<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย &#187; Uncategorized</title>
	<atom:link href="http://retailthai.com/index.php/category/uncategorized/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://retailthai.com</link>
	<description>คุ้มครองผู้บริโภค ต้านการค้าที่ไม่เป็นธรรม สงวนอาชีพของคนไทย</description>
	<lastBuildDate>Tue, 20 Jul 2010 01:40:17 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ค้าปลีกลุกฮือต้านโลตัส ตะลุยบดขยี้ไม่ยั้ง ทำศก.ชุมชนวอดวาย</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/korat-lotus</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/korat-lotus#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Jul 2010 01:34:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=1315</guid>
		<description><![CDATA[sptthai ข่าวเด่น จากเครือข่ายสมัชชาประชาชน - สมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด 
ค้าปลีกรายย่อยเกินรับมือ ?เทสโก้ โลตัส? ยื่นหนังสือถึงจังหวัด-อปท.-ส.ส. ให้ยับยั้งการขยายสาขาด่วน หลังเปิดแนวรุกใหม่แบบเอ็กซเพรส ขนาดไม่เกิน ๓๐๐ ตารางเมตร เจาะย่านชุมชนในเขตเทศบาลต่างๆ ย้ำทำธุรกิจค้าปลีกชุมชนล่มสลาย หากผู้บริหารอปท.ไม่เปิดรับฟังเสียงประชาชนตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ ก่อนออกใบอนุญาตก่อสร้าง
ภายหลังจากการรุกขยายสาขาของบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด หรือเทสโก้ โลตัส มายังจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นหัวเมืองหลักของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเปิดสาขาแรกบริเวณริมถนนมิตรภาพ เยื้องกับโรงพยาบาลกรุงเทพ ราชสีมา แบบไฮเปอร์มาร์เก็ต ตามมาด้วยการเปิดสาขาแบบมาร์เก็ต ที่อำเภอปักธงชัย และแบบไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่อำเภอปากช่อง ซึ่งทั้งสองสาขาดังกล่าวได้รับการต่อต้านจากกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกหรือ โชว์ห่วยในพื้นที่อย่างหนัก รวมถึงการเปิดสาขาในรูปแบบเอ็กซเพรสตามชุมชนต่างๆล่าสุดวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๓๐ น. ชุมชนเทศบาลนครนครราชสีมา เขต ๓ และร้านค้าปลีกรายย่อย กว่า ๕๐ คน นำโดยภก.จักริน เชิดฉาย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>sptthai <a href="http://www.spt-th.com/index.php?option=com_content&amp;view=section&amp;id=6&amp;Itemid=4">ข่าวเด่น จากเครือข่ายสมัชชาประชาชน </a>- <a href="http://www.spt-th.com/index.php?option=com_content&amp;view=category&amp;id=39:2009-08-31-04-12-51&amp;Itemid=4">สมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด </a><img class="size-medium wp-image-1316  alignright" title="Headlines1_1937_01_462917960" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/Headlines1_1937_01_462917960-300x224.jpg" alt="" width="183" height="136" /></p>
<p>ค้าปลีกรายย่อยเกินรับมือ ?เทสโก้ โลตัส? ยื่นหนังสือถึงจังหวัด-อปท.-ส.ส. ให้ยับยั้งการขยายสาขาด่วน หลังเปิดแนวรุกใหม่แบบเอ็กซเพรส ขนาดไม่เกิน ๓๐๐ ตารางเมตร เจาะย่านชุมชนในเขตเทศบาลต่างๆ ย้ำทำธุรกิจค้าปลีกชุมชนล่มสลาย หากผู้บริหารอปท.ไม่เปิดรับฟังเสียงประชาชนตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ ก่อนออกใบอนุญาตก่อสร้าง</p>
<p>ภายหลังจากการรุกขยายสาขาของบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด หรือเทสโก้ โลตัส มายังจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นหัวเมืองหลักของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเปิดสาขาแรกบริเวณริมถนนมิตรภาพ เยื้องกับโรงพยาบาลกรุงเทพ ราชสีมา แบบไฮเปอร์มาร์เก็ต ตามมาด้วยการเปิดสาขาแบบมาร์เก็ต ที่อำเภอปักธงชัย และแบบไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่อำเภอปากช่อง ซึ่งทั้งสองสาขาดังกล่าวได้รับการต่อต้านจากกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกหรือ โชว์ห่วยในพื้นที่อย่างหนัก รวมถึงการเปิดสาขาในรูปแบบเอ็กซเพรสตามชุมชนต่างๆ<span id="more-1315"></span>ล่าสุดวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๓๐ น. ชุมชนเทศบาลนครนครราชสีมา เขต ๓ และร้านค้าปลีกรายย่อย กว่า ๕๐ คน นำโดยภก.จักริน เชิดฉาย เจ้าของร้านหมอยาพลาซ่า และเลขาธิการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา รวมตัวกันที่หน้าลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี(ย่าโม) จังหวัดนครราชสีมา เพื่อแถลงการณ์คัดค้านการขยายสาขาของห้างเทสโก้ โลตัส โดยพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีขาวที่มีโลโก้ของห้างดังกล่าวเพื่อแสดงการต่อ ต้านว่า “ไม่เอา โลตัส” พร้อมทั้งถือป้ายคัดค้านที่มีข้อความว่า “ออกไป Tesco Lotus  เราไม่ต้องการ”,  “ร่วมกันต่อต้านทุนต่างชาติ”, “หนองไผ่ล้อมไม่ต้องการ Tesco Lotus” และ “ปีศาจค้าปลีกต่างชาติเราไม่เอา”</p>
<p>โดยในแถลงการณ์มีใจ ความสำคัญถึงการออกมาคัดค้านการขยายสาขาห้างเทสโก้ โลตัส ในครั้งนี้ว่า ด้วยปรากฏว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ เป็นต้นมา ห้างเทสโก้ โลตัส ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ของต่างชาติ ขยายตัวเข้ามาเปิดดำเนินกิจการรูปแบบเอ็กซเพรสในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา แล้วจำนวนหลายจุดด้วยกัน เช่นที่ อำเภอปากช่อง ตำบลด่านเกวียน ตำบลจอหอ ตลาดเซฟวัน และมีเป้าหมายในการที่จะขยายสาขาในรูปแบบดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๒ สาขาในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งการขยายตัวดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลกระทบกับชุมชน กล่าวคือ ๑. กิจการค้าปลีกสมัยใหม่ มีวิธีการกระตุ้นการตลาด กระตุ้นยอดขาย ขายลดราคาต่ำกว่าทุน ผลิตสินค้าในยี่ห้อของตนเองคราวละมากๆ เพื่อขายในราคาถูก และอื่นๆ กระทั่งทำให้กิจการของชุมชนไม่สามารถที่จะต่อสู้ทางการค้าได้ และล่มสลายไปในที่สุด ๒. กิจการค้าปลีกสมัยใหม่ มีการขายสินค้าทุกประเภท เสมือนหนึ่งเป็นการผูกขาดทางการค้า สามารถกำหนดปริมาณ ราคา และรูปแบบในการขายได้ ทำให้ร้านค้าปลีกที่มีอยู่ดั้งเดิมในชุมชนที่มีการขายสินค้าเฉพาะอย่างบาง ประเภท มีทุนดำเนินการน้อย ไม่สามารถต่อสู้ทางการค้าได้ ต้องถูกทำลายและปิดกิจการไปในที่สุด ๓. การขยายตัวของกิจการค้าปลีกสมัยใหม่ จะส่งผลกระทบต่อโครงการของรัฐบาลที่มีในชุมชน เช่น กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กองทุนเงินล้าน), โครงการพัฒนาศักยภาพชุมชน (S, M, L) และโครงการเศรษฐกิจพอเพียง เพราะจะส่งผลกระทบต่อการต่อยอดเศรษฐกิจในชุมชน เมื่อผู้ค้ารายย่อยในชุมชนแข่งขันกับห้างค้าปลีกสมัยใหม่ไม่ได้ ก็จะไม่มีเงินมาใช้หนี้กองทุนต่างๆ ทำให้กองทุนต่างๆ ล้มเหลวในที่สุด</p>
<p>๔. การขยายตัวของกิจการค้าปลีกสมัยใหม่ ทำให้เป็นการปลูกฝังวัฒนธรรมแบบบริโภคนิยม และสร้างค่านิยมแบบผิดๆ สอดแทรกมากับวัฒนธรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การเห่อใช้ของที่ผลิตมาจากต่างประเทศ กินอาหารที่เป็นของต่างชาติ ทำลายวิถีชีวิตแบบไทย ก่อให้เกิดการบริโภคแบบฟุ่มเฟือย ใช้จ่ายเกินความจำเป็น โดยเฉพาะเด็ก และเยาวชนที่ต้องตกเป็นทาสของวัฒนธรรม เกิดพฤติกรรมเสี่ยงที่สร้างปัญหาให้กับพ่อ แม่ ผู้ปกครอง และในภาพรวมของสังคมไทย และ ๕. การขยายตัวของกิจการค้าปลีกสมัยใหม่ ทำให้เกิดการไหลออกของเงินตราไปยังต่างประเทศ เพราะเจ้าของกิจการ หรือหุ้นส่วนใหญ่ คือ คนต่างชาติ ผลกำไร หรือผลประกอบการทั้งหมดที่ได้ถูกส่งไปยังต่างประเทศปีละหลายพันล้านบาท หากปล่อยให้มีการขยายตัวอย่างนี้ไปเรื่อยๆ คนไทยก็จะไม่เหลืออะไรให้ลูกหลานต่อไป และเกิดการล่มสลายทางเศรษฐกิจดังที่หลายประเทศในโลกประสบมาแล้ว</p>
<p>ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ ตัวแทนชุมชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เขต ๓ และกลุ่มผู้ค้าปลีกรายย่อย ขอเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวนครราชสีมา เรียกร้องต่อภาครัฐและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องขอให้ดำเนินการ ดังนี้</p>
<p>๑. ห้างเทสโก้ โลตัส ในฐานะผู้ประกอบการที่จะดำเนินการขยายกิจการที่มีผลกระทบกับชุมชน จะต้องแจ้งให้ชุมชนทราบถึงแผนการดำเนินการขยายสาขา ระยะเวลาดำเนินการ สถานที่ดำเนินการ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ก่อนมีการอนุญาต หรือไม่อนุญาตให้เปิดดำเนินการต่อไป</p>
<p>๒. หน่วยงานภาครัฐผู้รับผิดชอบ และมีผู้มีส่วนได้เสีย จะต้องจัดให้มีการทำประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ เพื่อนำข้อมูลความคิดทั้งหมดมาประมวล ก่อนที่จะมีการดำเนินการใดๆ ต่อไป และสุดท้าย ๓. หน่วยงานภาครัฐผู้รับผิดชอบ จะต้องให้มีการศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม อากาศ เสียง สภาพการจราจร การจัดการผังเมือง ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจชุมชน ผลกระทบทางด้านวิถีชีวิตและการดำเนินชีวิต ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจโดยรวม ฯลฯ แล้วรายงานผลกระทบที่จะเกิดขึ้นให้ประชาชนทราย ก่อนดำเนินการตัดสินใจใด</p>
<p>ซึ่งภายหลังการอ่าน แถลงการณ์เสร็จสิ้น นายสมศักดิ์ ปริสุทโธ เหมทานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นตัวแทนนายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา มารับหนังสือเพื่อขอความช่วยเหลือในการระงับ ยับยั้งการขยายสาขาของห้างเทสโก้ โลตัส จากภก.จักริน เชิดฉาย แกนนำชุมชนเทศบาลนครนครราชสีมา เขต ๓ และร้านค้าปลีกรายย่อย ซึ่งในหนังสือดังกล่าวได้แนบรายชื่อผู้เข้าร่วมการประชุม เมื่อวันที่ ๘-๙ มิถุนายน ๒๕๕๓ ณ ศาลาเอนกประสงค์ ชุมชนพานิชเจริญ และเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๓ ณ ศาลาการเปรียญวัดหนองไผ่ล้อม ที่เห็นพ้องกันว่า จะต้องดำเนินการคัดค้านการเปิดดำเนินกิจการของห้างเทสโก้ โลตัส อย่างถึงที่สุด และมติของที่ประชุมดังกล่าวยังเรียกร้องให้ผู้บริหารระดับท้องถิ่น จังหวัด ประเทศ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงความสำคัญในการดูแล คุ้มครอง การประกอบการค้าของคนไทย และวิถีชีวิตของชุมชนในระยะยาว</p>
<p>นายสมศักดิ์ ปริสุทโธ เหมทานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า จังหวัดมีหนังสือสั่งการไปยังองค์กรปกครองท้องถิ่น(อปท.) โดยเฉพาะเทศบาล และอบต.ต่างๆ ในการพิจารณาอนุญาตการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร เพื่อขยายสาขาของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ตั้งแต่วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๐ ซึ่งอปท.ควรพิจารณาเพื่อรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เกี่ยวกับการค้าปลีกค้าส่งที่มีผลกระทบต่อประชาชน และได้กำชับให้อปท.พิจารณาให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ก่อนที่จะออกใบอนุญาตให้ดำเนินการ ทั้งนี้ ขนาดพื้นที่การก่อสร้างห้างค้าปลีกสมัยใหม่นั้น การขออนุญาตก่อสร้างต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า ๓๐๐ ตารางเมตร ส่วนขนาดที่เกิน ๓๐๐-๑,๐๐๐ ตารางเมตร มีข้อกำหนดทางกฎหมาย ๑๐ ข้อที่บัญญัติไว้ในกฎกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องการขออนุญาตก่อสร้าง ซึ่งทางจังหวัดจะรับเรื่องนี้เข้าไปหารือกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อแจ้งหรือสั่งการให้อปท.ต่างๆ ออกใบอนุญาตให้รอบคอบ โดยฟังเสียงของพี่น้องประชาชนประกอบกอบการพิจารณาเป็นสำคัญ</p>
<p>ด้านภก.จักริน เชิดฉาย แกนนำชุมชนเทศบาลนครนครราชสีมา เขต ๓ และร้านค้าปลีกรายย่อย และเป็นเจ้าของร้านหมอยาพลาซ่า ซึ่งจำหน่ายยาและสินค้าสะดวกซื้อต่างๆ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง กล่าวว่า เป้าหมายในการยื่นหนังสือคัดค้านการรุกขยายสาขาของห้างเทสโก้ โลตัส รวมถึงห้างค้าปลีกสมัยใหม่อื่นๆ ได้แนบรายชื่อผู้ที่ได้รับผลกระทบและคัดค้านกว่า ๑,๐๐๐ ราย ส่วนข้อเสนอที่เรียกร้องในแถลงการณ์นั้น เนื่องจากทราบว่ากฎหมายไม่สามารถควบคุมขนาดพื้นที่ได้อย่างชัดเจน วันนี้ห้างค้าปลีกต่างชาติเปิดบริการเต็มพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาแล้ว ไม่ว่าระดับจังหวัดหรืออำเภอ โดยเฉพาะห้างเทสโก้ โลตัส ได้เปิดแนวรุกลงไปทุกชุมชนที่มีศักยภาพ ด้วยขนาดการประกอบกิจการ ๓๐๐ ตารางเมตร ในรูปแบบเอ็กซเพรส เช่นที่อำเภอปากช่อง และอำเภอปักธงชัย ผลกระทบเกิดขึ้นชัดเจนแล้วว่าทำให้ค้าปลีกชุมชนหรือโชวห่วยล่มสลาย ดังนั้น จังหวัด หรืออปท.ต่างๆ ก่อนที่จะออกใบอนุญาต ควรแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่หรือผู้ที่จะได้รับผลกระทบทราบด้วยว่า จะเปิดสาขาที่ไหน และประชาชนในพื้นที่ยอมรับหรือไม่ ซึ่งในประเด็นนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการรับฟังเสียงของประชาชน ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐</p>
