเลือกตั้ง  ก่อนที่จะมีการชี้ขาดเรื่องดังกล่าว การเลือกตั้งวุฒิสภา พ.ศ.2549 ก็ได้ถูกยกเลิก  เนื่องจากเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ.2549 ทำให้นายสมัครต้องพ้นจากตำแหน่ง  โดยไม่มีโอกาสได้ปฏิบัติหน้าที่ใดๆ  ในฐานะสมาชิกวุฒิสภา</p>
<p><strong>การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี</strong></p>
<p>นายสมัคร  สุนทรเวช ทำพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ที่บ้านพัก  นายสมัคร สุนทรเวช แถลงข่าว ที่ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร  ทำเนียบรัฐบาลดูเพิ่มที่ การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย มกราคม พ.ศ. 2551  และ คณะรัฐมนตรีคณะที่ 57 ของไทย</p>
<p>เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ.  2551 สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบให้นายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี โดยมี นายยงยุทธ  ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ  พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี วันที่ 6 กุมภาพันธ์  นายสมัครยังได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อีก 1  ตำแหน่ง ซึ่งเป็นพลเรือนคนที่ 3 ที่ดำรงตำแหน่งนี้  แต่ยังถูกกล่าวหาจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยถึงการดำรงตำแหน่งของนายสมัคร  สุนทรเวช นี้ว่าเป็นนอมินี(ตัวแทน)ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุกในข้อหาเซ็นชื่อยินยอมให้ภรรยาซื้อที่ดินตามกฎหมาย</p>
<p>ต่อมาวันที่  9 กันยายน พ.ศ.2551 นายชัช ชลวร ประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมคณะ  ได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยในกรณีที่ประธานวุฒิสภาส่งความเห็นของสมาชิกวุฒิสภาและคณะกรรมการการเลือกตั้ง  (กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความสิ้นสุดการเป็นนายกรัฐมนตรีของนายสมัคร  ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 267 ประกอบมาตรา 182(7)  เนื่องจากรับเป็นพิธีกรกิตติมศักดิ์ ของรายการ “ชิมไปบ่นไป” และ “ยกโขยง 6 โมงเช้า”  ซึ่งคณะตุลาการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียง  เห็นว่านายสมัครกระทำต้องห้ามขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 267  เรื่องคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี จึงทำให้นายสมัครสิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรีลง  แต่ให้คณะรัฐมนตรีรักษาการไปจนกว่าจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่</p>
<p>นอกจากนี้  เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2551  นายสมัครยังได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชนอย่างไม่เป็นทางการ  โดยให้เหตุผลว่าได้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคและรักษาระบอบประชาธิปไตยอย่างดีที่สุดแล้ว  จึงขอยุติบทบาททางการเมือง ส่วนการดำเนินการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ  ให้ขึ้นอยู่กับพรรค</p>
<p><strong>นายสมัครเคยถุกดำเนินคดีเป็นข่าวดัง  ประกอบด้วย</strong></p>
<p>คดีหมิ่นประมาท นายดำรง  ลัทธพิพัฒน์ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2528 นายดำรง ลัทธพิพัฒน์  อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน  ในรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ถึงแก่กรรมโดยการประกอบอัตวินิบาต  ขณะกำลังเดินทางไปทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากปัญหาความเครียดส่วนตัว  ต่อมานายสมัครซึ่งถูกปรับออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อ พ.ศ.2529  กลายเป็นฝ่ายค้าน ได้ให้ข่าวในทำนองว่านายดำรงฆ่าตัวตายเพราะความเครียด  เนื่องจากการยักยอกงบประมาณของกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน นางสมศรี  ลัทธพิพัฒน์ (เกตุทัต) ภรรยานายดำรง มอบหมายให้นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความ  ฟ้องหมิ่นประมาทนายสมัคร สุนทรเวช ศาลฎีกามีคำตัดสินเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2532  ว่า “นายสมัครกล่าวข้อความเป็นเท็จและหมิ่นประมาทจริง”  และได้มีคำสั่งให้จำคุกนายสมัคร สุนทรเวช เป็นระยะเวลา 6 เดือน  แต่ให้รอลงอาญา</p>