<p>ทั้งนี้ นอกจากการยื่นหนังสือดังกล่าวกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา การรวมตัวกันครั้งนี้ของชุมชนเทศบาลนครนครราชสีมา เขต ๓ และร้านค้าปลีกรายย่อย ยังเดินทางไปยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง คือ อบจ.นครราชสีมา, เทศบาลนครนครราชสีมา, ที่ทำการพรรครวมชาติพัฒนา (บ้านสุวัจน์ ลิปตพัลลภ) และหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การขยายสาขาของห้างเทสโก้ โลตัส ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ของกลุ่มทุนจากประเทศอังกฤษ “โคราชรายวัน คนอีสาน” ได้รับรายงานว่า ยังมีแผนเล็งเปิดสาขาใหม่ในจังหวัดนครราชสีมา บริเวณถนนจอมสุรางค์ยาตร์ ซึ่งเป็นทำเลที่ตั้งของโรงแรมรอยัลพลาซ่า ที่เกิดเหตุการณ์ตึกถล่มเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๓๖ ทำให้ประชาชนบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก แต่เรื่องนี้เจ้าของที่ดิน คือ นายศิริพงษ์ เก่งสุรการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศิลาบริการขนส่ง จำกัด และเป็นเจ้าของโรงแรมดิไอยรา ระบุกับ “โคราชรายวัน คนอีสาน” เพียงว่า “ตนไม่ทราบเรื่องนี้ แต่มีหลายรายมาทาบทามเพื่อขอใช้ประโยชน์จากที่ดินผืนนี้”</p>
<p>koratdaily ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๓  ๑๗:๑๐ น.</p>
<p>http://www.koratdaily.com/21/4549.html<img class="aligncenter size-medium wp-image-1316" title="Headlines1_1937_01_462917960" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/Headlines1_1937_01_462917960-300x224.jpg" alt="" width="300" height="224" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/korat-lotus/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คาร์ฟูร์เตรียมถอนตัวออกจากไทย</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/07-07-53</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/07-07-53#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Jul 2010 03:05:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=1277</guid>
		<description><![CDATA[07 กรกฎาคม 2553 เวลา 07:01 น. http://www.posttoday.com
&#8220;คาร์ฟูร์&#8221; เชนซูเปอร์สโตร์ ชื่อดังของฝรั่งเศสเตียมถอนธุรกิจจาก 3 ประเทศในเอเชียตะวันอออกเฉียงใต้
บลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า &#8220;คาร์ฟูร์&#8221; เชนซูเปอร์สโตร์ ชื่อดังของฝรั่งเศสเตียมถอนธุรกิจจาก 3 ประเทศในเอเชียตะวันอออกเฉียงใต้ ได้แก่ไทย มาเลเซีย และ สิงคโปร์ แล้ว โดยในระหว่างนี้อยู่ในระหว่างการทาบทามกับผู้ซื้ออยู่แหล่งข่าว ระบุว่า ผู้ที่อาจจะเข้าซื้อต่อนั้น มีทั้ง เทสโก ของอังกฤษ, อิออน ของญี่ปุ่น, เดรี ฟาร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิง ของฮ่องกง และบิ๊กซี ของไทย แต่ทว่า การขายในครั้งนี้ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนแต่อย่างใดทั้งนี้ มูลค่าธุรกิจของคาร์ฟูร์ในไทยอยู่ที่ระหว่าง 500-600 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนในมาเลเซีย และสิงคโปร์ รวมกันอยู่ที่ 350-400 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยคาร์ฟูร์ ยังตั้งใจที่จะคงธุรกิจไว้ในจีน และอินโดนีเซียต่อไป
อย่างไรก็ตาม ทางด้าน ฟลอเรนซ์ โคเฮน โฆษกหญิงของคาร์ฟูร์ สำนักงานใหญ่ในกรุงปารีส ยังปฏิเสธไม่ให้ความเห็นต่อเรื่องนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><em>07 กรกฎาคม 2553 เวลา 07:01 น. </em>http://www.posttoday.com</p>
<p><strong>&#8220;คาร์ฟูร์&#8221; เชนซูเปอร์สโตร์ ชื่อดังของฝรั่งเศสเตียมถอนธุรกิจจาก 3 ประเทศในเอเชียตะวันอออกเฉียงใต้</strong></p>
<p>บลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า &#8220;คาร์ฟูร์&#8221; เชนซูเปอร์สโตร์ ชื่อดังของฝรั่งเศสเตียมถอนธุรกิจจาก 3 ประเทศในเอเชียตะวันอออกเฉียงใต้ ได้แก่ไทย มาเลเซีย และ สิงคโปร์ แล้ว โดยในระหว่างนี้อยู่ในระหว่างการทาบทามกับผู้ซื้ออยู่แหล่งข่าว ระบุว่า ผู้ที่อาจจะเข้าซื้อต่อนั้น มีทั้ง เทสโก ของอังกฤษ, อิออน ของญี่ปุ่น, เดรี ฟาร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิง ของฮ่องกง และบิ๊กซี ของไทย แต่ทว่า การขายในครั้งนี้ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนแต่อย่างใด<span id="more-1277"></span>ทั้งนี้ มูลค่าธุรกิจของคาร์ฟูร์ในไทยอยู่ที่ระหว่าง 500-600 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนในมาเลเซีย และสิงคโปร์ รวมกันอยู่ที่ 350-400 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยคาร์ฟูร์ ยังตั้งใจที่จะคงธุรกิจไว้ในจีน และอินโดนีเซียต่อไป</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ทางด้าน ฟลอเรนซ์ โคเฮน โฆษกหญิงของคาร์ฟูร์ สำนักงานใหญ่ในกรุงปารีส ยังปฏิเสธไม่ให้ความเห็นต่อเรื่องนี้ ทางด้าน ฟาบิโอ ฟัซซารี นักวิเคราะห์จาก อิควิตา ซฺม ในนครมิลาน ของอิตาลีให้ความห็นว่า ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่มาถูกทางของคาร์ฟูร์แล้ว เพราะว่าแนวทางการบริหารใหม่ของคาร์ฟูร์ ได้เน้นการลงทุนที่ไม่ใช่ธุรกิจค้าปลีกมากขึ้น และคาร์ฟูร์กำลังกำจัดสินทรัพย์ที่ทำผลงานต่ำออกไป</p>
<h1><span style="color: #993300;">รัฐบาลไทยลั่นพร้อมช่วยคาร์ฟูร์ ชงเข้า ครม.สัปดาห์หน้า</span></h1>
<p>ไทยรัฐ  วันที่ 8 กรกฎาคม 2553</p>
<p>&#8220;อลงกรณ์&#8221; ลั่น รบ.ไทยพร้อมช่วย &#8220;คาร์ฟูร์&#8221; หากได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การเมือง จ่อชง ครม.สัปดาห์หน้า ด้านซีอีโอเผยยังไม่มีแผนถอนการลงทุน ยาหอมเชื่อมั่นการประกอบธุรกิจในไทย</p>
<p>เมื่อ วันที่ 8 ก.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จากกรณีกระแสข่าวห้างสรรพสินค้าคาร์ฟูร์ของฝรั่งเศส เตรียมถอนการลงทุนจากไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย เพื่อไปลงทุนในจีน และอินโดนีเซียนั้น ได้สอบถามไปยังนายเอริค แมกซ์ อูว์ซอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) บริษัท เซ็นคาร์ จำกัด ผู้บริหารห้างคาร์ฟูร์ (ประเทศไทย) ได้รับการยืนยันว่า คาร์ฟูร์ไม่มีแผนจะถอนหุ้น ถอนการลงทุนในไทย และยังเชื่อมั่นต่อการประกอบธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งทางบริษัทฯ กำลังติดต่อขอทราบข้อมูลของนโยบายบริษัทแม่ในฝรั่งเศส คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้จะทราบความชัดเจน และยังฝากให้ประธานหอการค้าฝรั่งเศสตรวจสอบในเรื่องนี้ ขณะที่หอการค้าฝรั่งเศสยังไม่ยืนยันกระแสข่าวดังกล่าว เพราะรัฐบาลวิตกกังวลว่าจะเป็นการส่งสัญญาณไม่ดีต่อภาพพจน์ของไทย ในขณะที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวและสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจหลังเหตุการณ์ รุนแรงทางการเมืองผ่านพ้นไป</p>
<p>&#8220;หากเป็นการถอนการลงทุนเป็นเรื่องการ บริหารงานเฉพาะภายในองค์กรคาร์ฟูร์เอง ก็ไม่มีปัญหา แต่หากเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับไทย ก็พร้อมจะแก้ไขให้เพื่อให้คงการลงทุนในไทยต่อไป เพราะฝรั่งเศสเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจและสัมพันธ์ที่ดีกับไทยมากว่า 230 ปี และที่ผ่านมาคาร์ฟูร์มีผลประกอบการดีมาตลอดทำรายได้กว่า 2.5 หมื่นล้านบาทในปีที่ผ่านมาจากสาขา 39 แห่ง และมีทุนจดทะเบียน 10,000 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 61 หรือประมาณ 6,100 ล้านบาท ลงทุนโดยฝรั่งเศส&#8221; นายอลงกรณ์ กล่าว</p>
<p>นอกจากนี้ นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ยังได้หารือถึงความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทย-ฝรั่งเศส จากปัจจุบันที่มีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท และยังเสนอให้สลับการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า (บิสซิเนสฟอรัม) เพื่อเป็นเวทีหารือระหว่างนักลงทุนไทย-ฝรั่งเศส โดยเพิ่มเวทีประชุมในระหว่างการจัดงานแสดงสินค้าอาหาร โดยมีกำหนดเริ่มการประชุมครั้งแรกในเดือนตุลาคมนี้ ที่ฝรั่งเศส อีกทั้งเสนอให้ทั้งสองประเทศเพิ่มความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ด้านทรัพย์สินทางปัญญา สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) และอุตสาหกรรมบันเทิงระหว่างกันด้วย</p>
<p>นายอลงกรณ์ กล่าวยืนยันด้วยว่า รัฐบาลไทยจะให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการฝรั่งเศสที่ได้รับผลกระทบจาก เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเหมือนกับผู้ประกอบการไทย โดยการประชุม ครม.สัปดาห์หน้าจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือธุรกิจต่างชาติที่ลงทุนใน ประเทศไทย และให้สินเชื่อพนักงานที่ถูกเลิกจ้างหรือต้องการเปลี่ยนงานเข้าสู่ธุรกิจแฟรนไชส์และขายตรง.</p>
<h1><span style="color: #800000;">จ้องฮุบคาร์ฟูร์  &#8220;เจริญ-บิ๊กซี”พร้อมซื้อกิจการ </span></h1>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td height="1" bgcolor="#cccccc"><img src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="" width="1" height="1" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="4">
<tbody>
<tr>
<td align="left" valign="baseline"><span style="color: #003366;">โดย  ASTVผู้จัดการรายวัน</span></td>
<td align="left" valign="baseline">9 กรกฎาคม 2553 06:25 น.</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="4" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td align="center" valign="middle"></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>ASTVผู้จัดการรายวัน – จับตา “บิ๊กซี-เบอร์ลี่”  จ้องฮุบซื้อกิจการคาร์ฟูร์ในไทย  หลังบริษัทแม่คาร์ฟูร์ฝรั่งเศสส่งสัญญาณถอนทัพหนีไทยแน่นอน  ด้านซีอีโอในไทยยันไม่ถอน แต่อ้อมแอ้มรอคำตอบบริษัทแม่ก่อน “กรณ์” เชื่อ ไม่เกี่ยว พรบ.ค้าปลีก ขณะที่  “อลงกรณ์” ยัน พร้อมช่วยเหลือหากมีปัญหา สั่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรวจสอบ</p>
<p>สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนนี้  โดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า คาร์ฟูร์เครือข่ายค้าปลีกรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก  และรายใหญ่สุดของทวีปยุโรป วางแผนจะขายทิ้งกิจการในไทย มาเลเซีย และ  สิงคโปร์ โดยขณะนี้กำลังมองหาผู้ซื้อที่มีศักยภาพอยู่  และอาจขอให้มีการเสนอราคาซื้อกิจการดังกล่าวภายในต้นเดือนกันยายนนี้  แต่ยังไม่ได้เปิดเผยกระบวนการอย่างเป็นทางการซึ่งการขายกิจการครั้งนี้อาจทำ เงินให้คาร์ฟูร์ประมาณ 800-1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม คาร์ฟูร์ยังจะเดินหน้าลงทุนในประเทศจีนและอินโดนีเซีย  โดยเมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา นายลาร์ส โอลอฟสัน  หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) คาร์ฟูร์  ประกาศกลางที่ประชุมผู้ถือหุ้น ว่า ในปี 2553 นี้  บริษัทมีแผนจะเปิดไฮเปอร์มาร์เก็ต 22 แห่ง และดิสเคานต์สโตร์อีก 140  แห่งในจีน และตั้งเป้าเปิดสาขาอีก 13 แห่งในอินโดนีเซียด้วย</p>
<p>ขณะที่ นางฟลอเรนซ์บาราเนส โคเฮน โฆษกคาร์ฟูร์  ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นต่อรายงานข่าวดังกล่าว<br />
แหล่งข่าวเผยด้วยว่า คาร์ฟูร์ อาจพิจารณาที่จะขายกิจการใน 3  ประเทศข้างต้น แบบแยกขายตามประเทศ  เพราะผู้ที่สนใจซื้ออาจไม่ต้องการที่จะซื้อกิจการรวมกันทั้งหมด  โดยธุรกิจของคาร์ฟูร์ในไทยอาจมีมูลค่าการขายอยู่ที่ราว 500-600 ล้านดอลลาร์  ขณะที่ธุรกิจในมาเลเซีย และสิงคโปร์ อาจมีมูลค่าราว 350-400 ล้านดอลลาร์</p>
<p>ทางบริษัทแม่ได้เปลี่ยนทีมผู้บริหารใหม่และได้เน้นนโยบายเรื่องการถอนการลง ทุนจากประเทศที่ไม่มีกำไร เบื้องต้นคาร์ฟูร์มีสาขาอยู่ในประเทศไทยจำนวน 30  สาขา คาดว่าจะต้องใช้เงินทุนประมาณ 15,000 ล้านบาทในการเข้าซื้อ  สำหรับบริษัท เซ็นคาร์ จำกัด มีทุนจดทะเบียน 10,000 ล้านบาท  มีฝรั่งเศสถือหุ้น 61% หรือ 6,100 ล้านบาท</p>
<p>**** ลือสะพัด” เจริญ” จ้องตาเป็นมัน<br />
ล่าสุด มีกระแสข่าวลือสะพัดในตลาดหุ้นของไทยว่า บริษัท เบอร์ลี่  ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC มีความสนใจที่จะเข้าไปเทกโอเวอร์กิจการ  โดยทีมผู้บริหารบินไปต่างประเทศเพื่อเจรจาแล้ว  และคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะกลับมาถึงประเทศไทย พร้อมคาดการณ์ว่า  อาจมีการยื่นประมูลห้างคาร์ฟูร์ที่จะถอนการลงทุนจากประเทศมาเลเซีย  สิงคโปร์และไทย  หลังธุรกิจประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่องจนกระทบต่อฐานะทางการเงินของ บริษัทแม่</p>
<p>ขณะที่วงการค้าปลีก ยอมรับว่า ข่าวดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูง  เพราะทางผู้บริหารคาร์ฟูร์ได้เคยยื่นข้อเสนอไปทาง คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี  เจ้าของและผู้ถือหุ้นใหญ่ของเบอร์ลี่ด้วย  และยังมีกิจการอีกหลายแห่งที่ยื่นข้อเสนอเข้ามา  แต่เรื่องนี้ยังไม่มีการตัดสินใจ เนื่องจากต้องศึกษาให้รอบคอบ</p>
<p>***จับตาบิ๊กซีจ้องซื้อคาร์ฟูร์<br />
ด้านสถาบันวิจัยนครหลวงไทย (SCRI) ประเมินว่า  มีความเป็นไปได้ที่บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIG C  และกลุ่ม BJC จะทำการซื้อกิจการคาร์ฟูร์ในประเทศไทย  โดยประเมินว่ารูปแบบการดำเนินธุรกิจของ BIGC  จะเหมาะสมกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของคาร์ฟูร์มากที่สุด  เนื่องจากในปัจจุบัน (สิ้นปี 2552) คาร์ฟูร์มีจำนวนสาขารวม 39  แห่งและร้านสะดวกซื้อ 1 แห่ง ซึ่งจะทำให้จำนวนสาขาของ BIGC  เพิ่มขึ้นและครองส่วนแบ่งตลาดไฮเปอร์มาร์เกตเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ในปัจจุบัน  BIGC มีสาขารวม 68 แห่ง และคาดจะเพิ่มเป็น 71 แห่ง ณ สิ้นปี 2553</p>