<p>กรณีสเตทเมนต์ปลอม เมื่อ พ.ศ.2530 นายสมัคร  สุนทรเวช ถูกปรับออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมใน ครม.คณะที่ 43  และได้อภิปรายไม่ไว้วางใจนายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา  ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์  (ครม.คณะที่ 44) เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2530 นายสมัครอภิปรายกล่าวหาว่า  นายจิรายุรับสินบนโดยนำสำเนาสเตตเมนต์แสดงการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเฟิสต์  อินเตอร์สเตตในสหรัฐอเมริกา มาแสดงในสภาและอภิปรายว่ามีชื่อของนายจิรายุ  เป็นเจ้าของบัญชีดังกล่าว ซึ่งมีรายการโอนเงินค่าสินบน เป็นจำนวนเงิน 92 ล้านบาท  นายจิรายุได้ปฏิเสธและระบุว่าข้อกล่าวหาของนายสมัครเป็นเท็จและตนไม่เคยมีบัญชีธนาคารในสหรัฐอเมริกา</p>
<p>ต่อมา  จากการตรวจสอบโดยคณะกรรมการวิสามัญตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร  ผ่านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พบว่า  สเตตเมนต์ที่นายสมัครนำมาแสดงนั้นเป็นของปลอม  และนายจิรายุไม่เคยมีบัญชีเงินฝากในธนาคารนั้น อย่างไรก็ตาม  ไม่มีการดำเนินการทางกฎหมายใดๆ กับนายสมัคร เนื่องจากมีกฎหมายให้เอกสิทธิ์คุ้มครอง  ส.ส. ในระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต่อมา นายสมัครได้ยอมรับว่า  ได้นำเอกสารเท็จมาแสดงในการอภิปรายในครั้งนั้นจริง</p>
<p>การจัดรายการโทรทัศน์  นายสมัครร่วมจัดรายการสนทนาปัญหาบ้านเมือง ทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม MV1  ซึ่งถูกโจมตีโดยฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นสื่อที่เข้าข้าง พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตรและหลังจากที่มีการปฏิวัติโดยคณะปฏิรูปฯ นายสมัคร สุนทรเวช  ได้เลิกรายการของตนไป ก่อนหน้านั้น สมัครได้จัดรายการ “สมัคร-ดุสิต คิดตามวัน”  ร่วมกับนายดุสิต ศิริวรรณ ในเวลา 11.00 น. ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี  ระยะเวลา 30 นาที ซึ่งนายสมัครได้กล่าวว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ “เลือกข้างใช่ไหม”  จนก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และไม่พอใจของหลายฝ่าย น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ  กล่าวว่า พล.อ.เปรม เป็นที่เคารพของหลายฝ่าย และเป็นถึงประธานองคมนตรี  ทำให้นายสมัครขอยุติรายการดังกล่าวไปด้วยตนเอง</p>
<p>คดีหมิ่นประมาทอดีตรองผู้ว่าฯ  กทม. นายสมัคร และดุสิต ศิริวรรณ ซึ่งร่วมกันจัดรายการโทรทัศน์ “เช้าวันนี้ที่ช่อง  5” ทาง ททบ.5 และ “สมัคร-ดุสิต คิดตามวัน” ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ถูกนายสามารถ  ราชพลสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในขณะนั้น  เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท โดยการโฆษณา  โดยทั้งสองกล่าวหาว่านายสามารถทุจริตในโครงการจัดซื้อจัดจ้างของกรุงเทพมหานครในรายการโทรทัศน์  ศาลมีคำวินิจฉัยว่า  การกระทำของทั้งคู่เป็นการหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย  ถูกดูหมิ่นเกลียดชังจริง  ทั้งนี้นายสมัครได้เคยกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทมาแล้วหลายครั้ง  โดยศาลปรานีให้รอการลงโทษไว้เพื่อให้ปรับตัวเป็นคนดี  แต่นายสมัครกลับกระทำผิดซ้ำในความผิดเดิมอีก ศาลมีคำสั่งจำคุกสมัคร สุนทรเวช  และนายดุสิต ศิริวรรณ รวม 4 กระทงๆ ละ 6 เดือน รวมจำคุกคนละ 24 เดือน  โดยไม่รอลงอาญา ขณะนี้คดีกำลังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์</p>
<p>25  กันยายน 2551 ศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุกนายสมัคร สุนทรเวช  อดีตนายกรัฐมนตรี และนายดุสิต ศิริวรรณ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา และใช้เงินสด 200,000  บาท ประกันตัวไป</p>
<p><strong>กับสื่อมวลชน</strong></p>
<p>สมัคร สุนทรเวช  เป็นนักการเมืองที่รู้กันเป็นอย่างดีว่า มีวาจาที่เผ็ดร้อน  และมักชอบมีวิวาทะกับสื่อมวลชนเสมอๆ เช่น ให้นักข่าวหุบปาก เป็นต้น  ในการเลือกตั้งในปลายปี พ.ศ. 2550 สมัครได้มีวิวาทะกับสื่ออีกหลายครั้ง เช่น  เมื่อนักข่าวถามถึงปัญหาภายในพรรคของสมัคร  นายสมัครตอบว่าเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่สามารถบอกได้ แต่นักข่าวกลับถามซ้ำหลายครั้ง  นายสมัครจึงถามย้อนว่า “เมื่อคืนไปเสพเมถุนกับใครมาหรือเปล่า”  เพื่อแสดงให้เห็นว่าการถามคำถามเช่นนี้เป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัว, กล่าวว่า  สื่อดัดจริต รวมทั้งกล่าวว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2550  เฮงซวย</p>
<p>วันที่ 3 พฤษภาคม 2551 ซึ่งเป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก  องค์กรวิชาชีพสื่อได้แถลงผลการศึกษาเรื่อง &#8216;(วิ)วาทกรรมสมัครกับสื่อ&#8217;  สรุปว่าตั้งแต่ช่วงที่เข้ามารับเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน  สมัครใช้กลยุทธ์การสื่อสารที่ทำให้การสื่อสารสองทางเป็นการสื่อสารทางเดียว  ใช้ภาษาข่มขู่ รุนแรง ดุเดือด เลี่ยง เบี่ยงเบน บิดเบือน และทำให้หลงประเด็น  พูดความจริงบางส่วน หรือพูดเท็จบ่อยๆ ทำให้ความชอบธรรมกลายเป็นความไม่ชอบธรรม  ลดทอนน้ำหนักของประเด็นคำถาม  สร้างเรื่องใหม่ขึ้นมากลบเกลื่อนประเด็นสำคัญ</p>
<p>ผลการศึกษาได้ข้อสรุปว่า  สมัคร สุนทรเวช ขาดความเข้าใจเรื่องบทบาท สถานภาพ และหน้าที่ของตนและผู้อื่น  เพราะนายสมัครมีกลวิธีสื่อสารแบบที่ไม่เป็นมิตรกับสื่อ  และไม่สร้างเสริมประโยชน์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย  เพราะข้อความที่สื่อได้จากการทำข่าวนั้นไม่สามารถสร้างผลประโยชน์ได้  ไม่นำไปสู่กระบวนการมีส่วนร่วมทางการเมืองและการตรวจสอบรัฐบาลได้  แสดงออกถึงความเพิกเฉย ไม่สนใจ มองไม่เห็นคุณค่าของสื่อมวลชนในสังคมประชาธิปไตย  ไม่เคารพศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของสื่อ</p>
<p><strong>เหตุการณ์ 6 ตุลาคม  2519</strong></p>
<p>เกี่ยวกับเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519  สมัครได้เคยกล่าวไว้ในรายการ สมัคร-ดุสิต คิดตามวัน  ว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นมีคนตายเพียงคนเดียว และคนนั้นเป็นญวนอีกด้วย  ซึ่งนายสมัครได้ย้ำอีกครั้ง ในการให้สัมภาษณ์กับ แดน ริเวอร์ส  ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็น ออกอากาศเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551  และยังกล่าวอีกว่า “ผมบอกว่า ถ้าผมเป็นคนเลวมาไม่ได้ไกลขนาดนี้หรอก  ถ้าผมเป็นคนเกี่ยวข้องไม่ได้รับการสนับสนุนให้เดินหน้ามาถึงป่านนี้หรอก”</p>
<p>บทบรรณาธิการของบางกอกโพสต์  กล่าวถึงการให้สัมภาษณ์ของนายสมัครว่า  ไม่ได้เป็นเพียงแค่ปฏิเสธว่าตนไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เท่านั้น  เขายังปฏิเสธว่าการสังหารหมู่ไม่ได้เกิดขึ้นอีกด้วย  ทั้งที่มีภาพถ่ายเป็นหลักฐานแสดงว่ามีผู้เสียชีวิตหลายคน  และสมัครเองก็ทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น  เนื่องจากเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการปลุกเร้าให้ต่อต้านคอมมิวนิสต์  อันนำไปสู่การสังหารหมู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</p>
<p>ซึ่งประเด็นนี้  ได้กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่ว  ในวันที่รัฐบาลแถลงนโยบายในรัฐสภาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551  สมัครก็ได้ตอกย้ำสิ่งที่ตนพูดอีกครั้ง ซึ่งเป็นการตอบโต้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  และชวน หลีกภัย ฝ่ายค้าน พร้อมกับกล่าวว่า  ตนไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการปิดหนังสือพิมพ์หลังเหตุการณ์นี้ และได้สาบานด้วยว่า  ถ้าสิ่งที่ตนพูดไม่เป็นความจริง ขอให้ตนพบกับความวิบัติ ถ้าไม่จริง  ขอให้เจริญรุ่งเรือง</p>