<p>อย่างไรก็ตาม SCRI ประเมินว่า ในกรณีที่ BIGC  สนใจซื้อกิจการคาร์ฟูร์จริงจะต้องใช้เงินลงทุนมูลค่ากว่า 1.5 – 2  หมื่นล้านบาท ซึ่งมีความเสี่ยงที่ BIGC จะต้องกู้ยืมและ/หรือเพิ่มทุน  นอกจากนี้การที่ธุรกิจของคาร์ฟูร์เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ BIGC  ทำให้อาจเกิดการ Canibalized (แย่งชิงลูกค้า)  กันเองระหว่างสาขาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน</p>
<p>ด้านราคาหุ้น BJC ดีดบวกถึง 23.70% มาอยู่ที่ 16.70 บาท เพิ่มขึ้น  3.20 บาท มูลค่าซื้อขาย 270.17 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.08 น.โดยเปิดตลาดที่  14.40 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 17.50 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่  14.40 บาท</p>
<p>*** เซเว่นฯยังไม่สนใจ<br />
นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์  จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านเซเว่นอีเลฟเว่น  เปิดเผยถึงกรณีที่กลุ่มคารฟูร์จะถอนการลงทุนจากประเทศไทยว่า  ข่าวนี้ไม่เป็นเรื่องที่น่าตกใจเท่าไร เพราะมีความเคลื่อนไหวมาก่อนนี้แล้ว  อีกทั้งไม่ได้เป็นผลกระทบมาจากปัญหาด้านการเมืองหรือเศรษฐกิจของไทยแต่อย่าง ใด<br />
แต่เป็นเพราะนโยบายของบริษัทแม่คาร์ฟูร์ในต่างประเทศเอง  ที่ต้องการถอนการลงทุนในตลาดที่เล็กแต่มีการแข่งขันที่รุนแรงและมียอดขาย น้อย ซึ่งไทยก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย  เพื่อที่จะหันไปเน้นในการลงทุนในตลาดที่ใหญ่และมียอดขายสูงเช่น  ประเทศอินโดนีเซีย หรือจีน เป็นต้น<br />
“เรื่องที่เกิดขึ้นนี้  ไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกหรือกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่าง ประเทศ อีกทั้งธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ตในไทยก็ยังมีโอกาสที่เติบโตดีอยู่  ส่วนคาร์ฟูร์จะถอนการลงทุนในไทย  ก็ไม่ได้ส่งผลบวกหรือผลลบอะไรกับเซเว่นอีเลฟเว่น  เพราะเป็นคนละธุรกิจอยู่แล้ว”</p>
<p>อย่างไรก็ตาม  กลุ่มเซเว่นฯที่เป็นธุรกิจในเครือซีพีสนใจที่จะซื้อธุรกิจของกคารฟูร์หรือ ไม่นั้น นายปิยะวัฒน์ กล่าวในเชิงที่ไม่ปฎิเสธและไม่ได้ตอบรับว่า  ข่าวนี้เพิ่งออกมา ยังไม่มีใครติดต่อมาทางเซเว่นฯ  ส่วนเซเว่นฯเองก็ไม่ได้เสนออะไรไป ข่าวเพิ่งออกมา  เรื่องนี้เราคงต้องเอาข้อมูลมาศึกษาให้รอบคอบ ต้องปรึกษาผู้ใหญ่  ต้องปรึกษาบอร์ดว่าจะสนใจหรือไม่ต้องศึกษาให้ดี</p>
<p>คนวงในค้าปลีกให้ความเห็นว่า  ปัญหาหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจก็คือ  เรื่องของการเข้มงวดเกี่ยวกับกฎหมายผังเมืองและพรบ.ค้าปลีกที่จะคุมเข้มใน เรื่องของการขยายสาขาของธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่  ซึ่งจะทำให้ยากต่อการขยายตัวมากขึ้น ทำให้คาร์ฟูร์เองได้รับผลกระทบตรงนี้  เนื่องจากที่ผ่านมา คาร์ฟูร์มีธุรกิจในไทยที่เป็นสโตร์ขนาดใหญ่มาตลอด  ซึ่งมาเพียงช่วงหลังนี้เองที่เพิ่งเริ่มปรับตัวเปิดสโตร์ขนาดเล็กใช้พื้นที่ น้อย แต่ก็ยังมีความเสียเปรียบคู่แข่งรายอื่นที่ทำมาก่อนหน้านี้แล้ว</p>
<p>*** “กรณ์” เชื่อไม่เกี่ยว พรบ.ค้าปลีก<br />
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า  คงไม่ถึงขั้นถอนการลงทุนจากไทย  แต่อาจจะเป็นการขายหรือโอนกิจการให้ผู้อื่นเข้ามาบริหารงานแทน  และเชื่อว่าไม่ได้เกิดจากผลกระทบของพรบ.ค้าปลีก พร้อมยืนยันว่า  กรณีดังกล่าวไม่มีความกังวลที่นักลงทุนต่างชาติจะถอนการลงทุนในไทย  เพราะมองว่าประเทศไทยยังเป็นเป้าหมายสำคัญที่นักลงทุนต่างชาติจะเข้ามาเจาะ ตลาดการค้าปลีก โดยเฉพาะภาคที่ไทยมีการบริโภคภายในประเทศ  และเป็นตลาดที่ใหญ่จากจำนวนประชากรกว่า 60 ล้านคน ที่มีรายได้มากขึ้น<br />
“ผมมองว่า ธุรกิจค้าปลีกในไทย ที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จมาก  ดูตัวอย่างกรณีห้างเทสโก้ โลตัส ที่การแข่งขันดี  จนทำให้เกิดปัญหากระทบต่อผู้ค้าปลีกรายย่อย  มีขนาดการบริโภคภายในประเทศที่ใหญ่ ประชากรมีรายได้สูงขึ้น  ถือว่ามีศักยภาพด้านการตลาด”</p>
<p>*** อลงกรณ์พร้องแก้ไขปัญหา<br />
นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า  ได้สอบถามไปยังประธานเจ้าหน้าบริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัท เซ็นคาร์ จำกัด  ผู้บริหารห้างคาร์ฟูร์ในไทยแล้ว  ในเบื้องต้นได้รับการยืนยันว่ายังไม่ถอนการลงทุนจากไทย  เพราะการทำธุรกิจค้าปลีกในไทยยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้  จะต้องรอความชัดเจนจากบริษัทแม่ก่อน</p>
<p>“ใน 1-2 วันนี้จะขอความชัดเจนจากผู้บริหารคาร์ฟูร์ในไทยอีกครั้ง  หากการถอนการลงทุนเป็นเรื่องของธุรกิจก็ไม่มีปัญหา  แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับไทย เราก็พร้อมจะแก้ไขให้  เพื่อให้ยังลงทุนต่อไป เพราะฝรั่งเศสกับไทยเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ  และมีความสัมพันธ์กันมากว่า 230 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม  ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน”  นายอลงกรณ์กล่าว</p>
<p>ส่วนการหารือกับหอการค้าฝรั่งเศส-ไทยนั้น นายอลงกรณ์ กล่าวว่า  ได้หารือเรื่องดังกล่าวเช่นกัน แต่ประธานหอการค้าฝรั่งเศส-ไทย  ยังไม่ยืนยันข่าวดังกล่าว</p>
<p>นายฟรอง ฟูแชร์ ประธานหอการค้าฝรั่งเศส-ไทย  กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าคาร์ฟูร์จะถอนการลงทุนในไทยว่า ขณะนี้  ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่จะสอบถามไปยังผู้บริหารบริษัท เซ็นคาร์ เร็วๆ นี้  ส่วนการตัดสินใจจะลงทุนต่อหรือไม่เป็นเรื่องของผู้บริหารในบริษัทแม่  สำหรับผู้ประกอบการฝรั่งเศสที่ได้รับผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมืองของ ไทยนั้น คาดว่าจะมีไม่ถึง 10 รายที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้  และไม่สามารถทำธุรกิจต่อไปได้</p>
<p>http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9530000094219&amp;Keyword=%a1%c3%b3%ec</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/07-07-53/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พาณิชย์แก้ ปัญหา เข็นไข่ธงฟ้า ดีเดย์ขายวันนี้</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89-%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89-%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Jul 2010 02:42:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=1263</guid>
		<description><![CDATA[พาณิชย์ แก้ปัญหาราคาไข่ ทำไข่ธงฟ้าราคาถูกขายทั่วประเทศ ดีเดย์ 30 มิ.ย. เกษตรกรผู้เลี้ยง แนะแก้ปัญหายั่งยืนต้องลดกำลังการผลิตรายใหญ่-ลดราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์&#8230;
วัน ที่ 29 มิ.ย. 2553 นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับผู้เลี้ยงไก่ไข่ ผู้ค้า เช่น ชมรมผู้ค้าไข่ไก่ ห้างค้าปลีก ตลาดสด ว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปให้นำไข่ไก่จำหน่ายผ่านช่องทางมุมธงฟ้าในห้างค้าปลีก และ ตลาดสดในราคาถูก โดยจะขายตั้งแต่เบอร์ 2-4 โดยเบอร์ 2 ฟองละ 2.90 บาท เบอร์ 3 ฟองละ 2.80 บาท และ เบอร์ 4 ฟองละ 2.90 บาท เริ่มได้ทันที ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป แต่อาจต้องจำกัดปริมาณการซื้อ เพื่อกระจายไข่ให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด ป้องกันปัญหาการซื้อเพื่อนำไปขายต่อทำกำไร เพราะราคาไข่ไก่ธงฟ้าต่ำกว่าราคาท้องตลาดเฉลี่ยฟองละ 40 สตางค์
“แผน การนำไข่ไก่ราคาถูกออกจำหน่าย จะทำไม่เกิน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พาณิชย์ แก้ปัญหาราคาไข่ ทำไข่ธงฟ้าราคาถูกขายทั่วประเทศ ดีเดย์ 30 มิ.ย. เกษตรกรผู้เลี้ยง แนะแก้ปัญหายั่งยืนต้องลดกำลังการผลิตรายใหญ่-ลดราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์&#8230;<span id="more-1263"></span><a rel="attachment wp-att-1264" href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89-%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88/attachment/pontiva-eeg"><img class="size-full wp-image-1264 alignnone" title="pontiva-eeg" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/pontiva-eeg.jpg" alt="" width="604" height="434" /></a></p>
<p>วัน ที่ 29 มิ.ย. 2553 นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับผู้เลี้ยงไก่ไข่ ผู้ค้า เช่น ชมรมผู้ค้าไข่ไก่ ห้างค้าปลีก ตลาดสด ว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปให้นำไข่ไก่จำหน่ายผ่านช่องทางมุมธงฟ้าในห้างค้าปลีก และ ตลาดสดในราคาถูก โดยจะขายตั้งแต่เบอร์ 2-4 โดยเบอร์ 2 ฟองละ 2.90 บาท เบอร์ 3 ฟองละ 2.80 บาท และ เบอร์ 4 ฟองละ 2.90 บาท เริ่มได้ทันที ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป แต่อาจต้องจำกัดปริมาณการซื้อ เพื่อกระจายไข่ให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด ป้องกันปัญหาการซื้อเพื่อนำไปขายต่อทำกำไร เพราะราคาไข่ไก่ธงฟ้าต่ำกว่าราคาท้องตลาดเฉลี่ยฟองละ 40 สตางค์</p>
<p>“แผน การนำไข่ไก่ราคาถูกออกจำหน่าย จะทำไม่เกิน 2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่ไข่ไก่ยังมีราคาสูง เชื่อว่า หลังจากนี้ราคาจะอ่อนตัวลงตามภาวะอากาศที่เย็นลง ทำให้แม่ไก่ให้ผลผลิตได้มากขึ้น มั่นใจว่าปริมาณไข่ไก่ที่นำมาจำหน่ายภายใต้โครงการนี้จะเพียงพอต่อความต้อง การ และลดภาระค่าครองชีพประชาชนได้ โดยห้างค้าปลีก และร้านที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย ตลาดสในกทม.<strong>, ท็อปส์, แม็คโคร, เทสโก้ โลตัส, คาร์ฟูร์, บิ๊กซี และเซเว่น อีเลฟเว่น” นางพรทิวากล่าว</strong></p>
<p>ส่วน การประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาไข่ไก่ราคาแพง ที่มีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน วันที่ 30 มิ.ย. นั้น นางพรทิวา กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ แม้จะเป็นผู้ดูแลการจำหน่ายไข่ไก่ ซึ่งเป็นปลายทาง แต่ก็จะเสนอความเห็นเรื่องการนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ให้มีปริมาณสอดคล้องกับความ ต้องการ เพราะปัจจุบัน มีบริษัทผู้นำเข้า 9 รายที่ผูกขาดตลาด เพื่อเป็นการแก้ปัญหาทั้งระบบ</p>
<p>ด้าน นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ กล่าวว่า การแก้ปัญหาไข่ไก่จะต้องแก้ปัญหาทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง หรือตั้งแต่ราคาพืชที่ใช้ทำวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปลายข้าว ราคาพ่อแม่พันธุ์ รวมถึงต้นทุนของเกษตรกรผู้เลี้ยง จะแก้เฉพาะส่วนของเกษตรกรไม่ได้ เพราะราคาต้นทางในส่วนของวัตถุดิบอาหารสัตว์ปัจจุบันสูงมาก<br />
จากนโยบาย ประกันรายได้เกษตรกรของรัฐบาล ซึ่งหากรัฐบาลต้องการให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่อยู่ได้ ก็ต้องลดต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ลงให้ได้ก่อน เพราะมีสัดส่วนในต้นทุนการผลิตถึง 60-70%</p>
<p>นอกจากนี้ หากต้องการแก้ปัญหาราคาให้ได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องลดกำลังการผลิตลง เพราะปัจจุบันผลผลิตไข่ไก่ของไทยเกินความต้องการบริโภคมาก แม้จะมีการส่งออก ก็ยังเหลืออยู่ จึงต้องจำกัดการผลิตของกลุ่มผู้เลี้ยงรายใหญ่ ส่วนเกษตรกรรายย่อยไม่ต้องจำกัด เพราะแบกรับภาระขาดทุนไม่ไหวก็เลิกเลี้ยงไปเอง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา เลิกเลี้ยงไปแล้วจำนวนมาก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89-%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สมาคมฯเสนอแนวปรองดอง</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/220653</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/220653#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Jun 2010 14:04:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=1164</guid>
		<description><![CDATA[ตัวแทนจากสมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย เสนอแนวปรองดองแห่งชาติ ต่อรัฐบาลตามแผนของ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะในข้อสองเกี่ยวกับความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ ตอนเช้าท่านนายกได้มีบัญชาให้ รัฐมนตรีพาณิชย์ พรทิวา นาคาศัย ลงมาพบที่หน้าประตู 4 ของทำเนียบ ได้พูดคุยกันประมา 20 นาที่ และยื่นหนังสือลงรับหนังสือที่สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเรียบร้อย งานนี้ทุกคนเป็นปลื้มที่ท่านรัฐมนตรีกรุณาลงรับด้วยตนเอง แต่ก็มีบางท่านในคณะบ่นว่าถ้าเป็นผู้บริหารห้างต่างชาติท่านคงจะให้ ไปคุยที่ห้องรับแขกมีแอร์เย็นๆ แต่เมื่อท่านรัฐมนตรีได้กล่าวว่าขออภัยด้วยที่มารับตรงนี้ พวกเราก็ตอบไปว่าไม่เป็นไรครับ เพราะเมื่อก่อนนี้เราเคยมากันเต็มถนนหน้าทำเนียบตากแดดก็เคนมาแล้วและก็ทนได้ วันนี้อยู่ในร่มดีกว่าเมื่อก่อนปี2550แล้ว หนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเรื่องแผนปรองดอง วันที่ 22 มิ.ย.53 และเอกสารประกอบ  ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง ของสมาคมฯ  บันทึกประชุมกรรมาธิการ 6 พ.ค.53 มติครม.8 พ.ค.50 และ บันทึกข้อตกลง 14ส.ค.50 ระหว่างผู้ค้าปลีกกับรัฐบาล ตอนบ่ายเห็นว่าหลายพวกเราหลายคนเดินทางมาใกลหลายร้อยกิโลเมตรเดินทางด้วยรถไฟเกิน  5-7  ชั่วโมง จึงอยากได้พบนายกรัฐมนตรีรูปหล่อสักหน่อย จึงไปดักรอที่พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านนายกรัฐมนตรี สักสองถีงสามนาทีได้ถ่ายรูปร่วมกันและท่านได้บอกว่ารับทราบเรื่องของเราแล้ว ตอนนี้พวกเราก็คงต้องกลับไปบ้านนอนรอฟังว่า แผนปรดองดองขอรัฐบาลจะสำเร็จโดยมีแผนของเราร่วมอยู่ด้วยหรือเปล่านะครับ  ดูรูป

รอหน้าประตูทำเนียบเพื่อประสานให้รัฐมนตรีออกมารับเรื่อง ตามคำสังนายกรัฐมนตรี

อธิบายให้รัฐมนตรีฟังถึงแนวทางและผลที่จะได้รับหากรับแผนปรองดองด้านความเป็นธรรมทางด้านเศรษฐกิจ


ถ่ายรูปร่วมกันกับรัฐมนตรี เพื่อหากปัญหานี้ได้รับการแก้ไขได้สำเร็จก็เป็นประโชน์กับประเทศชาติและประชาชนไทย วันนั้นรูปนี้จะมีค่ามาก

รูปนี้ก็เหมือนกันท่านรัฐมนตรีช่วย พณ. ก็ร่วมถ่ายรูปไว้ด้วย

ถ่ายรูปกับนายกด้วยแต่ทำไมไม่มีรูปไม่รู้อยู่กล้องใคร

ได้ภาพนี้จากน้องเจี๊ยบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/DSC00168.jpg"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-1167" title="DSC00168" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/DSC00168-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a>ตัวแทนจากสมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย เสนอแนวปรองดองแห่งชาติ ต่อรัฐบาลตามแผนของ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะในข้อสองเกี่ยวกับความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ ตอนเช้าท่านนายกได้มีบัญชาให้ รัฐมนตรีพาณิชย์ พรทิวา นาคาศัย ลงมาพบที่หน้าประตู 4 ของทำเนียบ ได้พูดคุยกันประมา 20 นาที่ และยื่นหนังสือลงรับหนังสือที่สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเรียบร้อย งานนี้ทุกคนเป็นปลื้มที่ท่านรัฐมนตรีกรุณาลงรับด้วยตนเอง แต่ก็มีบางท่านในคณะบ่นว่าถ้าเป็นผู้บริหารห้างต่างชาติท่านคงจะให้ ไปคุยที่ห้องรับแขกมีแอร์เย็นๆ แต่เมื่อท่านรัฐมนตรีได้กล่าวว่าขออภัยด้วยที่มารับตรงนี้ พวกเราก็ตอบไปว่าไม่เป็นไรครับ เพราะเมื่อก่อนนี้เราเคยมากันเต็มถนนหน้าทำเนียบตากแดดก็เคนมาแล้วและก็ทนได้ วันนี้อยู่ในร่มดีกว่าเมื่อก่อนปี2550แล้ว<a rel="attachment wp-att-1199" href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/220653/attachment/01_%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81_22%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%a253_"> </a><a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/01_ถึงนายก_22มิย53_.pdf">หนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเรื่องแผนปรองดอง วันที่ 22 มิ.ย.53</a> และเอกสารประกอบ  <a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/02_พรบ_หลักการและ เหตุผล1.pdf">ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง ของสมาคมฯ </a> <a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/04_บันทึกประชุมกรรมาธิการ6พค53.pdf">บันทึกประชุมกรรมาธิการ 6 พ.ค.53</a> <a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/05_บันทึกข้อตกลง14สค2550.pdf">มติครม.8 พ.ค.50 และ บันทึกข้อตกลง 14ส.ค.50 ระหว่างผู้ค้าปลีกกับรัฐบาล </a><span id="more-1164"></span>ตอนบ่ายเห็นว่าหลายพวกเราหลายคนเดินทางมาใกลหลายร้อยกิโลเมตรเดินทางด้วยรถไฟเกิน  5-7  ชั่วโมง จึงอยากได้พบนายกรัฐมนตรีรูปหล่อสักหน่อย จึงไปดักรอที่พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านนายกรัฐมนตรี สักสองถีงสามนาทีได้ถ่ายรูปร่วมกันและท่านได้บอกว่ารับทราบเรื่องของเราแล้ว ตอนนี้พวกเราก็คงต้องกลับไปบ้านนอนรอฟังว่า แผนปรดองดองขอรัฐบาลจะสำเร็จโดยมีแผนของเราร่วมอยู่ด้วยหรือเปล่านะครับ  ดูรูป</p>
<p style="text-align: center;"><a rel="attachment wp-att-1253" href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/220653/attachment/00_wait"><img class="size-full wp-image-1253 aligncenter" title="00_Wait" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/00_Wait.jpg" alt="" width="720" height="540" /></a></p>
<p style="text-align: center;">รอหน้าประตูทำเนียบเพื่อประสานให้รัฐมนตรีออกมารับเรื่อง ตามคำสังนายกรัฐมนตรี</p>
<p style="text-align: center;"><a rel="attachment wp-att-1254" href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/220653/attachment/01_pontiva1"><img class="aligncenter size-full wp-image-1254" title="01_pontiva1" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/01_pontiva1.jpg" alt="" width="720" height="540" /></a></p>
<p style="text-align: center;">อธิบายให้รัฐมนตรีฟังถึงแนวทางและผลที่จะได้รับหากรับแผนปรองดองด้านความเป็นธรรมทางด้านเศรษฐกิจ</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><a rel="attachment wp-att-1255" href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/220653/attachment/02_pontiva"><img class="aligncenter size-full wp-image-1255" title="02_Pontiva" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/02_Pontiva.jpg" alt="" width="720" height="540" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ถ่ายรูปร่วมกันกับรัฐมนตรี เพื่อหากปัญหานี้ได้รับการแก้ไขได้สำเร็จก็เป็นประโชน์กับประเทศชาติและประชาชนไทย วันนั้นรูปนี้จะมีค่ามาก</p>
<p style="text-align: center;"><a rel="attachment wp-att-1172" href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/220653/attachment/dsc00172"><img class="size-full wp-image-1172 aligncenter" title="DSC00172" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/DSC00172.jpg" alt="" width="720" height="540" /></a></p>
<p style="text-align: center;">รูปนี้ก็เหมือนกันท่านรัฐมนตรีช่วย พณ. ก็ร่วมถ่ายรูปไว้ด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><a rel="attachment wp-att-1256" href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/220653/attachment/04_apisit"><img class="aligncenter size-full wp-image-1256" title="04_apisit" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/04_apisit.jpg" alt="" width="720" height="540" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ถ่ายรูปกับนายกด้วยแต่ทำไมไม่มีรูปไม่รู้อยู่กล้องใคร</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1294" title="Abhisit2" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/Abhisit2.jpg" alt="" width="700" height="525" /></p>
<p style="text-align: center;">ได้ภาพนี้จากน้องเจี๊ยบ เสียดายที่เห็นพวกเราน้อยไปหน่อย เพื่อนหลุดกรอบไปหมด</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><a rel="attachment wp-att-1174" href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/220653/attachment/dsc00173-2"><img class="aligncenter size-full wp-image-1174" title="DSC00173" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/DSC001731.jpg" alt="" width="720" height="540" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;">เสร็จงานยังมีเวลาเหลือจึงปรึกษากันว่าของแถมไปลงนามถวายพระพรด้วยจะได้มี ความสุขกลับบ้านโดยไม่กลับบ้านมือเปล่าได้แผ่นพิมพ์พระราชดำรัสในงานพระราช พิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2552   ซึ่งจัดทำโดยสำนังนายกรัฐมนตรี กลับบ้านด้วนความสุขและปราบปลื้มใจ</p>
<p style="text-align: center;"><a rel="attachment wp-att-1175" href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/220653/attachment/sirirad"><img class="aligncenter size-full wp-image-1175" title="Sirirad" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/Sirirad.jpg" alt="" width="720" height="804" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a rel="attachment wp-att-1178" href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/220653/attachment/dsc00183"><img class="aligncenter size-full wp-image-1178" title="DSC00183" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/DSC00183.jpg" alt="" width="720" height="540" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;">แน่ๆ ไม่กลับบ้านมือเปล่า</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><a rel="attachment wp-att-1179" href="http://retailthai.com/index.php/uncategorized/220653/attachment/dsc00184-2"><img class="aligncenter size-full wp-image-1179" title="DSC00184" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/DSC001841.jpg" alt="" width="720" height="540" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/220653/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สมาคมฯ ร้องกรรมาธิการ</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/060453</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/060453#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Jun 2010 03:37:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=1101</guid>
		<description><![CDATA[สมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย ทำหนังสือร้องกรรมาธิการพัฒนาการเมืองสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน ขอให้คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาเพื่อผลักดันให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางฝ่ายนิติบัญญัติ และ ทางฝ่ายรัฐบาล  ให้ได้ร่วมกันดำเนินการตามที่ขอมานี้ก็จะแก้ไขปัญหาของชาติและแก้ไขวิกฤติการทำกินของคนไทย คณะกรรมาธิการจึงได้มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีดังเอกสารแนบมา อ.ไกรศักดิ์ ถึง นายก และรายละเอียดเนื้อหา  
จากการที่ประเทศไทยได้เข้าเป็น สมาชิก WTO ได้มีนโยบายเร่งเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุน  ปี 2540 ประเทศไทยเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ  เพื่อหวังให้ไทยมีตลาดส่งออกสินค้าได้มากขึ้น และตามกรอบ WTO ไทยก็สามารถค่อยๆเปิด เสรีทีละภาค ตามความพร้อมของประชาชน แต่ประเทศไทยกลับเร่งเปิดเสรีทางการค้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คนึงถึงความพร้อมในการแข่งขัน ผลทำให้การประกอบอาชีพของคนไทยได้รับผลกระทบเป็นอันมาก เช่นการ การเกษตร อุสาหกรรมบางประเภท และ ธุรกิจบริการ ซึ่งการค้าปลีก ทางกระทรวงพาณิชย์  ตีความว่าเป็นภาคบริการ
ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกจึงเป็นธุรกิจได้รับความสนใจลงทุนจากกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศเป็นเม็ดเงินมหาศาล  จากนโยบายดังกล่าวทำให้เกิดผลกระทบทางธุรกิจกับผู้ประกอบอาชีพค้าปลีกรายย่อยของคนไทยที่ประกอบอาชีพนี้อยู่ก่อนแล้วเป็นอย่างมาก และขยายวงออกอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ  จนปัจจุบันร้านค้าย่อยคนไทยดั่งเดิมต้องสูญหายไปจากธุรกิจการค้าปลีกดั่งเดิมกว่า  400,000 ครอบครัว ทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมากต่อสังคมไทย
ทีผ่านมาถึงรัฐธรรมนูญ 2540 และ รัฐธรรมนูญ 2550 ปัจจุบันจะมีบทบัญญัติในหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐ ซึ่งรัฐต้องจัดให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพได้อย่าเสรีและเป็ธรรมป้องกันการผูกขาดตัดตอนทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่เคยมีกฎหมายควบคุมการค้าปลีก-ค้าส่ง ให้เกิดความเป็นธรรม และป้องกันการผูกขาดตัดตอน ตามรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด  ในหลายรัฐบาลที่ผ่านมาก็ได้แก้ปัญหา โดยใช้มาตรการทางกฎหมายใกล้เคียงมาใช้แทน เช่น กฎหมายควบคุมอาคาร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย ทำหนังสือร้องกรรมาธิการพัฒนาการเมืองสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน ขอให้คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาเพื่อผลักดันให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางฝ่ายนิติบัญญัติ และ ทางฝ่ายรัฐบาล  ให้ได้ร่วมกันดำเนินการตามที่ขอมานี้ก็จะแก้ไขปัญหาของชาติและแก้ไขวิกฤติการทำกินของคนไทย คณะกรรมาธิการจึงได้มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีดังเอกสารแนบมา <a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/อ-ไกราศักดิ์-ถึง-นายก.pdf">อ.ไกรศักดิ์ ถึง นายก</a> และรายละเอียดเนื้อหา  <span id="more-1101"></span></p>
<p><strong></strong>จากการที่ประเทศไทยได้เข้าเป็น สมาชิก WTO ได้มีนโยบายเร่งเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุน  ปี 2540 ประเทศไทยเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ  เพื่อหวังให้ไทยมีตลาดส่งออกสินค้าได้มากขึ้น และตามกรอบ WTO ไทยก็สามารถค่อยๆเปิด เสรีทีละภาค ตามความพร้อมของประชาชน แต่ประเทศไทยกลับเร่งเปิดเสรีทางการค้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คนึงถึงความพร้อมในการแข่งขัน ผลทำให้การประกอบอาชีพของคนไทยได้รับผลกระทบเป็นอันมาก เช่นการ การเกษตร อุสาหกรรมบางประเภท และ ธุรกิจบริการ ซึ่งการค้าปลีก ทางกระทรวงพาณิชย์  ตีความว่าเป็นภาคบริการ</p>
<p>ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกจึงเป็นธุรกิจได้รับความสนใจลงทุนจากกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศเป็นเม็ดเงินมหาศาล  จากนโยบายดังกล่าวทำให้เกิดผลกระทบทางธุรกิจกับผู้ประกอบอาชีพค้าปลีกรายย่อยของคนไทยที่ประกอบอาชีพนี้อยู่ก่อนแล้วเป็นอย่างมาก และขยายวงออกอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ  จนปัจจุบันร้านค้าย่อยคนไทยดั่งเดิมต้องสูญหายไปจากธุรกิจการค้าปลีกดั่งเดิมกว่า  400,000 ครอบครัว ทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมากต่อสังคมไทย</p>