<p>อีกทั้งสมัครยังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์  6 ตุลาคม 2519 แต่อย่างใด ขณะที่สื่อมวลชนรายหนึ่ง  ได้โชว์รูปถ่ายที่นายสมัครยืนอยู่ข้างหลังจอมพลประภาส  จารุเสถียรในครั้งนั้นแล้วชี้ให้นายสมัครดู  แต่สมัครปฏิเสธว่าไม่เคยเห็นรูปดังกล่าวมาก่อน</p>
<p>ต่อมาในวันที่  25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 “แม่ลูกจันทร์” แห่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  ยืนยันว่าภาพดังกล่าวถ่ายไว้ก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ถึง 4 ปี  โดยเป็นภาพถ่ายเมื่อ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515 ขณะเกิดเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายปาเลสไตน์  กลุ่มแบล็กเซปเทมเบอร์ บุกยึดสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล ถนนชิดลม  และจับเจ้าหน้าที่สถานทูตเป็นตัวประกัน  ยื่นเงื่อนไขให้รัฐบาลอิสราเอลปล่อยโจรปาเลสไตน์ที่ถูกจับกุม ภายใน 12 ชั่วโมง  ขณะนั้น จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี และจอมพลประภาส จารุเสถียร เป็น  รมว.มหาดไทย โดยที่นายสมัคร สุนทรเวช ขณะนั้นเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตอิสราเอล  ทำหน้าที่ประสานงานในเหตุการณ์ และ “แม่ลูกจันทร์”  เป็นนักข่าวการเมืองที่อยู่ในเหตุการณ์ รูปดังกล่าวจึงไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6  ตุลาคม พ.ศ.2519</p>
<p>พ.ศ. 2517  ตริตาภรณ์มงกุฏไทย<br />
พ.ศ. 2518 ตริตาภรณ์ช้างเผือก<br />
พ.ศ. 2519  ทวีติยาภรณ์มงกุฏไทย<br />
พ.ศ. 2520 รัตนาภรณ์ (ชั้นที่ ๒ )<br />
พ.ศ.  2522 ประถมาภรณ์มงกุฏไทย<br />
พ.ศ. 2524 ประถมาภรณ์ช้างเผือก<br />
พ.ศ.  2526 มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก<br />
พ.ศ. 2527 ทุติยจุลจอมเกล้า<br />
พ.ศ.  2527 มหาวชิรมงกุฏ<br />
พ.ศ. 2539 ปฐมดิเรกคุณาภรณ์<br />
พ.ศ. 2545  ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ</p>
<p><strong>ผลงาน</strong></p>
<p>เขียนบทความ  และความคิดเห็นทางการบ้านการเมืองแบบไม่ประจำใน สยามรัฐ, สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์  และชาวกรุง ตั้งแต่ พ.ศ. 2500 ถึง  2516<br />
เขียนบทความการเมืองในหนังสือพิมพ์ประชาไทย (พ.ศ. 2517 &#8211; พ.ศ.  2520)<br />
เขียนบทความในคอลัมน์ประจำ (มุมน้ำเงิน) หนังสือพิมพ์เดลิมิเร่อร์  ตั้งแต่ พ.ศ. 2521 จนถึง พ.ศ. 2537<br />
ผู้ดำเนินรายการ  ชิมไปบ่นไป<br />
ผู้ดำเนินรายการ เช้าวันนี้..ที่เมืองไทย  ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5<br />
ผู้ดำเนินรายการ สนทนาประสาสมัคร  ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย</p>
<p><strong>อาการป่วย</strong></p>
<p>หลังพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  นายสมัครเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ระหว่างวันที่ 3 ตุลาคม &#8211; 3  พฤศจิกายน พ.ศ.2551 เนื่องจากป่วยเป็นโรคมะเร็งตับ  โดยไม่เป็นที่เปิดเผยทางสื่อมวลชนมากนัก จนกระทั่ง นายกฤษณะ ไชยรัตน์  พิธีกรโทรทัศน์ เดินทางไปถ่ายทำรายการถึงโรงพยาบาล  อาการป่วยของนายสมัครจึงเป็นที่เปิดเผยในวงกว้าง  ต่อมานายสมัครจึงเดินทางไปรักษาต่อที่สหรัฐอเมริกา  กระทั่งกลับมาเมืองไทยและพักฟื้นที่บ้าน  ซึ่งต่อมาเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์  จนกระทั่งถึงแก่อนิจกรรมในวันนี้</p>
<p>http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000142264</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/241152/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