<p>ทีผ่านมาถึงรัฐธรรมนูญ 2540 และ รัฐธรรมนูญ 2550 ปัจจุบันจะมีบทบัญญัติในหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐ ซึ่งรัฐต้องจัดให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพได้อย่าเสรีและเป็ธรรมป้องกันการผูกขาดตัดตอนทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่เคยมีกฎหมายควบคุมการค้าปลีก-ค้าส่ง ให้เกิดความเป็นธรรม และป้องกันการผูกขาดตัดตอน ตามรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด  ในหลายรัฐบาลที่ผ่านมาก็ได้แก้ปัญหา โดยใช้มาตรการทางกฎหมายใกล้เคียงมาใช้แทน เช่น กฎหมายควบคุมอาคาร และ กฎหมายผังเมือง เป็นต้น ซึ่งก็ไม่สามารถ แก้ปัญหาได้ และซ้ำร้ายไปกว่านั้นยังเป็นการจำกัดการขยายตัวของธุรกิจรายย่อยของไทยเสียเอง เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวนี้มีหลักการเพื่อให้ความคุ้มครอง ความปลอดภัย สุขภาพ อนามัย ของประชาชน ด้วยการควบคุมเกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรงแบบของการก่อสร้างอาคาร และจัดความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ในการใช้สอยที่ดิน ซึ่งวัตถุประสงค์ของกฎหมายจึงไม่ตรงกับปัญหาดังกล่าวนี้ ถึงแม้นว่าจะมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 พฤษภา 2550 โดยรัฐบาลสมัยนั้นให้ ชลอหรือยับยั้งขการขยายสาขาของห้างค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ไว้ก่อนจนกว่าจะจะมีกฎหมายค้าปลีก-ค้าส่งใช้บังคับ  ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐที่จะให้การคุ้มครองธุรกิจค้าปลีก รายย่อยและป้องกันการผูกขาดตัดตอนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา84 (5) แต่เหมือนหน่วยงานต่างๆ ภายใต้รัฐบาลกลับละเลยเสีย ไม่ให้ความสนใจปฏิบัติตาม นโยบายของรัฐ และ รัฐธรรมนูญในหมวดห้าที่กำหนดแนวนโยบายแห่งรัฐไว้แต่อย่างใด โดยเฉพาะผู้รับผิดชอบตามกฎหมายดังกล่าวก็มุ่งที่จะรับผลประโยชน์ส่วนตัว สนับสนุนการขยายสาขาของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ โดยไม่สนใจความความเสียหายของประเทศชาติ</p>
<p>ทางสมาคมฯ เห็นว่าเพื่อให้การแก้ไขปัญหาจะมีผลได้จริงและทันต่อเหตุการณ์ ก็คือการขอให้รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วน และเคร่งครัดเป็นรูปธรรมในการ ชะลอ หรือ ยับยั้ง การขยายสาขาของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ทุกชนิดทุกประเภทไว้ก่อนจนกว่าจะมีกฎหมายค้าปลีก-ค้าส่ง ใช้บังคับ และในระยะยาวรัฐต้องมีนโยบายทีขัดเจนในการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ เพื่อความมั่นคงของชาติและความสามารถพึ่งตนเองได้ของคนในชาติ ซึ่งจะเป็นแนวทางการพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน</p>
<p>ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาระยะยาวที่สะสมกันมานานดังต่อไปนี้คือ</p>
<p>1. เร่งดำเนินการเสนอกฎหมายค้าปลีก-ค้าส่ง โดยยึดหลักการตามแนวนโยบายแห่งรัฐในรัฐธรรมนูญ มาตรา83 และ มาตรา84(5) อย่างเคร่งครัด เช่นการจำกัดจำนวนสาขาของธุรกิจเพื่อมิให้ผูกขาดตัดตอนทั้งทางตรงและทางอ้อม ให้ความเป็นธรรมต่อธุรกิจรายย่อยหรือให้โอกาสธุรกิจรายใหม่ได้มีโอกาสแข่งขันได้อย่างเป็นธรรมและมีโอกาสเติบโตและพัฒนาตนเองได้</p>
<p>2. ให้ออกฤษฎีกาแก้ไขบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ2542 ให้ธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคเป็นธุรกิจที่สงวนสำหรับคนไทย (ดังเช่นกฎหมายเก่าคือ ป.ว.281)</p>
<p>3. นำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ให้คำนิยามคำว่าบุคคลต่างด้าวให้หมายรวมถึงนิติบุคลซึ่งอำนาจการบริหารเป็นของคนต่างด้าวทั้งทางตรงและทางอ้อมด้วยและหามาตรการป้องกันตัวแทนที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาติ</p>
<p>4. ดำเนินการแก้ไข้พระราชบัญญัติทะเบียนการค้า ให้การขยายสาขาของนิติบุคคล(บริษัท,ห้างหุ้นส่วน) ต้องได้รับอนุญาตจากกรมทะเบียนการค้าก่อนจึงจะดำเนินการขยายสาขาได้ เพื่อให้รัฐสามารถที่ควบคุมธุรกิจที่จะก่อผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน และความมั่นคงของชาติ (ผมยังไม่ได้ดูรายละเอียด พ.ร.บ.ทะเบียนการค้า ต้องศึกษาเพิ่อมเติมอีกหน่อย)</p>
<p>5. ดำเนินการแก้ไขประมวลรัษฎากร ในการคำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แยกคำนวนค่าใช้จ่ายและชำระภาษีในแต่ละสาขาโดยแยกจากกันเป็นอิสระ(ให้ถือเป็นหน่วยภาษีใหม่)ไม่นำค่าใช้จ่ายมารวมกันเพื่อลดการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้รัฐอย่างที่เป็นอยู่นี้ ทำให้การจัดเก็บภาษีไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบธุรกิจรายย่อย</p>
<p>6. ดำเนินการแก้ไขเกณฑ์การมีอำนาจเหนือตลาด ของธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง ตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542  โดยให้ลดเกณฑ์ของผู้มีอำนาจเหนือตลาด ให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพขึ้นโดยพิจารณาจากสภาพทางการค้า  ประเภทการค้าและชนิดของสินค้าหรือบริการ ไม่ใช่ใช้ส่วนแบ่งการตลาดที่ตั้งไว้สูงจนทำให้เพราะเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ทำให้กฎหมายฉบับนี้ยังไม่เคยมีผลงาน ในการให้ความคุ้มครองประชาชนได้ หรือป้องกันการเอาเปรียบทางการค้าได้หรือการคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้บริโภคได้)</p>
<p>จากแนวทางที่กล่าวมานี้เป็นสิทธิ์รัฐบาลสามารถจะทำได้โดยเป็นไม่ขัดต่อข้อตกลงการค้าเสรีในกรอบใดๆ (WTO , FTA, AFTA) ทั้งสิ้น จึงขอให้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเพื่อผลักดันให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางฝ่านนิติบัญญัติ และ ทางฝ่ายรัฐบาล ให้ได้ร่วมกันดำเนินการตามที่ขอมานี้ก็จะแก้ไขปัญหาของชาติได้ส่วนหนึ่ง</p>
<p>ขอแสดงความนับถือ</p>
<p>นายวิเชียร ตั้งธรรมสถิตย์</p>
<p>โทร. 081 803 2444</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/060453/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สรรพากรจับมือ ธ.ทิสโก้-เทสโก้โลตัส บริการชำระภาษี</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/240353</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/240353#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 27 Mar 2010 03:37:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=1030</guid>
		<description><![CDATA[สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) &#8212; พุธที่ 24 มีนาคม 2553 18:03:50 น.  นางสาวเพรามาตร  หันตรา  รองอธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ในวันนี้กรมได้ลงนามความร่วมมือกับธนาคารทิสโก้ และ ห้าง เทสโก้ โลตัส เพื่อขยายขีดความสามารถในการให้บริการประชาชนร่วมกัน ระหว่างภาครัฐกับเอกชน ซึ่งเห็นว่าจะ เป็นการกระจายการให้บริการได้กว้างขวางขึ้นเนื่องจากเป็นการเพิ่มจำนวนจุดการให้บริการรับชำระภาษีได้ครอบคลุมมากขึ้นประกอบกับ การชำระภาษีผ่านเครื่อง ETM ของ ธนาคารทิสโก้ ซึ่งผู้เสียภาษีใช้งานอยู่แล้ว และการใช้บริการผ่านเคาน์เตอร์ของเทสโก้โลตัส ช่วยให้ผู้ประกอบการและผู้เสียภาษีสามารถใช้บริการได้ทันที โดยไม่ต้องสมัครไว้ก่อนล่วงหน้า ซึ่งจะเพิ่มความสะดวกในการชำระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีมากยิ่งขึ้น
การให้บริการยื่นแบบแสดงรายการภาษีอากรและชำระภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการผู้เสียภาษีให้ได้รับบริการที่ดี รวดเร็ว ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง และเป็นระบบ e-Service  ที่สนับสนุน e-Commerce อย่างเต็มรูปแบบ&#8221;
นายสุทัศน์ เรืองมานะมงคล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทิสโก้ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ในการชำระภาษี ช่วยให้ผู้ประกอบการและประชาชนที่ใช้บริการของธนาคารได้รับความสะดวก รวดเร็ว ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตของ กรมสรรพากร และหากมีภาษีชำระเพิ่มเติมก็สามารถชำระได้ที่เครื่อง ETM (Electronic Teller Machine)ของธนาคาร โดยธนาคารไม่คิดค่าธรรมเนียมจนถึงสิ้นปี 53 ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ใช้บริการได้อีกทางหนึ่ง
นายปิยะพงษ์ เวชชเศรษฐนนท์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;"><span style="font-weight: normal; font-size: 13px;">สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) &#8212; พุธที่ 24 มีนาคม 2553 18:03:50 น.  <strong>นางสาวเพรามาตร  หันตรา  รองอธิบดีกรมสรรพากร </strong>เปิดเผยว่า ในวันนี้กรมได้ลงนามความร่วมมือกับ</span><span style="font-size: 13px;"><strong>ธนาคารทิสโก้</strong></span><span style="font-weight: normal; font-size: 13px;"><strong> </strong></span><span style="font-weight: normal; font-size: 13px;">และ</span><span style="font-size: 13px;"> <strong>ห้าง เทสโก้ โลตัส</strong></span><span style="font-weight: normal; font-size: 13px;"><strong> </strong></span><span style="font-weight: normal; font-size: 13px;">เพื่อขยายขีดความสามารถในการให้บริการประชาชนร่วมกัน ระหว่างภาครัฐกับเอกชน ซึ่งเห็นว่าจะ เป็นการกระจายการให้บริการได้กว้างขวางขึ้นเนื่องจากเป็นการเพิ่มจำนวนจุดการให้บริการรับชำระภาษีได้ครอบคลุมมากขึ้น<span id="more-1030"></span>ประกอบกับ การชำระภาษีผ่านเครื่อง ETM ของ ธนาคารทิสโก้ <strong><span style="font-weight: normal; font-size: 13px;">ซึ่งผู้เสียภาษีใช้งานอยู่แล้ว และการใช้บริการผ่านเคาน์เตอร์ของเทสโก้โลตัส ช่วยให้ผู้ประกอบการและผู้เสียภาษีสามารถใช้บริการได้ทันที โดยไม่ต้องสมัครไว้ก่อนล่วงหน้า ซึ่งจะเพิ่มความสะดวกในการชำระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีมากยิ่งขึ้น</span></strong></span></p>
<p>การให้บริการยื่นแบบแสดงรายการภาษีอากรและชำระภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการผู้เสียภาษีให้ได้รับบริการที่ดี รวดเร็ว ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง และเป็นระบบ e-Service  ที่สนับสนุน e-Commerce อย่างเต็มรูปแบบ&#8221;</p>
<p>นายสุทัศน์ เรืองมานะมงคล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทิสโก้ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ในการชำระภาษี ช่วยให้ผู้ประกอบการและประชาชนที่ใช้บริการของธนาคารได้รับความสะดวก รวดเร็ว ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตของ กรมสรรพากร และหากมีภาษีชำระเพิ่มเติมก็สามารถชำระได้ที่เครื่อง ETM (Electronic Teller Machine)ของธนาคาร โดยธนาคารไม่คิดค่าธรรมเนียมจนถึงสิ้นปี 53 ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ใช้บริการได้อีกทางหนึ่ง</p>
<p><strong>นายปิยะพงษ์ เวชชเศรษฐนนท์</strong> ผู้บริหารฝ่ายบริการเสริมธุรกิจค้าปลีกเทสโก้ โลตัส  กล่าวว่า กรณีที่มีภาษีต้องชำระเพิ่มสามารถ พิมพ์ใบ Pay-in Slip เพื่อใช้ในการชำระภาษีที่จุดบริการของ เทสโก้ โลตัสกว่า 600 สาขาทั่วประเทศ โดยเสียค่าบริการถูกที่สุดเพียง 5 บาท ตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค.53</p>
<p>&#8211;อินโฟเควสท์ โดย จารุวรรณ ไหมทอง/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th&#8211;</p>
<div id="_mcePaste"></div>
<div></div>
<div>*************************************************************************</div>
<div id="_mcePaste">ภาพข่าว: พิธีลงนามความร่วมมือระหว่างกรมสรรพากร ธนาคารทิสโก้ และเทสโก้ โลตัส  ThaiPR.net &#8212; พฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม 2553 09:11:08 น.</div>
<div id="_mcePaste">กรุงเทพฯ&#8211;25 มี.ค.&#8211;กรมสรรพากร</div>
<div><img class="aligncenter size-full wp-image-1031" title="สรรพากรจับมือ" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/สรรพากรจับมือ.jpg" alt="" width="400" height="265" /></div>
<div>นางสาวเพรามาตร หันตรา รองอธิบดีกรมสรรพากร ลงนามในบันทึกความร่วมมือระหว่างกรมสรรพากร ธนาคารทิสโก้ จำกัด มหาชน และเทสโก้ โลตัส ในการเปิดให้บริการยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านระบบ Internet พร้อมรับชำระภาษีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จากนั้นได้ร่วมแถลงข่าวเกี่ยวกับขั้นตอน วิธีการ และความสะดวกสบายที่ผู้เสียภาษี จะได้รับจากการยื่นแบบ และชำระภาษีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ อาคารกรมสรรพากร เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2553</div>
<div>***************************************</div>
<div>ภาพข่าว: พิธีลงนามความร่วมมือระหว่างกรมสรรพากร ธนาคารทิสโก้ และเทสโก้ โลตัส</div>
<div id="_mcePaste">ThaiPR.net &#8212; พฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม 2553 16:58:08 น.</div>
<div id="_mcePaste">กรุงเทพฯ&#8211;25 มี.ค.&#8211;กลุ่มการประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง</div>
<div><img class="aligncenter size-full wp-image-1032" title="สรรพากรลงนาม" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/สรรพากรลงนาม.jpg" alt="" width="420" height="279" /></div>
<div>นางสาวเพรามาตร หันตรา รองอธิบดีกรมสรรพากร ลงนามในบันทึกความร่วมมือระหว่างกรมสรรพากร ธนาคารทิสโก้ จำกัด มหาชน และเทสโก้ โลตัส ในการเปิดให้บริการยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านระบบ Internet พร้อมรับชำระภาษีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จากนั้นได้ร่วมแถลงข่าวเกี่ยวกับขั้นตอน วิธีการ และความสะดวกสบายที่ผู้เสียภาษี จะได้รับจากการยื่นแบบ และชำระภาษีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ อาคารกรมสรรพากร เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2553</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/240353/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การประชุมใหญ่สามัญสมาคมคึกคัก</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/21035</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/21035#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 18 Mar 2010 13:32:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=1013</guid>
		<description><![CDATA[สมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2552  และ สัมมนาเรื่อง การดำเนินงานของสมาคมฯ 53 วันอาทิตย์ที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๓ ณ สำนักงานมาคมฯ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐น. ถึง ๑๗.๐๐ น.  โดยวิทยากร อาจารย์อัมรินทร์ คอมันตร์  ทันตแพทย์ศุภผล เอี่ยมเมทาวี  ส.ส.ฐนโรจน์ โรจนกุลเสฏฐ์  และ ศิลปินกำปั่น บ้านแท่น  ไก่แมลงสาบ หรือ นายวัลลภ พลเสน นักดนตรีเพื่อชีวิตอิสระซึ่งกำกังแต่งเพลงโดยมอบลิขสิทธิ์ให้เป็นของสมาคมฯ เพื่อใช้ประโยชน์ในการณรงค์ หรือหารายได้เข้าสมาคมฯ ในโอกาสต่างๆ  คุณบุญเลิศ  สมบัติพิบูลพร จาก สระบุรี ก็มี VCD เจาะลึกค้าปลีก อเมริกามาฝาก ด้วย
อาจารย์อัมรินทร์ คอมันตร์  ทันตแพทย์ศุภผล เอี่ยมเมธาวี และศิลปินไก่แมลงสาบ หรือ นายวัลลภ พลเสน นักดนตรีเพื่อชีวิตอิสระซึ่งกำกังแต่งเพลงโดยมอบลิขสิทธิ์ให้เป็นของสมาคมฯ เพื่อใช้ประโยชน์หรือหารายได้รณรงค์ปลูกจิตสำนึกประชาชน








 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2552  และ สัมมนาเรื่อง <strong>การดำเนินงานของสมาคมฯ 53</strong> วันอาทิตย์ที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๓ ณ สำนักงานมาคมฯ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐น. ถึง ๑๗.๐๐ น.  โดยวิทยากร อาจารย์อัมรินทร์ คอมันตร์  ทันตแพทย์ศุภผล เอี่ยมเมทาวี  ส.ส.ฐนโรจน์ โรจนกุลเสฏฐ์  และ ศิลปินกำปั่น บ้านแท่น  ไก่แมลงสาบ หรือ นาย<strong>วัลลภ พลเสน</strong> นักดนตรีเพื่อชีวิตอิสระซึ่งกำกังแต่งเพลงโดยมอบลิขสิทธิ์ให้เป็นของสมาคมฯ เพื่อใช้ประโยชน์ในการณรงค์ หรือหารายได้เข้าสมาคมฯ ในโอกาสต่างๆ  คุณบุญเลิศ  สมบัติพิบูลพร จาก สระบุรี ก็มี VCD เจาะลึกค้าปลีก อเมริกามาฝาก ด้วย<span id="more-1013"></span></p>
<p>อาจารย์อัมรินทร์ คอมันตร์  ทันตแพทย์ศุภผล เอี่ยมเมธาวี และศิลปินไก่แมลงสาบ หรือ นาย<strong>วัลลภ พลเสน</strong> นักดนตรีเพื่อชีวิตอิสระซึ่งกำกังแต่งเพลงโดยมอบลิขสิทธิ์ให้เป็นของสมาคมฯ เพื่อใช้ประโยชน์หรือหารายได้รณรงค์ปลูกจิตสำนึกประชาชน</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-1019" title="DSC00060" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/DSC00060.jpg" alt="" width="800" height="600" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-1020" title="DSC00066" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/DSC00066.jpg" alt="" width="800" height="600" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-1021" title="DSC00070" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/DSC00070.jpg" alt="" width="800" height="600" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-1022" title="DSC00072" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/DSC00072.jpg" alt="" width="800" height="600" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-1023" title="DSC00085" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/DSC00085.jpg" alt="" width="800" height="600" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-1024" title="DSC00088" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/DSC00088.jpg" alt="" width="800" height="600" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-1025" title="DSC00090" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/DSC00090.jpg" alt="" width="800" height="600" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-1027" title="DSC00111" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/DSC00111.jpg" alt="" width="800" height="600" /></p>
<p><strong> </strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/21035/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สมาคมร่วมลงนามถวายพระพร</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/050353</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/050353#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Mar 2010 15:26:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=1005</guid>
		<description><![CDATA[วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2553 สมาชิกและกรรมการสมาคมฯ จากหลายจังหวัด ได้เดินทางเข้ามาร่วมถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ห้ว ณ. โรงพยาบาลศิริราช  ก่อนเดินทาไปยังโรงพยาบาลศิริราช ก็ได้นัดรวมตัวกันที่ สำนักงานเลขา คณะกรรมาธิการการการพัฒนาการเมืองการสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน  สภาผู้แทนราษฎร์ ซึ่งมี ดร.ไกร์ศักดิ์ ชุนณหะวัณ เป็นประธาน  โดยมีคุณธีราภรณ์ กลางพิมาย ทำหน้าที่เลขานุการประจำคณะ ได้มารับหนังสือและรับฟังเรื่องราวที่เป็นปัญหาของธุรกิจค้าปลีก จากสมาชิกหลายที่ เช่น กัณทรลักษณ์ ศรีษะเกศ  โนนสูง ปากช่อง โคราช บ้านไผ่ เมืองพล หนองสองห้อง กระนวล ขอนแก่น พุทธบาท สระบุรี  พัทยา ชลบุรี ลำนาราย์ ลพบุรี เป็นต้น  
 
 

 
เข้าแถวทำความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเค็จพระเจ้าอยู่ห้ว
 
 

 
ถ่ายรูปหมู่ร่วมกันถึงจะไม่ครบเพราะการจราจรติดขัด มีเท่านี้ก็ถ่ายเท่านี้ครับ
 
 

 
มอบของที่ระลึกจากปากช่อง
 

 
ถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน คุณธีราพรณ์ กลางพิมาย ณ สระน้ำของมูลนิธิพลเอกชาติชายชุนณหะวัน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2553 สมาชิกและกรรมการสมาคมฯ จากหลายจังหวัด ได้เดินทางเข้ามาร่วมถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ห้ว ณ. โรงพยาบาลศิริราช  ก่อนเดินทาไปยังโรงพยาบาลศิริราช ก็ได้นัดรวมตัวกันที่ สำนักงานเลขา <strong>คณะกรรมาธิการการการพัฒนาการเมืองการสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน</strong>  สภาผู้แทนราษฎร์ ซึ่งมี ดร.ไกร์ศักดิ์ ชุนณหะวัณ เป็นประธาน  โดยมีคุณธีราภรณ์ กลางพิมาย ทำหน้าที่เลขานุการประจำคณะ ได้มารับหนังสือและรับฟังเรื่องราวที่เป็นปัญหาของธุรกิจค้าปลีก จากสมาชิกหลายที่ เช่น กัณทรลักษณ์ ศรีษะเกศ  โนนสูง ปากช่อง โคราช บ้านไผ่ เมืองพล หนองสองห้อง กระนวล ขอนแก่น พุทธบาท สระบุรี  พัทยา ชลบุรี ลำนาราย์ ลพบุรี เป็นต้น  <span id="more-1005"></span></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1010" title="100_2292_resize" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/100_2292_resize.jpg" alt="" width="600" height="450" /></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;">เข้าแถวทำความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเค็จพระเจ้าอยู่ห้ว</p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1011" title="100_2301_resize" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/100_2301_resize.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;">ถ่ายรูปหมู่ร่วมกันถึงจะไม่ครบเพราะการจราจรติดขัด มีเท่านี้ก็ถ่ายเท่านี้ครับ<!--more--></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1009" title="100_2284_resize" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/100_2284_resize1.jpg" alt="" width="600" height="450" /></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;">มอบของที่ระลึกจากปากช่อง</p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1008" title="100_2288_resize" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/100_2288_resize.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;">ถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน คุณธีราพรณ์ กลางพิมาย ณ สระน้ำของมูลนิธิพลเอกชาติชายชุนณหะวัน</p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://retailthai.com/wp-content/uploads/100_2284_resize.jpg"></a> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/050353/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปิดโลตัสเอกซ์เพรส ซอยวัดวังหิน ศรีราชา จ.ชลบุรี</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/080253</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/080253#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Feb 2010 11:33:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=988</guid>
		<description><![CDATA[ตามที่ ส.ส.ฐนโรจน์  โรจนกุลเสฏฐ์ ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนร้านค้าปลีกดั้งเดิมในซอยชุมชนวัดวังหิน จึงได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าพิจารณา แก้ปัญหาในคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน  ถึง 3 ครั้ง จึงได้ข้อสรุป ผลการพิจารณาสรุปว่า การก่อสร้างโลตัส เอกซ์เพรส ในพื้นที่ดังกล่าวขัดต่อกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2527 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ข้อ 7  เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถเปิดโลตัส เอกซ์เพรสในที่ดังกล่าวได้  http://www.thanarroj.com/index.php?option=com_content&#38;view=article&#38;id=164:2009-06-25-06-37-57&#38;catid=41:portfolio&#38;Itemid=53

ที่สภาผู้แทนราษฎร
ถนนอู่ทองใน เขตดุสิต
กทม. ๑๐๓๐๐
พฤศจิกายน  ๒๕๕๑
เรื่อง   ความเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน
เรียน  ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี
ตามที่ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร   ได้พิจารณาศึกษาผลกระทบเกี่ยวกับนโยบายการอนุญาตให้ประกอบธุรกรรมทางการค้า ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ กรณีของชาวชุมชนซอยวัดวังหินและซอยวัดเขาแตงอ่อนในเขตเทศบาลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี  ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการเบื้องต้นพบว่าการก่อสร้างร้านค้าปลีก Tesco Lotus Express บริเวณ กลางซอยวัดวังหิน ตรงข้ามตลาดนัด ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;"><img class="alignright size-medium wp-image-994" title="Lotus" src="http://retailthai.com/wp-content/uploads/Lotus-300x225.jpg" alt="" width="145" height="109" />ตามที่ ส.ส.ฐนโรจน์  โรจนกุลเสฏฐ์ ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนร้านค้าปลีกดั้งเดิมในซอยชุมชนวัดวังหิน จึงได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าพิจารณา แก้ปัญหาในคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน  ถึง 3 ครั้ง จึงได้ข้อสรุป ผลการพิจารณาสรุปว่า การก่อสร้างโลตัส เอกซ์เพรส ในพื้นที่ดังกล่าวขัดต่อกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2527 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ข้อ 7  เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถเปิดโลตัส เอกซ์เพรสในที่ดังกล่าวได้  <a href="http://www.thanarroj.com/index.php?option=com_content&amp;view=article&amp;id=164:2009-06-25-06-37-57&amp;catid=41:portfolio&amp;Itemid=53">http://www.thanarroj.com/index.php?option=com_content&amp;view=article&amp;id=164:2009-06-25-06-37-57&amp;catid=41:portfolio&amp;Itemid=53</a></p>
<p><span id="more-988"></span></p>
<p style="text-align: right;">ที่สภาผู้แทนราษฎร</p>
<p style="text-align: right;">ถนนอู่ทองใน เขตดุสิต</p>
<p style="text-align: right;">กทม. ๑๐๓๐๐</p>
<p style="text-align: center;">พฤศจิกายน  ๒๕๕๑</p>
<p>เรื่อง   ความเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน</p>
<p>เรียน  ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี</p>
<p>ตามที่ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร   ได้พิจารณาศึกษาผลกระทบเกี่ยวกับนโยบายการอนุญาตให้ประกอบธุรกรรมทางการค้า ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ กรณีของชาวชุมชนซอยวัดวังหินและซอยวัดเขาแตงอ่อนในเขตเทศบาลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี  ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการเบื้องต้นพบว่าการก่อสร้างร้านค้าปลีก Tesco Lotus Express บริเวณ กลางซอยวัดวังหิน ตรงข้ามตลาดนัด ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในกฎกระทรวง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้างอาคาร ดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลงการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท  ในพื้นที่ บางส่วนในท้องที่ตำบลศรีราชา ตำบลสุรศักดิ์ ตำบลหนองขาม ตำบลทุ่งสุขลา และตำบลบึง อำเภอศรีราชา และตำบลบางละมุง ตำบลตะเคียนเตี้ย และตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พ.ศ. ๒๕๔๗  ข้อ ๒ (๒)(ข)  แต่ เนื่องจากจังหวัดชลบุรีและกรมโยธาธิการและผังเมืองได้มีความเห็นเกี่ยวกับ การคิดพื้นที่อาคารที่ก่อสร้างของพื้นที่ต่างกัน ทำให้เกิดปัญหาว่าอาคารหลังดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้บังคับที่ต้องปฏิบัติตาม กฎกระทรวงดังกล่าวหรือไม่ จึงได้มีหนังสือจังหวัดชลบุรีถึงนายอำเภอศรีราชา มีคำสั่งขอให้ระงับการดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการก่อสร้างร้านค้าปลีก Tesco Lotus Express บริเวณกลางซอยวัดวังหิน ตรงข้ามตลาดนัด ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ไว้ก่อนจนกว่าจะได้ข้อสรุปจากคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน นั้น</p>
<p>ในการนี้ คณะกรรมาธิการได้มีการประชุมพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อวันพุธที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นและชี้แจงในประเด็นที่เกี่ยวข้องและหาข้อสรุป  ซึ่ง จากการที่ได้รับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงาน ประกอบกับได้พิจารณาถึงกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องแล้ว คณะกรรมาธิการจึงได้มีความเห็นและข้อเสนอแนะต่อกรณีของเรื่องร้องเรียนดัง กล่าว ดังนี้</p>
<p>๑. การคิดพื้นที่อาคารที่ขออนุญาตก่อสร้าง ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๒๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ข้อ ๗ ความว่า “ในการคิดคำนวณพื้นที่ ให้นำพื้นที่ที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการและอยู่ภายในอาคารนั้นมารวมคำนวณด้วย” เนื่องจากกฎกระทรวงดังกล่าวยังคงมีผลใช้บังคับ แม้ปัจจุบันจะมีกฎกระทรวง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้างอาคาร ดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลงการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลศรีราชา ตำบลสุรศักดิ์ ตำบลหนองขาม ตำบลทุ่งสุขลา และตำบลบึง อำเภอศรีราชา และตำบลบางละมุง ตำบลตะเคียนเตี้ย และตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พ.ศ. ๒๕๔๗  ซึ่งเป็นกฎกระทรวงที่ออกมาบังคับใช้  เพื่อควบคุมการก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งโดยเฉพาะก็ตาม แต่กฎกระทรวงดังกล่าว   ก็ไม่ได้ระบุถึงวิธีการคิดพื้นที่อาคารที่ขออนุญาตก่อสร้างว่าต้องคิดอย่างไร ดังนั้น เมื่อกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๒๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ยังมีผลใช้บังคับ และไม่มีกฎกระทรวงอื่นออกมายกเลิก ประกอบกับกฎกระทรวง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้างอาคาร ดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลงการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ฯ พ.ศ. ๒๕๔๗ ก็ไม่มีบทบัญญัติใดที่กำหนดเรื่องการคิดพื้นที่อาคารไว้  การคิดพื้นที่อาคารจึงต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๒๗) ออกตามความ</p>
<p>ในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ข้อ ๗ ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของจังหวัดชลบุรี ตามหนังสือจังหวัดชลบุรี ด่วนที่สุด ที่ ชบ ๐๐๑๖.๓/๒๑๘๘๐</p>
<p>๒. กรณีการตอบข้อหารือของกรมโยธาธิการและผังเมือง ตามหนังสือกรมโยธาธิการและ ผังเมือง ที่ มท ๐๗๐๖/๖๔๖๙ ลงวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๔๙ ที่ตอบข้อหารือการคิดพื้นที่อาคารพาณิชย์ประเภทค้าปลีกค้าส่ง โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง แจ้งว่า การคิดพื้นที่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลสองคอน ตำบลบ้านป่า ตำบลเตาปูน ตำบลตาลเดี่ยว และตำบลแก่งคอย อำเภอแก่งคอย และตำบลตลิ่งชัน อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี พ.ศ. ๒๕๔๗ จะคิดเฉพาะพื้นที่ที่ใช้ในการจำหน่ายหรือขายสินค้า (Sale Area) เท่านั้น ทั้งนี้ ไม่ว่าพื้นที่ที่ไม่ใช้ในการจำหน่ายสินค้าจะอยู่ในอาคารเดียวกันหรือคนละ อาคารหรือไม่ก็ตาม จะไม่นำมาคิดรวมพื้นที่ ซึ่งการตอบข้อหารือดังกล่าว เป็นเพียงความเห็นของคณะกรรมการควบคุมอาคารเท่านั้น ซึ่งมีสถานะและลำดับศักดิ์ต่ำกว่ากฎหมาย ประกอบกับการตอบข้อหารือดังกล่าวก็ไม่มีการกล่าวอ้างกฎหมาย หรือกฎกระทรวงที่กำหนดให้การคิดพื้นที่อาคารให้เฉพาะพื้นที่ที่ใช้ในการจำหน่ายหรือขายสินค้า (Sale Area) เท่านั้น  ดังนั้น การตอบข้อหารือของกรมโยธาธิการและผังเมืองเกี่ยวกับการคิดพื้นที่อาคารที่คิดเฉพาะ Sale Area ตามกฎกระทรวงฯดังกล่าว จึงไม่สามารนำมากล่าวอ้างและถือปฏิบัติได้</p>
<p>๓. การปฏิบัติหน้าที่ของเทศบาลตำบลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ควรต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่ไว้  การ นำหนังสือการตอบข้อหารือมาถือเป็นแนวปฏิบัตินั้นไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ในเมื่อเรื่องดังกล่าวมีกฎหมายระบุไว้อย่างชัดเจน การปฏิบัติหน้าที่หรือการดำเนินการใด ๆ ก็ควรต้องปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวนั้น</p>
<p style="text-align: center;">จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ</p>
<p style="text-align: center;">แสดงความนับถือ</p>
<p style="text-align: center;">(นายประชา ประสพดี)</p>
<p style="text-align: center;">ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน</p>
<p style="text-align: center;">สำนักกรรมาธิการ ๒</p>
<p>โทร.๐ ๒๒๔๔ ๒๖๐๖-๗</p>
<p>โทรสาร ๐ ๒๒๔๔ ๒๖๐๗</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/080253/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เอฟทีเอ ว็อทช์ ยื่นฟ้องประธานรัฐสภา</title>
		<link>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/230153-2</link>
		<comments>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/230153-2#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 24 Jan 2010 02:34:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://retailthai.com/?p=959</guid>
		<description><![CDATA[เอฟทีเอ ว็อทช์ ยื่นฟ้องประธานรัฐสภา และ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ต่อศาลปกครองกลาง ในกรณีที่ไม่รับร่างพระราชบัญญัติการจัดทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ พ.ศ. &#8230;ที่ประชาชนเสนอหมื่นรายชื่อ
(20 ต.ค. 52 / ศาลปกครองกลาง) เมื่อเวลา 10.30 น. โดย : กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน(FTA Watch) นายจักรชัย โฉมทองดี ผู้ประสานงานโครงการพัฒนากระบวนการจัดทำหนังสือสัญญา ซึ่งเป็นโครงการภายใต้การดำเนินงานของกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาค ประชาชน (เอฟทีเอ ว็อทช์) พร้อมด้วย นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี และนายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ได้เดินทางมาที่ศาลปกครองกลาง แจ้งวัฒนะ เพื่อยื่นฟ้อง นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เป็นจำเลยที่ 1 และ นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นจำเลยที่ 2 ต่อศาลปกครองกลางในกรณีที่ไม่รับร่างพระราชบัญญัติการจัดทำหนังสือสัญญา ระหว่างประเทศ พ.ศ&#8230;.ที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 10,378 คนร่วมกันเข้าชื่อเสนอต่อรัฐสภาไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 มีนาคม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอฟทีเอ ว็อทช์ ยื่นฟ้องประธานรัฐสภา และ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร</strong> ต่อศาลปกครองกลาง ในกรณีที่ไม่รับร่างพระราชบัญญัติการจัดทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ พ.ศ. &#8230;ที่ประชาชนเสนอหมื่นรายชื่อ</p>
<p>(20 ต.ค. 52 / ศาลปกครองกลาง) เมื่อเวลา 10.30 น. โดย : กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน(FTA Watch) นายจักรชัย โฉมทองดี ผู้ประสานงานโครงการพัฒนากระบวนการจัดทำหนังสือสัญญา ซึ่งเป็นโครงการภายใต้การดำเนินงานของกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาค ประชาชน (เอฟทีเอ ว็อทช์) พร้อมด้วย นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี และนายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ได้เดินทางมาที่ศาลปกครองกลาง แจ้งวัฒนะ เพื่อยื่นฟ้อง นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เป็นจำเลยที่ 1 และ นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นจำเลยที่ 2 ต่อศาลปกครองกลางในกรณีที่ไม่รับร่างพระราชบัญญัติการจัดทำหนังสือสัญญา ระหว่างประเทศ พ.ศ&#8230;.ที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 10,378 คนร่วมกันเข้าชื่อเสนอต่อรัฐสภาไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2552 โดยใช้ดุลพินิจวินิจฉัยว่าหลักการของร่างพระราชบัญญัติการจัดทำหนังสือสัญญา ระหว่างประเทศ พ.ศ. &#8230;. ไม่เข้าเงื่อนไขในหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย หรือหมวด ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย<span id="more-959"></span>นายจักรชัย โฉมทองดี ตัวแทนกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอ ว็อทช์)กล่าวว่า การที่เอฟทีเอ ว็อทช์ต้องมาพึ่งศาลปกครอง เพราะประธานรัฐสภา เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ.๒๕๔๒ และประกาศรัฐสภาเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ.๒๕๔๒ ให้อำนาจประธานรัฐสภาในการวินิจฉัยสั่งการว่าเรื่องที่มีผู้เข้าชื่อเสนอ กฎหมายเรื่องใดเข้าหลักการที่บัญญัติในหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย หรือหมวด ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยหรือไม่ การใช้อำนาจวินิจฉัยสั่งการดังกล่าวของประธานรัฐสภาจึงเป็นการใช้อำนาจ ตามพระราชบัญญัติธรรมดา เมื่อมีผลกระทบต่อสิทธิของประชาชนในฐานะเป็นผู้เข้าชื่อและผู้แทนการเสนอ กฎหมาย จึงเป็นคำสั่งทางปกครองที่มีผลกระทบต่อบุคคลภายนอก ศาลย่อมมีอำนาจรับคดีนี้ไว้พิจารณา</p>
<p>?คำ สั่งไม่รับร่าง พรบ. ดังกล่าว เป็นการลิดรอนขัดขวางการใช้สิทธิโดยชอบธรรมของประชาชนที่จะเสนอกฎหมายที่มี หลักการและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของประชาชน เพราะร่างกฎหมายดังกล่าวจะเป็นการประกันสิทธิในการได้รับทราบข้อมูล คำชี้แจงอันเป็นสาระสำคัญและเหตุผลจากรัฐบาล รวมทั้งมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นของตนเองต่อรัฐบาลและต่อรัฐสภาอย่าง เพียงพอ ก่อนที่รัฐบาลไปตกลงผูกพันกับนานาประเทศเพื่อทำหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้าหรือการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น ร่าง พรบ.นี้จึงเป็นกฎหมายที่มีหลักการเกี่ยวกับเรื่องที่บัญญัติในหมวด ๓ หรือหมวด ๕ ของรัฐธรรมนูญฯ ตามที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๕ วรรคสองบัญญัติไว้ แต่ประธานรัฐสภาอ้างในว่ากฎหมายนี้ อยู่ในมาตรา 190 ตามหมวด 9 ของรัฐธรรมนูญจึงเป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีในการจัดทำกฎหมายเท่านั้น ซึ่งเป็นการลิดรอนสิทธิของประชาชน เพราะหลักการข้อนี้ไม่อาจตีความเกินเลยไปได้ว่าการที่คณะรัฐมนตรีมีอำนาจจัด ทำกฎหมายนั้น เป็นการห้ามมิให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หรือภาคส่วนอื่นๆเช่น ส.ส. เข้าชื่อกันเสนอร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อรัฐสภาด้วย</p>
<p>นอกจากนี้ที่ผ่านมาประธานรัฐสภาคนก่อนๆ เคยรับร่าง พรบ.ที่เสนอโดยประชาชน ด้วยการตีความอย่างกว้างมีลักษณะยืดหยุ่น โดยคำนึงถึงหลักการและสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติว่าเข้าหลักการของหมวด ๓ หรือหมวด ๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยหรือไม่ เป็นสำคัญยิ่งกว่าการที่ต้องอ้างอิงบทมาตราในรัฐธรรมนูญฯ ทั้งสองหมวดดังกล่าว เช่น ร่างพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดภูเวียง พ.ศ. &#8230;., ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดฝาง พ.ศ. ?., นอกจากนี้ แนวทางการตีความของประธานรัฐสภาที่ผ่านมายังยอมรับให้ประชาชนผู้มีสิทธิ เลือกตั้งมีสิทธิเสนอร่างพระราชบัญญัติต่อรัฐสภาในเรื่องต่าง ๆ ที่มีหลักการเนื้อหาหลากหลายโดยที่ไม่ได้ระบุว่าหลักการของกฎหมายที่เสนอ นั้นเป็นไปตามบทบัญญัติหรือข้อความใดในหมวด ๓ หรือหมวด ๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตัวอย่างเช่น พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. &#8230;., ร่างพระราชบัญญัติควบคุมการจดทะเบียนและซื้อขายหลักทรัพย์ของกิจการเครื่อง ดื่มที่มีแอลกอฮอลล์และบุหรี่ พ.ศ&#8230;</p>
<p>ไม่เพียงเท่านั้น การกระทำของประธานรัฐสภาและเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อหลักเกณฑ์ที่ประกันความเป็นธรรมและมาตรฐานในการ ปฏิบัติราชการทางปกครองตามที่บัญญัติในมาตรา ๓๗ ของพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.๒๕๓๙ อย่างชัดแจ้งในเรื่องสิทธิของประชาชนที่จะได้รับทราบเหตุผลประกอบคำสั่งไม่ รับคำขอฯ ทั้งนี้ พวกเราจึงขอพึ่งศาลปกครองให้พิจารณาเรื่องดังกล่าว และสั่งการให้ประธานรัฐสภา และเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารตามขั้นตอน การพิจารณากฎหมายที่ประชาชนเข้าชื่อตามกระบวนการต่อไป?</p>
<p>ทั้งนี้ ตัวแทนเอฟทีเอ ว็อทช์ ยังกล่าวอีกว่า การรวบรวมรายชื่อเสนอกฎหมายของภาคประชาชน ไม่ได้มีเพียง ร่าง พรบ.การจัดทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ เท่านั้น แต่ยังมีร่างกฎหมายอีกหลายฉบับที่อยู่ระหว่างการดำเนินการรวบรวมรายชื่อ, ตรวจสอบรายชื่อ อาทิ พรบ.ยา, พรบ.สิทธิบัตร, พรบ.ผู้เสียหายจากการบริการสาธารณสุข, พรบ.เข้าถึงยา ฯลฯ ?ดังนั้นการวินิจฉัยของประธานรัฐสภาเช่นนี้ จะส่งผลกระทบต่อสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนอย่างรุนแรง?</p>
<p>http://www.ftawatch.org/node/18135</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://retailthai.com/index.php/uncategorized/230153-2/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
